16 พ.ค. 2558 3 ปีละสังขาร "เทพเจ้าแห่งด่านขุนทด"

กูไม่มีหรอก กูจะมียานมีแยนอะไร กูมีแต่ยานโต้งเต้งที่ว่านี่ มันบังเอิญไปชี้ถูกเอาพอดีมากกว่า กูไม่ใช่ผู้วิเศษวิโสมาจากไหน!!

          ถ้าเอ่ยถึงฉายา “เทพเจ้าแห่งด่านขุดทด” น้อยคนจะไม่รู้ว่า หมายถึง “หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ” หรือ พระเทพวิทยาคม เกจิผู้ยิ่งใหญ่แห่งภาคอีสาน

          และวันนี้เมื่อ 3 ปีก่อน ซึ่งตรงกับวันที่ 16 ..2558 คือวันที่หลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ ตำบลกุดพิมาย อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา ได้ละสังขารจากโลกนี้ไป เหลือไว้แต่คำสอนอมตะ ให้จารึกจดจำและปฏิบัติไปตลอดกาล

 

16 พ.ค. 2558  3 ปีละสังขาร  "เทพเจ้าแห่งด่านขุนทด"

          อย่างไรก็ดี หากย้อนไปในวันนั้น ต้องบอกเลยว่าฝนแห่งน้ำตาได้ท่วมทั่วเมืองไทย เพราะหลวงพ่อคูณนั้น เป็นที่เคารพ รัก และศรัทธาแก่ชาวพุทธศาสนายิ่งนัก

          โดยการมรณภาพของของพระเทพวิทยาคม นั้น ก็สืบเนื่องจากอาการป่วยจากโรคปอด ซึ่งเริ่มมีอาการหนักช่วงปี 2554

          เกจิดังต้องเข้าออกโรงพยาบาลอยู่นานหลายปี จนกระทั่งเวลาประมาณตีห้าเกือบใกล้จะหกโมงเช้าของวันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม 2558 หลวงพ่อมีอาการหมดสติไม่รู้สึกตัว จึงรีบแจ้งให้แพทย์จากโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา และโรงพยาบาลด่านขุนทดมาวินิจฉัยโดยด่วน

          ในการนั้น คณะแพทย์ตรวจประเมินว่า หลวงพ่อคูณหยุดหายใจ และหัวใจหยุดเต้น จึงปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นสูง อยู่เป็นเวลา 1 ชั่วโมง กระทั่งอาการทรงตัว จึงใส่เครื่องช่วยหายใจ พร้อมทั้งเครื่องกระตุ้นหัวใจ

 

16 พ.ค. 2558  3 ปีละสังขาร  "เทพเจ้าแห่งด่านขุนทด"

 

          จากนั้นเมื่อเวลา 08:30 . จึงรีบส่งเข้ารักษาต่อ ที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาโดยด่วน พบว่ามีลมรั่วเข้าภายในปอดฝั่งซ้าย และมีเสมหะอุดตันทางเดินหายใจ จึงให้หลวงพ่อพักรักษาตัว ภายในหอผู้ป่วยวิกฤตอายุรกรรม (ไอซียู)

          ต่อมา คณะแพทย์จากโรงพยาบาลศิริราช เข้าร่วมทำการวินิจฉัยและรักษา กับคณะแพทย์โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา จนกะทั่งช่วงเวลาราวสองทุ่ม คณะแพทย์รายงานผลการตรวจรักษาหลวงพ่อว่า สัญญาณชีพยังไม่คงที่ ต้องใช้ยากระตุ้นหัวใจ และเครื่องช่วยหายใจ

          แต่ก็ยังพบว่ามีเลือดออกในทางเดินอาหารจำนวนมาก ร่วมกับมีภาวะไตหยุดทำงาน เป็นผลให้ไม่มีปัสสาวะออกจากร่างกาย ทั้งนี้ภาวะผิดปกติที่แทรกซ้อนขึ้นทั้งหมด เกิดจากปอดและหัวใจ หยุดทำงานเป็นเวลานาน

          ที่สุดรุ่งขึ้นของวันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม เวลา 10:00 . คณะแพทย์ผู้รักษารายงานว่า มีภาวะแทรกซ้อนเพิ่มขึ้น เนื่องจากการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ เป็นผลให้มีเลือดออกในช่องทรวงอก จึงทำให้ระบบหายใจล้มเหลวและเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้น คณะแพทย์จึงทำการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นสูง สำหรับภาวะไตหยุดทำงาน คณะแพทย์ใช้เครื่องไตเทียมทำการฟอกเลือด

          จนกระทั่งเวลา 11:45 นาฬิกา คณะแพทย์ออกประกาศแจ้งว่า พระเทพวิทยาคม มีอาการโดยรวมทรุดลงและถึงแก่มรณภาพขณะทำการรักษา ภายในห้องอายุรกรรมผู้ป่วยหนัก โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา จ.นครราชสีมา สิริอายุ 91 ปี พรรษา 71       

          สำหรับประวัติของหลวงพ่อคูณ ชื่อนามสกุลทางโลกของท่านคือ “คูณ ฉัตร์พลกรัง” เกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 4 ตุลาคม 2466 ปีกุน ที่บ้านไร่ หมู่ที่ 6 .กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา

          เป็นบุตรชายคนโตของบุญ (บิดา) และทองขาว (มารดา) ซึ่งประกอบอาชีพเกษตรกร มีพี่น้องร่วมบิดามารดาสามคนคือ พระเทพวิทยาคม (คูณ ปริสุทโธ), คำมั่น วงษ์กาญจนรัตน์ (เป็นหญิง), ทองหล่อ เพ็ญจันทร์ (เป็นหญิง)

          โยมบิดามารดาของหลวงพ่อคูณ เสียชีวิตลงขณะที่ลูกทั้งสามยังเด็ก เด็กชายคูณกับน้องสาวทั้งสอง จึงอยู่ในความอุปการะของน้าสาว สมัยที่เด็กชายคูณมีอายุราว 6-7 ขวบ เข้าเรียนหนังสือกับพระอาจารย์เชื่อม วิรโธ, พระอาจารย์ฉาย และพระอาจารย์หลี ทั้งภาษาไทย และภาษาขอม

          นอกจากนี้พระอาจารย์ทั้งสาม ยังอบรมสั่งสอนคาถาอาคม เพื่อป้องกันอันตรายต่างๆ ให้ด้วย เด็กชายคูณจึงมีความรู้ในวิชาไสยศาสตร์มาแต่บัดนั้น

          คูณ ฉัตร์พลกรัง อุปสมบท ณ พัทธสีมา วัดถนนหักใหญ่ บ้านเกิด เมื่อวันศุกร์ที่ 5 ..2487พระอุปัชฌาย์ให้ฉายาว่า “ปริสุทฺโธ”

 

16 พ.ค. 2558  3 ปีละสังขาร  "เทพเจ้าแห่งด่านขุนทด"

          หลังจากนั้น หลวงพ่อคูณฝากตัวเป็นศิษย์หลวงพ่อแดง วัดบ้านหนองโพธิ์ ต.สำนักตะคร้อ อ.ด่านขุนทด บ้านเกิดเช่นเดียวกัน หลวงพ่อแดง เป็นพระนักปฏิบัติทางด้านคันถธุระ และวิปัสสนาธุระอย่างเคร่งครัด ทั้งเป็นพระเกจิอาจารย์ ที่เรืองวิทยาคมเป็นอย่างยิ่ง จนเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของผู้คน และลูกศิษย์เป็นอย่างมาก

          ต่อมาหลวงพ่อแดง พาหลวงพ่อคูณไปฝากตัวเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อคง พุทธสโร ซึ่งหลวงพ่อทั้งสองรูปนี้เป็นเพื่อนกัน

          ที่สุด หลวงพ่อคูณฝีกวิชากับหลวงพ่อคงจนมีความรอบรู้ ชำนาญการปฏิบัติธรรมดีแล้ว จึงออกธุดงค์จาริก ไปตามป่าเขาลำเนาไพร ฝึกปฏิบัติธรรมเบื้องสูงต่อไป

          ระยะแรกหลวงพ่อคูณธุดงค์จาริก อยู่ในเขตจ.นครราชสีมา จากนั้นจึงจาริกไกลออกไป กระทั่งถึงประเทศลาว และกัมพูชา มุ่งเข้าสู่ป่าลึก เพื่อทำความเพียรให้เกิดสติปัญญา เพื่อการหลุดพ้นจากกิเลสตัณหา และอุปาทานทั้งปวง

 

16 พ.ค. 2558  3 ปีละสังขาร  "เทพเจ้าแห่งด่านขุนทด"

          หลังจากที่พิจารณา เห็นสมควรแก่การปฏิบัติแล้ว หลวงพ่อคูณจึงออกเดินทางกลับสู่ประเทศไทย เดินข้ามเขตแดนทางจ.สุรินทร์ สู่จ.นครราชสีมา กลับสู่ถิ่นเกิดที่บ้านไร่ จากนั้นจึงเริ่มดำริให้ก่อสร้างวัด ให้เป็นถาวรวัตถุทางพระพุทธศาสนา โดยเริ่มสร้างพระอุโบสถเมื่อ พ.. 2496

          นอกจากนั้น หลวงพ่อคูณยังดำริให้สร้างกุฏิสงฆ์ ศาลาการเปรียญ ขุดสระน้ำไว้เพื่ออุปโภคและบริโภค ทั้งจัดสร้างโรงเรียนวัดบ้านไร่ เพื่อการศึกษาของเยาวชนละแวกนี้อีกด้วย

          สำหรับสมณศักดิ์มีดังนี้

          12 สิงหาคม 2535 : เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญฝ่ายวิปัสสนาธุระที่ พระญาณวิทยาคมเถร

          10 มิถุนายน 2539 : เป็นพระราชาคณะชั้นราชฝ่ายวิปัสสนาธุระที่ พระราชวิทยาคม อุดมกิจจานุกิจจาทร มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี

          12 สิงหาคม 2547 : เป็นพระราชาคณะชั้นเทพฝ่ายวิปัสสนาธุระที่ พระเทพวิทยาคม อุดมธรรมสุนทร ปสาทกรวรกิจ มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี

          ในส่วนของชื่อเสียงของหลวงพ่อคูณนั้น มิได้รู้จักเป็นที่แพร่หลายเฉพาะแต่ชาวโคราชและชาวอีสานเท่านั้น แต่สำหรับคนทั้งประเทศแล้ว ต่างเลื่อมใสศรัทธาหลวงพ่อท่านเป็นอันมาก

          โดยเกร็ดที่เล่าตรงกันทั่วไป ระบุว่า นางทองขาวมารดาของเด็กชายคูณ เล่าให้เพื่อนบ้านฟังว่า ก่อนตั้งครรภ์ กลางดึกของคืนวันหนึ่งเวลาประมาณตี 3 นางได้ฝันเห็นเทพองค์หนึ่ง มีกายเรืองแสงงดงาม ลอยลงมาจากสวรรค์ มาที่บ้านของนางและกล่าวว่า "เจ้าและสามีเป็นผู้มีศีลธรรม เมตตาต่อสรรพสัตว์ทั้งปวง ประกอบการงานอาชีพด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ทั้งยังสร้างคุณงาม ความดีมาตลอดหลายชาติ เราขออำนวยพรให้เจ้า และครอบครัวมีแต่ความสุขสวัสดิ์ตลอดไป"

          และเทพองค์นั้นยังได้มอบดวงแก้วใสสะอาดสุกว่างให้แก่นางด้วย "ดวงมณีนี้ เจ้าจงรับไปและรักษาให้ดีต่อไปภายหน้า จะได้เป็นพระพุทธสาวกหน่อเนื้อพระชินวร เพื่อสืบพระพุทธศาสนา เป็นเนื้อนาบุญ ที่พึ่งของสัตว์โลกทั้งปวง"

 

16 พ.ค. 2558  3 ปีละสังขาร  "เทพเจ้าแห่งด่านขุนทด"

          นอกจากนี้ ท่านยังถือเป็น "ปราชญ์แห่งที่ราบสูง" เพราะทุกคนล้วนยอมรับกันว่า หลวงพ่อคูณนั้น แม้จะสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาด้วยภาษาพ่อขุนมึงกู แต่นี่แหละคือธรรมมะขั้นสูงและลึกล้ำ

          เพราะทุกคนสัมผัสได้ถึงดวงจิตอันมีเมตตาของหลวงพ่อท่าน ยกตัวอย่างที่คนไทยมักได้ยินข่าวคราวความขัดแย้งเกิดขึ้นระหว่างลูกศิษย์วัดบ้านไร่

          หลวงพ่อคูณท่านได้ตัดสินใจเดินจากวัดบ้านไร่ไปอย่างเงียบๆ พร้อมทั้งกล่าวปรัชญาสุดล้ำตอนหนึ่งว่า

          "เป็นธรรมดา เปรียบเสมือนต้นไม้หากมีลูกไม้ ย่อมจะเป็นที่จิกกินของสัตว์หรือนกแม้กระทั่งคน หากแม้นเมื่อหมดลูกหมดผล ก็หมดการแก่งแย่ง แต่อีกไม่นานต้นไม้นั้นก็จะออกลูกออกผลมาให้ เป็นเช่นนี้เรื่อยไป"

          นี่คือ "อมตะธรรมะ" ของหลวงพ่อคูณที่คนไทยจดจำได้เป็นอย่างดี!! นอกเหนือจากอีกหลายๆ คำสอน

          หรือกับวิถีชีวิตประจำวันของหลวงพ่อท่านที่ว่ากันว่า ก่อนจำวัด  หลวงพ่อ มักจะให้คนเปิดเพลงพื้นบ้าน เพลงโคราชให้ฟังด้วย เพราะสมัยก่อนบวช หลวงพ่อเคยคิดอยากเป็นหมอเพลงพื้นบ้าน

          นอกจากนี้ หลวงพ่อคูณ หมั่นบริกรรมภาวนาไม่เคยขาด แม้ในยามจะนอน หายใจเข้า ก็ว่า..ตาย  หายใจออกก็ว่า..แน่เพื่อให้มีสติ ดำรงตนอยู่ในความไม่ประมาท!

       และนี่อาจเป็นที่มาของ "ท่านั่งยอง" อันเป็นเอกลักษณ์นั้น หลวงพ่อเคยให้เหตุผลว่า เป็นท่าที่สบายที่สุด อีกทั้งเป็นลักษณะของคนเตรียมพร้อมที่ลุกเดินไปไหนมาไหนได้ทันที จะหยิบจับอะไรก็ง่ายและสะดวกในการทำงาน

          สำหรับเรื่องของ “วัตถุมงคล” ที่หลวงพ่อท่านสร้างมาตั้งแต่บวชแล้ว 7 พรรษา ก็เป็นที่นิยมเป็นอันมาก โดยหลวงพ่อท่านเริ่มทำวัตถุมงคล ซึ่งเป็นตะกรุดโทน ตะกรุดทองคำ เพื่อฝังที่ใต้ท้องแขน ณ วัดบ้านไร่ ราว พ..2493

          และหลวงพอมักกล่าวว่า “ใครขอ กูก็ให้ ไม่เลือกยากดีมีจน" ว่าตรงกันว่า วัตถุมงคลของหลวงพ่อได้ชื่อว่ามีความศักดิ์สิทธิ

          คมชัดลึกเคยนำเสนอบทสัมภาษณ์หลวงพ่อคูณ เมื่อเดือนตุลาคม 2538 ซึ่ง สุทธิชัย หยุ่น ได้ไปสัมภาษณ์ หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ที่วัดบ้านไร่ ออกอากาศทางรายการ Nation News Talk มีใจความที่ควรค่าแก่การจดจำยิ่งนัก โดยตอนหนึ่งว่า

 

16 พ.ค. 2558  3 ปีละสังขาร  "เทพเจ้าแห่งด่านขุนทด"

 

              ถาม- เหรียญรุ่นต่างๆ คนเอาไปใช้แล้ว เชื่อว่าแทงไม่เข้า ยิงไม่เข้า รถชนไม่ตาย เป็นการสร้างความประมาทให้คนหรือเปล่าครับ

              ตอบ - กูไม่ได้ว่าอย่างนั้น กูว่าอย่างนี้ ที่เอาเหรียญไป เอาพระไปนั้น ไม่ใช่ว่าเอาไปอวดดีอวดเก่งอะไร เอาห้อยคอไป ใส่กระเป๋าไป เป็นการกระตุ้นเตือนใจว่าเราจะไม่กระทำสิ่งที่ชั่วช้าสารเลวอย่างใดอย่างหนึ่ง เอาคุณพระอยู่กับตัวเรา หรือเอาตัวเราอยู่กับคุณพระ นี่ความหมายกูเป็นอย่างนี้ ไม่ใช่เอาไปยิงไม่ตาย ฟันไม่ตาย กูไม่เคยพูดแบบนี้ เขาจะเชื่อหรือไม่ กูไม่ว่า มันต้องการ มันอยากได้ ก็ให้มันไป กูจะได้เอาเงินมาพัฒนาประเทศชาติบ้านเมือง

              ถาม - หลวงพ่อมีญาณวิเศษอะไรที่จะรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าไหมครับ

              ตอบ - กูไม่มีหรอก กูจะมียานมีแยนอะไร กูมีแต่ยานโต้งเต้งที่ว่านี่ มันบังเอิญไปชี้ถูกเอาพอดีมากกว่า กูไม่ใช่ผู้วิเศษวิโสมาจากไหน กูก็คือพระทั่วๆ ไปเหมือนกัน

              ถาม - หลวงพ่อไม่เชื่อเรื่องญาณวิเศษ เรื่องรู้อะไรล่วงหน้า หรือครับ

              ตอบ - รุ่นพระอรหันต์ถึงจะมีเรื่องที่ว่านี้ แต่รุ่นอย่างกูนี้ กูไม่มี จะไปเที่ยวอวดอุตริมนุษยธรรม ว่ากูมีญาณ เป็นผู้วิเศษวิโส มันไม่ใช่หรอก กูเป็นพระธรรมดาทั่วๆ ไป

           หากสนใจอ่านฉบับเต็ม สามารถติดตามได้ที่ลิงค์นี้ http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/206638

          อย่างไรก็ดี สำหรับการถวายเพลิงหลวงพ่อคูณ ซึ่งจะมีขึ้นในปี 2562 นั้น ดำเนินการหลังจากที่สังขารของท่านได้นำไปเป็นครูใหญ่ครบตามกำหนด

 

16 พ.ค. 2558  3 ปีละสังขาร  "เทพเจ้าแห่งด่านขุนทด"

 

          โดยได้พิจารณาเลือกพื้นที่ดิน 350 ไร่ บริเวณใกล้กับพุทธมณฑล จ.ขอนแก่น จัดทำเมรุลอยสำหรับถวายเพลิงหลวงพ่อคูณ หลังจากนั้นจะสร้างเจดีย์ครอบและสร้างอนุสรณ์สถานหลวงพ่อคูณ เพื่อให้บุคลากรของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และประชาชนทั่วประเทศ ได้รำลึกถึงพระคุณและเชิดชูเกียรติของหลวงพ่อคูณต่อไป

 

16 พ.ค. 2558  3 ปีละสังขาร  "เทพเจ้าแห่งด่านขุนทด"

 

           เบื้องต้นได้มีกำหนดพิธีพระราชทานเพลิงหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ ในวันที่ 29 ม.ค. 2562 และในวันรุ่งขึ้น คณะแพทยศาสตร์และศิษยานุศิษย์ จะนำอัฐิไปลอยอังคารลงสู่แม่น้ำโขง ที่ จ.หนองคาย ตามที่ระบุไว้ในพินัยกรรม ขณะที่สถานที่ก่อสร้างเมรุลอยนั้น กำลังเตรียมก่อสร้างสถานที่ ถมดินในหนองน้ำ รวมถึงจะเปิดรับอาสาสมัครช่วยงานช่างฝีมือในการก่อสร้างเมรุลอยด้วย

///////////

ขอบคุณภาพและข้อมูลจากวิกิพีเดีย

เฟซบุ๊ก หลวงพ่อทวด / วิหารเทพวิทยาคม วัดบ้านไร่/

kapook.com

และ http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/206638