40 นาทีแห่งความเร้าใจ ผู้เฒ่าทิ้งบอมบ์น้องรักกลางรัฐสภา!

หวนรำลึกถึง 40 นาทีแห่งความเร้าใจที่ "ป๋าเหนาะ" เสนาะ เทียนทอง ลุกขึ้นมาระเบิดความในใจไปยังน้องรัก "ทักษิณ"กลางที่ประชุมรัฐสภา

               ข่าวพาดหัวของหนังสือพิมพ์แทบทุกฉบับในเช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากเหตุการณ์ในวันที่ 8 มิ.ย.2548 หรือวันนี้เมื่อ 13 ปีก่อน ที่ “ผู้เฒ่าวังน้ำเย็น” ระบายความรู้สึกตลอด 7 ปีที่อยู่ในพรรคไทยรักไทย หลายคนอาจจะยังจำกันได้

               แต่ถ้าใครยังแค่คุ้นๆ วันนี้ในอดีตขอนำมาเล่าซ้ำ เพื่อหวนรำลึกถึง 40 นาทีแห่งความเร้าใจที่ “ป๋าเหนาะ” เสนาะ เทียนทอง ลุกขึ้นมาระเบิดความในใจกลางที่ประชุมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประเด็นการสรรหา กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช. )

               โดยแม้เนื้อหาจะไม่เกี่ยวกับเรื่องที่กำลังอภิปรายก็ตาม แต่ภาพที่เกิดขึ้นคือเสียงปรบมือจากหลายคนในที่นั้น ทั้ง ส.ส. และส.ว. ดังกระหึ่มสภาภายหลังการพูดของเขาสิ้นสุดลง

               อย่างไรก็ดี สิ่งที่ป๋าเหนาะกล่าวในวันนั้น ประเด็นหลักๆ หลายคนวิเคราะห์ว่า น่าจะเกิดจากการที่ช่วงหลัง เสนาะถูกลดบทบาทความสำคัญในพรรคไทยรักไทยลงมาก จึงสร้างความไม่พอใจ จนต้องเปิดฉากวิพากษ์วิจารณ์ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น อย่างรุนแรงในวันดังกล่าว

               แต่หากลงรายละเอียดก็คือความอึดอัดใจของ ส.ส.ในพรรคไทยรักไทยอีกหลายคน เพราะถูกกักขังด้วยรัฐธรรมนูญ ในมาตรา 107(4) ที่ส.ส.ต้องสังกัดพรรคเป็นเวลา 90 วัน ทำให้ที่ไม่สามารถย้ายต้นสังกัดพรรคการเมืองได้

 40 นาทีแห่งความเร้าใจ  ผู้เฒ่าทิ้งบอมบ์น้องรักกลางรัฐสภา!

ภาพจาก "ผู้จัดการออนไลน์"

               ทั้งนี้ เสนาะได้ชี้ให้เห็นว่า “ระบบ” คือ “รัฐธรรมนูญ 2540” ไม่ได้มีความบกพร่องแค่กรรมการสรรหาป.ป.ช. แต่บกพร่องในหลายจุด เช่น บังคับผู้สมัครส.ส.สังกัดพรรค, กฎ 90 วัน, ให้ส.ว.สมัครต่อสมัยที่ 2 ไม่ได้ อันเป็นเหตุทำให้ส.ว.ถูกซื้อได้ง่าย  โดยเฉพาะในช่วงท้ายๆ ของวาระ, ในเรื่ององค์กรอิสระนั้น สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับผู้มีอำนาจรัฐ จบด้วยการยืนยันว่าพรรคไทยรักไทย และนายกรัฐมนตรีควรจะนำไปคิด ยังไม่สายที่จะเปลี่ยนแปลง

               ที่สำคัญ ตลอดระยะเวลา 40 นาทีที่ผู้เฒ่าจัดชุดใหญ่อยู่นั้น ไม่ถูกรบกวนและขัดขวางจากใครเลยในที่ประชุม แถมยังจบลงด้วยเสียงปรบมือลั่นอีกต่างหาก!!

               ขอคัดเนื้อหาบางตอน มาดังนี้

               “ถามว่าผู้เฒ่าสบายใจไหม ไม่สบายใจเลย แต่ไม่ใช่แต่ผมคนเดียว สมาชิกก็ทำตาปริบๆ พูดอะไรก็ไม่ได้ เตือนอะไรก็ไม่ได้ ไปออกความเห็นอะไรก็ไม่ได้ ก็รัฐธรรมนูญฉบับนี้บอกว่าฉบับของประชาชน แต่กลับเอาอำนาจอธิปไตยของปวงชนชาวไทยมาอยู่ใน “คุก” ไม่ใช่อยู่ในพรรค ทำไมล่ะครับ ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น ก็ไอ้ 90 วัน ยังไง"

               "แต่ก่อนนี้ผมก็เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ในพรรคมา เป็นผู้ก่อตั้งพรรคชาติไทยกับผู้หลักผู้ใหญ่มา ท่านอาวุโส ท่านพี่บรรหารของผมก็นั่งอยู่ที่นี่ เราทำงานด้วยกันมา ผมก็เป็นคนตรงๆ อย่างนี้ แล้วจะทำไงครับ พูดก็ไม่ได้ อะไรก็ไม่ได้ มีนักวิชาการบางคนออกมาว่าทำไมถึงไม่ลาออก แล้วไปอยู่ทำไม มาพูดประชดประชัน ก่อนจะพูดอะไรต้องคิดนะครับ ถ้าสมมุติว่า ลาออกกันไป 70 วัน ผมไปสังกัดพรรค สมมุติว่าผมลาออก หรือจะไปสังกัดอยู่ในพรรคเดิมของพรรค อยากจะไปฟื้นฟูพรรคชาติไทยของผมกับพี่บรรหาร ผมไป 70 วัน แล้วเกิดเขายุบสภาล่ะ ผมก็ไม่รู้จะทำไง ไอ้ผมไม่เป็นไรหรอก เพราะผมล่ะ ผมไม่เอาอะไรแล้ว แต่ลูกหลานเด็กเล็กของผมทำไง”

               สิ่งหนึ่งที่สังคมไทยกล่าวขวัญถึงเรื่องนี้เวลานั้น เพราะ 1. เราต่างก็รู้ว่า ทักษิณ ชินวัตร ก็คือนายกรัฐมนตรี ที่ ป๋าเหนาะ ปั้นมากับมือ และ 2. เวลานั้น กระแสความนิยมในตัวเขาและพลพรรคก็ลดลงมาถึงขีดสุด!! ครั้งนั้นจึงน่าจะเป็นสัญญาณบางอย่างจากผู้เฒ่าแล้วว่า ไปไม่ไหวแล้วนะ!

               แต่สำหรับประเด็นแรก ดูจะตอกย้ำดราม่าเคล้าน้ำตาระหว่างคนใหญ่คู่นี้ได้เป็นอย่างดี!

               ย้อนไปในวันวาน ตอนที่เสนาะเข้ามาสังกัดพรรคไทยรักไทย เพราะเขากับทักษิณนั้นรู้จักคุ้นเคยกันมาก่อน ตั้งแต่ที่ฝ่ายผู้เฒ่า เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย ทักษิณ ชินวัตร เวลานั้นยังช่วยงาน "สุรพันธ์ ชินวัตร" ซึ่งมีศักดิ์เป็นอา โดยเวลานั้น อาของทักษิณคนนี้เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

               ต่อมาช่วงที่ประเทศไทย มี บรรหาร ศิลปอาชา เป็นนายกรัฐมนตรี ที่สุดทักษิณ ชินวัตร ก็อาสาเข้ามาเป็นหัวหน้าพรรคพลังธรรม และได้ร่วมรัฐบาลกัน

               จนกระทั่งฝ่ายคนหน้าเหลี่ยมตั้งพรรคไทยรักไทย เสนาะ เทียนทอง ซึ่งลาออกจากพรรคความหวังใหม่ และลาออกจากส.ส. ไปจับมือกับ ทักษิณ และเข้าพรรคไทยรักไทย โดยเขาใช้ฤกษ์วันที่ 1 เม.ย. 2543 วันคล้ายวันเกิดของตนเอง ประกาศจับมือกับทักษิณในพรรคไทยรักไทย

               “วันนั้น ผมชูมือทักษิณ บอกต่อหน้าคนนับหมื่นที่ไปร่วมงานวันเกิดผมว่า นายกฯ คนต่อไปคือคนนี้นะ พี่น้อง ชื่อ ทักษิณ ชินวัตร” (เสนาะให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนใยภายหลัง ข่าวจาก https://www.sanook.com/news/824689/)

               แต่ที่สุด หลังจากการเปิดใจพูดหมดเปลือกผ่านพ้นไป  มีเพียงคำตอบจากปากนายใหญ่พรรคไทยรักไทย “ทักษิณ ชินวัตร” แค่ว่า

               “นั่งฟังแต่ไม่ได้รู้สึกอะไร คิดว่าคำว่ามนุษย์มีคำจำกัดความเยอะ แค่นั้นเอง ไม่มีอะไร”

 40 นาทีแห่งความเร้าใจ  ผู้เฒ่าทิ้งบอมบ์น้องรักกลางรัฐสภา!

            ทำให้หลังจากนั้น ผู้เฒ่ายังได้จับปากกาถ่ายทอดความรู้สึกของตนเองที่มีต่อน้องคนนี้ผ่านงานเขียนชื่อ "จะเอาทักษิณ หรือประเทศไทย" ตีพิมพ์ในหนังสือ "รู้ทันทักษิณ 4 ฅนวงใน The Insiders" ของสำนักพิมพ์ "ขอคิดด้วยฅน" นายเสนาะว่าไว้ว่าอย่างไร คนไทยที่เคยอื่นย่อมรู้กันดี! 

               ต่อมาไม่นาน เสนาะ เทียนทอง จึงตัดสินใจลาออกจากพรรคไทยรักไทยตามคาด!

               กล่าวคือ เสนาะลาออกจากพรรคไทยรักไทย เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2549 หลังจากที่ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ประกาศยุบสภา

               จากนั้นผู้เฒ่ายังได้ขึ้นเวทีพันธมิตรฯ ร่วมต้านระบอบทักษิณหลายครั้ง และก่อตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาใหม่ ชื่อว่า “พรรคประชาราช” ลงสมัครรับเลือกตั้งในปี พ.ศ. 2550 แต่ได้ ส.ส.เพียง 5 คน

               จนมาถึงช่วงการจัดตั้งรัฐบาล เสนาะได้นำพรรคประชาราชเข้าร่วมกับพรรคพลังประชาชน และ อุไรวรรณ เทียนทอง ภรรยา ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

               ต่อมาภายหลังพรรคพลังประชาชนถูกยุบพรรค แต่เสนาะและพรรคประชาราชไม่ได้เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคประชาธิปัตย์ จึงดำรงสถานะเป็นฝ่ายค้านร่วมกับพรรคเพื่อไทย

               จนกระทั่ง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภาในปี พ.ศ. 2554 ถัดจากนั้นไม่นาน ยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และสมาชิกพรรคจำนวนหนึ่ง ได้เดินทางมาเชิญผู้เฒ่ากลับมาร่วมพรรค “เพื่อไทย” และผู้เฒ่าก็ตอบรับ มาจนวันนี้เขาคือแกนนำกลุ่มวังน้ำเย็นและประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย

 40 นาทีแห่งความเร้าใจ  ผู้เฒ่าทิ้งบอมบ์น้องรักกลางรัฐสภา!

               ครั้งนั้น เขายังให้สัมภาษณ์ว่า

              “มาถึงตอนนี้ก็อยากให้บรรยากาศเมื่อวันที่ 1 เม.ย. 43 กลับมาอีกครั้ง ป๋าจะทิ้งลูกทิ้งหลานได้อย่างไร แน่นอนว่าเราคิดหนัก เพราะเป็นผู้ใหญ่ เป็นเหมือนต้นไม้ใหญ่ จะขับเคลื่อนอย่างไรต้องมีเหตุผล ซึ่งเหตุผลป๋าก็มีเยอะ"

               แถมไม่นานมานี้ ยังออกมาบอกว่า “ฝันว่าทักษิณจะกลับมาอีกด้วย!!” โดยวันที่ 5 เมษายน 2561 เพจ “เสนาะ เทียนทอง” ได้โพสต์ข่าวของสื่อสำนักหนึ่งใจความว่า “เหนาะ” เผยฝันเห็น “แม้ว” ได้กลับไทย เชื่อความฝันมักเป็นจริง!!

 40 นาทีแห่งความเร้าใจ  ผู้เฒ่าทิ้งบอมบ์น้องรักกลางรัฐสภา!

               อย่างที่รู้กัน  ใน “การเมือง” มี “การเมือง” ในเรื่อง “เซอร์ไพรส์” ก็มีเรื่อง “ไม่เซอร์ไพรส์” ได้เหมือนกัน..เอวัง...

//////////////////

อ้างอิง

วิกิพีเดีย

ผู้จัดการออนไลน์

https://www.sanook.com/news/824689