14 พ.ค.2557 เรื่องเศร้าที่เวิ้งนาครเขษม กับการจากไปของเฮียโต

   จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 14 พ.ค.2557 มีคนพบของเขาเป็นลอยติดท่าเรือศิริราช ในท่ามกลางข่าวคราวที่ทำเอาตกใจ

                จะด้วยชื่อที่ฟังดูแล้ว เวิ้งว้างว่างเปล่าหรืออย่างไรกัน ที่ทำให้เวิ้งนาครเขษมต้องพานพบกับเรื่องราวสุดแสนเศร้า ที่เล่ากี่ครั้งก็ใจหาย

                ยิ่งหากใครจำได้กับภาพชุดของที่นั่นช่วงปีก่อน ซึ่งช่างภาพของเนชั่น ได้เข้าไปบันทึกภาพมาฝาก  ก็พบว่า “เวิ้งนาครเขษม” หรืออีกชื่อที่เรียกกันจนติดปากว่า “เวิ้งนครเกษม” ในยามที่ผู้เช่าเดิมได้ย้ายออกจากพื้นที่ทั้งหมด ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2559 ราวกับว่า ลมหายของที่นี่ได้หมดลงตรงนั้น!

 

14 พ.ค.2557 เรื่องเศร้าที่เวิ้งนาครเขษม กับการจากไปของเฮียโต

                เพราะจนถึงต้นปี 2560 ที่ผ่านมา ที่นั่นเหลือเพียงแค่ตัวอาคารที่มีร่องรอยแห่งอดีตที่เคยเป็นร้านค้า ที่อยู่อาศัยของชาวชุมชนเวิ้ง ก่อนที่ทั้งเวิ้งจะถูกพัฒนาโดยผู้ถือครองกรรมสิทธิ์ใหม่ของที่ดินผืนนี้

                ทั้งนี้ เหตุที่เป็นเช่นนั้น หลายคนอาจยังพอจำกันได้ว่าช่วงปี 2555 กลุ่มเจ้าสัวใหญ่ ได้ได้ตัดสินใจซื้อที่ดินของตรงนี้ บนเนื้อที่ 14 ไร่ ในราคาหลายพันล้าน เพื่อนำมาพัฒนา เพราะตรงนั้นถือเป็น "ไข่แดง" กลางกรุง ย่านเยาวราช (เจริญนคร ซอย 8 และ 10) ที่มีโอกาสเติบโตอีกมากในอนาคต

 

14 พ.ค.2557 เรื่องเศร้าที่เวิ้งนาครเขษม กับการจากไปของเฮียโต

 

                แต่ยังมีอีกเรื่องราวที่เศร้าไม่แพ้กัน นั้นคือเรื่องราวของ 'ชัชวาล อัศวโสภณ' หรือ "เฮียโต" นายห้างดนตรี “ย่งเส็ง”และบริษัท ย่งเส็งวัฒนาเทรดดิ้ง จำกัด วัย 55 ปี ผู้ที่ถือเป็นตำนานของคนเวิ้ง

                 ที่ช่วงวันนี้ของ 4 ปีก่อน อยู่ๆ ข่าวคราวของเขา ที่ได้ลาจากโลกนี้ไปอย่างกะทันกัน ได้สร้างความตกใจ ประหลาดใจ และเสียใจเป็นอันมาก ไม่เพียงครอบครัว ญาติมิตร แต่ยังหมายถึงแวดวงดนตรี และระบบเสียงของไทย ที่พันผูกกับเวิ้งนาครเขษมมานาน

                คนรุ่นใหม่อาจไม่คุ้นชินกับสถานที่แห่งนี้ แต่คนรุ่นหนึ่งจะรู้ดีว่าที่ "เวิ้งนาครเขษม" ถือเป็นแหล่งซื้อ-ขายเครื่องดนตรี ที่ทั่งใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในกรุงเทพฯ โดยชุมชนที่นี่ก็อยู่มาดั้งเดิมตั้งแต่ยุคเกิดสร้างกรุงรัตนโกสินทร์

                สำหรับ เฮียโตนั้น ก็เติบโตมากับร้านขายเครื่องดนตรีที่ทำมาตั้งแต่รุ่นปู่-รุ่นพ่อ กระทั่งส่งต่อให้รุ่นลูกรับช่วงงานต่อไป แต่เมื่อพายุทุนนิยมโหดกระหน่ำมาที่ชุมชนของพวกเขา ก็ถือเป็นจุดพลิกผันของชีวิตเป็นอันมาก

                จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 14 พ.ค.2557 มีคนพบของเขาเป็นลอยติดท่าเรือศิริราช ในท่ามกลางข่าวคราวที่ทำเอาตกใจ แต่ยังมีจนหลายกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการฆ่าตัวตายเซ่นระบบนายทุนนั่นเอง!

 

14 พ.ค.2557 เรื่องเศร้าที่เวิ้งนาครเขษม กับการจากไปของเฮียโต

                ที่เป็นเช่นนั้น หากย้อนไปดูคำสัมภาษณ์ที่เฮียโตเคยให้ไว้กับ PRART-PMG TV Tape 33/3 ที่ได้ลงไปเก็บบรรยากาศ "ปิดตำนาน เวิ้งนาครเขษม" ในห้วงสถานการณ์ร้อนคราวนั้น เขาบอกว่า

                 "ผมเกิดที่นี่ คุณพ่อเป็นคนซอยหนึ่ง คุณแม่เป็นคนซอยสอง คุณแม่เป็นลูกร้านขายวัตถุโบราณ เป็นร้านแอนทีค ผมรักเวิ้งและสะเทือนใจมากเรื่องเวิ้ง..."

                "..ไม่เคยคิดว่าต้องจากพื้นที่นี้ไป เพราะปู่ก็มาตั้งต้นที่นี่ มาสร้างเวิ้งร่วมกับคุณปู่ของแต่ละบ้านในพื้นที่แห่งนี้ จนมารุ่นพ่อ ทำมาจนเจริญ รุ่นเราก็รักษาเอาไว้ และทำให้เจริญมากยิ่งขึ้น ทุกวันนี้เราก็ขายส่งไปทั่วประเทศ"

         

               ขณะเดียวกัน ที่ผ่านมา กลุ่มประชาชนคนเวิ้งฯ ได้เคยร่วมลงขันกัน เพื่อขอซื้อคืนด้วยมูลค่า 4,800 ล้านบาท พร้อมข้อเสนอในการอนุรักษ์พื้นที่ในชุมชนให้เป็นพื้นที่เรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของเมืองหลวง แต่ก็ไม่เป็นผล

 

14 พ.ค.2557 เรื่องเศร้าที่เวิ้งนาครเขษม กับการจากไปของเฮียโต

                นอกจากนี้ ช่วงก่อนที่จะมีการพบศพ ก่อนหน้า 1 วัน ทางครอบครัวได้ออกแจ้งความการหายตัวไปของเฮียโต โดยบุตรชาย ได้เดินทางเข้าแจ้งความที่สน.ปากคลองสานว่า นายชัชวาล อัศวโสภณ หรือเฮียโต อายุ 55 ปี บิดา เจ้าของบริษัทย่งเส็งวัฒนาเทรดดิ้ง จำกัด ได้หายตัวไปจากจุดสุดท้ายที่พบคือบริเวณท่าเรือวัดจีจินเกาะ แขวงและเขตคลองสาน  

                ข้อมูลจากโพสต์ทูเดย์ระบุเนื้อหาข่าวสรุปได้ว่า สาเหตุที่ทำให้พ่อของตนคิดสั้นนั้นน่าจะมาจากการที่เมื่อประมาณ 2-3 ปีที่ผ่านมา ที่ดินที่พวกตนทำมาหากินมากว่า 100 ปีนั้นแต่ทางครอบครัวก็เตรียมย้ายไปที่ใหม่แล้ว โดยพ่อของตนไปลงทุนเปิดร้านใหม่ที่บริเวณแยกวัดตึก ซึ่งอยู่ใกล้กับร้านเก่าเพื่อที่จะเตรียมตัวย้ายจากร้านเดิมที่ถูกไล่ที่ โดยให้ย้ายออกภายในเดือน ก.ย. 2557 แต่มีเจ้าหน้าที่ของบริษัทมาบอกเมื่อประมาณต้นปีว่าให้ย้ายออกภายในเดือน ก.ค. 57 (http://(https://www.posttoday.com/social/general/294610)

                ขณะเดียวกัน ร้านใหม่นั้นได้ลงทุนไปประมาณ 10 ล้านบาท ตั้งได้ประมาณ 2 ปีแล้ว และล่าสุดทางบริษัทก็ได้เข้ามาซื้อที่เช่นเดียวกัน โดยมีกำหนดให้ย้ายออกในปี พ.ศ. 2560  คิดว่าพ่อของตนคงกังวลและเครียดกับเรื่องเงินที่ลงทุนไป เมื่อถึงกำหนดย้ายออกยังไม่คุ้มค่ากับเงินที่ลงทุนไป

 

14 พ.ค.2557 เรื่องเศร้าที่เวิ้งนาครเขษม กับการจากไปของเฮียโต

 

                ทั้งนี้ ข่าวยังระบุว่า เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดของทางมูลนิธิดังกล่าวพบว่า เมื่อวันที่ 12 พ.ค.เวลาประมาณ 15.00 น. นายชัชวาลเดินทางมาที่ท่าน้ำดังกล่าว ทำการสักการะศาลเจ้าที่ริมน้ำ ก่อนที่จะหายตัวไป เจ้าหน้าที่ใช้เวลางมหาเป็นเวลานานกว่า 5 ชั่วโมง แต่ไม่พบจึงได้ยุติการค้นหา

                กระทั่งมาพบศพในวันที่ 14 พ.ค. 2557 นั่นเอง

                อย่างไรก็ดี เฮียโตได้จากไปแล้ว แต่คนข้างหลังต้องสู้กันต่อไป ที่สุดแล้วในช่วงค่ำของวันที่ 16 พ.ค. 57 ทางครอบครัวอัศวโสภณได้ออกแถลงการณ์ แก่สื่อมวลชนที่ไปร่วมงานสวดอภิธรรมศพของเฮียโต ที่วัดเทพศิรินทราวาส

                โดยสรุปแล้วยอมรับว่า เฮียโตเครียดจริง! แต่ไม่ได้มีหลักฐานว่าเป็นการฆ่าตัวตาย เนื่องจากมีพยานเห็นว่าเฮียโตลื่นไถลลงน้ำ โดยข้อความระบุว่า

                “ตามที่สื่อมวลชนหลายฉบับได้เสนอข่าวกรณีนายชัชวาล อัศวโสภณ เสียชีวิต โดยออกข่าวในลักษณะเป็นการกระโดดน้ำเพื่อฆ่าตัวตายนั้น ขณะนั้นยังไม่มีหลักฐานพิสูจน์ในเรื่องดังกล่าว ทางครอบครัวอัศวโสภณขอเรียนชี้แจงข่าวดังกล่าว ดังนี้”

                 -นายชัชวาล อัศวโสภณ มีอาการเครียดจากการถูกเวนคืนที่ดินบริเวณที่ประกอบการค้าจริง ประกอบกับมีอาการป่วยเกี่ยวกับทางเดินหายใจและความดันโลหิตอยู่แล้ว

                -นายชัชวาล อัศวโสภณ มักจะเดินทางไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ ศาลเจ้าจีจินเกาะอยู่เป็นประจำ และจากหลักฐานภาพกล้องวงจรปิดพบว่าวันดังกล่าว นายชัชวาล อัศวโสภณ ได้เดินทางไปสถานที่ดังกล่าวจริงและมานั่งพักที่ท่าเรือ เนื่องจากท่าเรือเวลาเรือวิ่งแล้วจะมีคลื่นมา ทำให้ท่าเรือโคลงเคลง อาจทำให้นายชัชวาลเสียการทรงตัวลื่นไถลจมน้ำ โดยมีคุณลุงผู้เห็นเหตุการณ์เป็นพยานเห็นชัดว่านายชัชวาลได้ลื่นไถลลงน้ำ และไปแจ้งพนักงานรักษาความปลอดภัยประจำศาลเจ้าว่ามีชายวัยกลางคนจมน้ำ ทั้งนี้เจ้าพนักงานได้ระบุถึงสาเหตุการเสียชีวิตว่าเป็นการขาดอากาศหายใจ เนื่องจากการจมน้ำ

                “ดังนั้นครอบครัวอัศวโสภณขอความร่วมมือมายังท่าน โปรดกรุณาชี้แจงให้สาธารณชนได้ทราบในข้อเท็จจริงดังกล่าวและข่าวสารที่ถูกต้องด้วย จักเป็นพระคุณอย่างสูง”

                เรื่องราวของเฮียโต อาจจบไปในวันนั้น แต่ที่จริงแล้ว หลายคนหากเป็นแฟนประจำร้านของเขา จะยังจำชายผู้มีมาดสุขุมนุ่มลึกผู้นี้ได้เป็นอย่างดี

                สำหรับประวัติของเขานั้น เขาเคยเล่าว่า รุ่นปู่ของเขานั้นอพยพมาจากเมืองจีน และมาตั้งรกรากที่เวิ้งแห่งนี้

                แรกเริ่มก็รับซื้อของเก่าที่เจ้านายในวังเอามาขาย มาช่วงปลายๆ ของคุณปู่ ซึ่งคุณพ่อของเฮียโตอายุได้ 18 ปี คุณพ่ออยากขายเครื่องดนตรี คุณปู่เลยให้ตู้ใบหนึ่ง ซื้อเครื่องดนตรีมาขายในร้าน

                “สมัยก่อนเราไม่ได้นำเข้าเอง สมัยที่คุณปู่ยังอยู่เราซื้อมาจาก East Piano ซื้อจากรัตนมาลามาขาย แต่พอตอนคุณพ่ออายุ 21 คุณปู่เสียชีวิต คุณพ่อเลยเปลี่ยนเป็นดนตรีอย่างเดียว ไม่เอาของเก่าแล้ว เป็นดนตรีร้อยเปอร์เซ็นต์ ในปีถัดมาก็เริ่มนำเข้าเอง จากเชโกฯ อังกฤษ จากฝรั่งเศส จากเยอรมัน.."

                เฮียโตนั้น เป็นลูกชายคนโตของ ประสิทธิ์ อัศวโสภณ กับ กาญจนา ตังธนเศรษฐ์ โดยประสิทธิ์ ผู้เป็นพ่อ ได้ขยายกิจการสานต่อจาก "ร้านย่งเส็ง" ของปู่มาร่วมสิบปีแล้วที่เวิ้งนาครเขษม ซอย 1 โดยริเริ่มนำเครื่องดนตรีสากลจากห้างฝรั่งมาขายเสริมในร้าน เนื่องจากรักชอบในด้านดนตรีเป็นพื้นฐานสำคัญ

                 อีกทั้งได้มีโอกาสใกล้ชิดกับพระเจนดุริยางค์ (ปิติ วาทยะกร) ซึ่งเป็นครูสอนดนตรีและบุคคลสำคัญในวงการดนตรีของประเทศไทย จึงทำให้นายห้างประสิทธิ์รู้จักแหล่งเครื่องดนตรีและคุณภาพของเครื่องดนตรีเป็นอย่างดีมากขึ้น

 

14 พ.ค.2557 เรื่องเศร้าที่เวิ้งนาครเขษม กับการจากไปของเฮียโต

 

                กระทั่งในปี พ.ศ.2494 จึงเปลี่ยนจากการรับซื้อและขายของเก่าที่มีแต่เดิม และขายเครื่องดนตรีเสริม มาเป็นการขายเครื่องดนตรีสากลทั้งหมด ส่วนป้ายร้านเก่าที่เขียนว่า "ยี่ห้อย่งเส็งนายย่งเฮงแซ่แบ้รับซื้อและขายของเก่า" เก็บเป็นกำลังใจให้ลูกหลาน

                ต่อมาเมื่อนายห้างชัชวาลมาบริหารต่อ ห้างดนตรีย่งเส็งจึงพัฒนายกระดับกิจการเข้าสู่การเป็นผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายเครื่องดนตรีและอุปกรณ์เครื่องดนตรีหลากหลายชนิดที่มีคุณภาพจากทั่วทุกมุมโลก โดยเฮียโตหรือนายห้างชัชวาล คือ "อัศวโสภณ" รุ่นที่ 3

               ขอรำลึกถึงเฮียโตมา ณ ที่นี้!

/////////////////

ขอบคุณภาพจากฝีมือการถ่ายภาพของ ฐานิส สุดโต NationPhoto

โดยติดตามภาพชุดเวิ้งนาครเขษมทั้งหมดของเขาได้ที่ลิ้งค์นี้

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/265392

นอกจากนี้ยังสามารถติดตามอ่านเรื่องราวในมุมอื่นๆ ได้อีกที่ลิงค์นี้

http://www.komchadluek.net/news/crime/184736


เปิดอ่าน