10 พ.ค.2536 เกินกว่าจะลืม!! เพลิงพิโรธ "เคเดอร์"

หลายคนยังรู้สึก "โกรธ" ทุกครั้งที่ได้รู้ว่า สาเหตุของเพลิงไหม้เกิดจากอะไร   มากไปกว่านั้น คือ สาเหตุที่ทำให้เกิดการสูญเสียได้มากมายนาดนี้!!

          ผ่านมา 25 ปีแล้วหรือนี่!!

          กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ในอดีต หรือตรงกับวันที่ 10 .. 2536 ที่ต้องนับเป็นโศกนาฏกรรมครั้งเลวร้ายที่สุดครั้งหนึ่งของคนไทย!!

 

10 พ.ค.2536  เกินกว่าจะลืม!!  เพลิงพิโรธ "เคเดอร์"

ภาพประกอบจากอินเตอร์เนท

         นั่นคือ เหตุการณ์เพลิงพิโรธครั้งใหญ่ ที่เผาผลาญ และคร่าชีวิตผู้คนไปเป็นจำนวนมาก!! ที่ โรงงานตุ๊กตาเคเดอร์ หรือ บริษัท เคเดอร์อินดัสเตรียล ไทยแลนด์ จำกัด ซึ่งเป็นโรงงานตุ๊กตาขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนถนนพุทธมณฑลสาย 4 ตำบลกระทุ่มล้ม อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม

 

10 พ.ค.2536  เกินกว่าจะลืม!!  เพลิงพิโรธ "เคเดอร์"

 

          ความเสียหายที่เกิดขึ้น ต้องนับว่าเกินกว่าจะประเมินมูลค่า เพราะความสูญเสียหมายถึงชีวิตของคนงาน ที่ต้องมาเจอชะตากรรมถูกเพลิงย่างสดจนเสียชีวิต นับจำนวนถึง 188 คน!! ขณะที่ยังมีจำนวนผู้บาดเจ็บอีกจำนวนมากร่วม 500 คน!!

          จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่โศกนาฏกรรมครั้งนี้ จะถูกพูดถึงเสมอ เมื่อมีการจัดอันดับหมวดของเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งที่เลวร้ายที่สุดของประเทศไทย เพราะใครที่เคยได้ยินเรื่องนี้ ก็จะไม่สามารถลบลืมเลือนเรื่องราวครั้งนี้ไปได้อีกเลย!!

          ย้อนภาพไปถึงวันเกิดเหตุ ซึ่งเป็นวันแรกของการทำงาน คือวันจันทร์ที่ 10 พฤษภาคม 2536 ที่แน่นอนต้องมีคนงานมาทำงานกันจำนวนมาก ภายในโรงงานเคเดอร์ โรงงานตุ๊กตาขนาดใหญ่ ที่ประกอบด้วยอาคาร 5 ชั้น จำนวน 4 อาคาร

 

10 พ.ค.2536  เกินกว่าจะลืม!!  เพลิงพิโรธ "เคเดอร์"

          น่าสลดใจที่เหตุการณ์เกิดขึ้นก่อนคนงานเลิกงานไม่นาน ซึ่งอดคิดไม่ได้ว่า หากเกิดขึ้นหลังจากนั้น เราคงไม่สูญเสียชีวิตของผู้คนไปมากมายขนาดนี้

          นั่นเพราะราวๆ ช่วงสี่โมงเย็น ขณะที่คนงานกำลังทำงานอยู่ภายในอาคาร จู่ๆ ก็ได้เกิดเพลิงไหม้ ตรงชั้นล่างของอาคาร 1 ทั้งนี้ ที่น่าตกใจคือตามข่าวยังระบุว่า ไฟได้ไหม้ไปเป็นเวลากว่าครึ่งชั่วโมง พนักงานจึงจะรู้ตัวว่าตนเองต้องเผชิญชะตากรรมอะไรหลังจากนั้น

          เคราะห์ร้ายที่เพราะสถานที่เกิดเหตุเป็นโรงงานตุ๊กตาผ้า ซึ่งมีทั้ง อุปกรณ์ต่างๆ เช่น เศษผ้า และวัสดุไวไฟอยู่เป็นจำนวนมาก พูดง่ายๆ ว่าพร้อมที่ติดไฟได้ทุกเมื่อ ดังนั้น เมื่อพระเพลิงปรากฏตัว ก็ยิ่งขยายลุกลามไปอย่างรวดเร็ว เกินจะควบคุมไว้ได้ทัน!

          เวลานั้น คนงานที่ตามข่าวระบุว่า มีจำนวนกว่า 1,400 ชีวิต พยายามวิ่งหนีตายออกจากอาคารอย่างอลหม่าน ซึ่งโกลาหลพอตัวอยู่แล้ว แต่เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด เพราะเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ปรากฏว่าตัวอาคารเกิดพังครืนถล่มลงมาในพริบตา ทั้งทับและฝังคนงานไว้ใต้ซากปรักหักพังที่กำลังถูกพระเพลิงละเลงไฟอย่างดุเดือด!!

         นอกจากนี้ยังว่ากันว่า พนักงานด้วยความกลัวตายจึงพากันหนีตายกันอย่างวุ่นวาย ทั้งพยายามเบียดเสียดยัดเยียดกันออกจากอาคาร ทำให้คนงานจำนวนมากต้องเหยียบกันตาย ในระหว่างหาทางหนีไปจากอาคารที่กำลังถูกเพลิงนรกเผาผลาญ และบางส่วนพยายามกระโดดออกจากอาคารจนตกลงมาเสียชีวิต!

 

10 พ.ค.2536  เกินกว่าจะลืม!!  เพลิงพิโรธ "เคเดอร์"

          กว่าที่พนักงานดับเพลิงจะมาถึง และเข้าควบคุมเพลิง คงไม่ต้องอธิบายว่าภายใต้ซากอาคารนั้น จะเกิดอะไรขึ้น

          ที่สุด หลังจากพนักงานดับเพลิงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ ก็ผ่านไปหลายชั่วโมงแล้ว จนเมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาถึงและจะเร่งเข้าไปช่วยเหลือทั้งผู้ที่ติดอยู่ในอาคาร และใต้ซากอาคาร

          ภาพที่เห็นก็มีแต่ร่างกายที่ไร้วิญญาณ และไหม้เกรียมจากเพลิงมรณะของบรรดาคนงานผู้ชะตาขาดจำนวน 188 ราย โดยเป็นคนงานชาย 17 คน คนงานหญิง 171 คน 

          ไม่เพียงเท่านั้น ที่น่าเศร้าคือ โศกนาฏกรรมครั้งนี้ยังส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บถึง 469 ราย ทั้งบาดเจ็บสาหัส ขณะที่บางรายต้องกลายเป็นคนพิการ หรือเป็นอัมพาตตลอดชีวิต โดยมีการศึกษาเชิงลึกหลังจากนั้น พบว่า ครอบครัวคนงานที่เสียชีวิตจำนวนทั้งหมด 56 ครอบครัว ยังพบปัญหาในครอบครัวถึงประมาณ 60% เพราะคนงานสตรีที่เสียชีวิตบ้างก็เป็นภรรยา เป็นแม่ เป็นลูก อย่างน้อยอย่างหนึ่งด้วยกันทั้งนั้น

          มีหลายครอบครัวที่หลังจากภรรยาเสียชีวิต สามีต้องกลายเป็นคนติดเหล้า และมี 2 รายที่ดื่มเหล้าหนักจนเป็นเหตุให้เสียชีวิต, มีกรณีครอบครัวเคเดอร์ที่พิการ ทำให้พ่อมีปัญหาเรื่องจิตใจและเสียชีวิตไม่นานเมื่อรู้ว่าทราบว่าลูกสาวพิการตลอดชีวิต ฯลฯ (https://mgronline.com/daily/detail/9490000061582)

 

          หลายคนแม้จะจำเหตุการณ์ได้ แต่ก็ยังรู้สึกโกรธทุกครั้งที่ได้รู้ว่า สาเหตุของเพลิงไหม้เกิดจากอะไร

          มากไปกว่านั้น คือ สาเหตุที่ทำให้เกิดการสูญเสียได้มากมายขนาดนี้!!!

          สำหรับคำถามแรก สาเหตุของเพลิงไหม้ ตามรายงานข่าว ระบุว่า หลังเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนหากสาเหตุของเหตุไฟไหม้ครั้งนี้ จนพบว่า เกิดจากความประมาทของพนักงานที่สูบบุหรี่ในโรงงาน แล้วทิ้งก้นบุหรี่โดยไม่ได้ดับจึงส่งผลให้เกิดไฟลุกไหม้กับวัสดุต่างๆ ในโรงงานนั้น

 

10 พ.ค.2536  เกินกว่าจะลืม!!  เพลิงพิโรธ "เคเดอร์"

ภาพประกอบจากอินเตอร์เนต

 

          ส่วนคำถามต่อมา ซึ่งสำคัญมาก คือ เมื่อตรวจสอบในเชิงลึกยังได้พบว่า โรงงานตุ๊กตาเคเดอร์ก่อสร้างด้วยวัสดุที่ไม่ได้มาตรฐาน เป็นเหล็กสำเร็จรูปที่ไม่ทนไฟ จึงเป็นสาเหตุหนึง่ให้ตัวอาคารถล่มลงมาอย่างง่ายดาย เมื่อโดนความร้อน เพราะโครงสร้างเหล็กเปลือย อย่างเช่น เสาและคานเหล็กรูปพรรณไม่ได้ออกแบบให้มีวัสดุหุ้มเพื่อป้องกันไฟ ทำให้โครงสร้างพังทลายรวดเร็ว

          นอกจากนี้ตามรายงานข่าวยังระบุว่า ยังมีเรื่องของมาตรฐานความปลอดภัยอีกหลายประการ ที่โรงงานนี้ไม่มี เช่น ไม่มีบันไดหนีไฟ, ความกว้างประตูทางออกฉุกเฉินมีขนาดไม่ได้มาตรฐาน และยังมีจำนวนน้อยเกินไปเมื่อเทียบกับจำนวนของพนักงาน!!

 

10 พ.ค.2536  เกินกว่าจะลืม!!  เพลิงพิโรธ "เคเดอร์"

          และตำแหน่งของบันไดทั้งสองอยู่ฟากเดียวกันกับตัวอาคาร ทำให้คนงานถูกบล็อกด้วยไฟและควันทั้งหมด ลักษณะของบันไดที่เป็นห้องโถงมีประตูกระจกกั้นแยกออกจากห้องทำงาน ทำให้ห้องโถงบันไดซึ่งไม่มีระบบอัดอากาศกลายเป็นกล่องดูดควันและไฟ

          รวมทั้งโรงงานไม่เคยซักซ้อมการหนีไฟอย่างเป็นระบบให้กับพนักงานอีกด้วย!! 

            ที่น่าตกใจคือข้อมูลหลายแหล่งระบุตรงกันว่า มีคำให้การของคนงานที่รอดชีวิต กล่าวถึงสาเหตุที่มีคนงานเสียชีวิตมาก เพราะขณะเกิดเพลิงไหม้ยามแต่ละชั้นได้ปิด!! ประตูโรงงานเนื่องจากเจ้าของโรงงานเกรงว่าคนงานจะฉวยโอกาสหยิบสิ่งของออกไปจากโรงงาน (https://mgronline.com/daily/detail/9490000061582)

          ทั้งนี้ ในรายงานของ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการป้องกันและจัดการภัยพิบัติ (http://dpm.nida.ac.th/) ระบุข้อมูลว่า

          ภายหลังเกิดเหตุโศกนาฏกรรมในครั้งนั้นไม่ถึงเดือน นายกรัฐมนตรี (ชวน หลีกภัย) ในสมัยนั้น ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาข้อเท็จจริง และสาเหตุเกี่ยวกับกรณีเพลิงไหม้บริษัทเคเดอร์ อินดัสเทรียล (ไทยแลนด์) จำกัด และสภาวะความปลอดภัยในโรงงานอุตสาหกรรม

          ก็ได้พบข้อเท็จจริงว่า บริษัทเคเดอร์ฯ มีประวัติการเกิดเพลิงไหม้มาแล้ว 3 ครั้ง คือ

          ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2532 โดยได้เกิดเพลิงไหม้อาคารโรงงานของบริษัทเคเดอร์ฯ บริเวณชั้น 3 อาคารได้รับความเสียหายมาก เหตุเกิดจากอุปกรณ์ไฟฟ้าเสื่อมไฟฟ้าลัดวงจร

         ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2534 เกิดเพลิงไหม้ที่โรงเก็บตุ๊กตา

          ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2536 ได้เกิดเพลิงไหม้อาคารหลังที่ 3 ชั้น 2 และชั้น 3 ทำให้สินค้าได้รับความเสียหาย

             ที่สุด ทั้งกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และกรมโรงงานอุตสาหกรรม ได้เคยออกหนังสือแนะนำข้อปฏิบัติเกี่ยวกับความปลอดภัยและสั่งให้ปรับปรุง โดยสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดนครปฐม ร่วมกับกองตรวจความปลอดภัย กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเคยตรวจโรงงานเคเดอร์ฯ และไทยจิวฟูฯ เมื่อ 15 กุมภาพันธ์ 2536 และมีหนังสือแนะนำให้นายจ้างปฏิบัติ คือ

          1.ให้จัดหาและบังคับใช้อุปกรณ์คุ้มครอง

          2.ให้มีการตรวจสอบลิฟท์ขนของภายในโรงงานและห้ามพนักงานโดยสาร

          3.ให้จัดทำแผนป้องกันและระงับอัคคีภัย และฝึกซ้อมดับเพลิง

          แต่ดูเหมือนว่า เหตุการณ์ร้ายก็ยังเกิดขึ้นจนได้!!

 

10 พ.ค.2536  เกินกว่าจะลืม!!  เพลิงพิโรธ "เคเดอร์"

ภาพประกอบจากอินเตอร์เนต

          ทั้งนี้ ในส่วนที่ระบุว่า คนงานกว่าจะรู้ตัว "ก็สายเสียแล้ว" นั้น ก็เพราะตามรายงานข้างต้นยังอธิบายว่า ที่โรงงานนี้ "ไม่มี" ระบบเตือนภัย หรือระบบกระจายเสียงเตือนภัยให้คนงานทราบ

      และห้องทำงานยังเป็นระบบปรับอากาศ มีเสียงเย็บจักรดัง ทำให้คนงานไม่ทราบเหตุการณ์จนกว่าจะเห็นควันไฟแล้วนั่นเอง!!

          เหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งนั้น นอกจากจะเป็นเหตุการณ์ร้ายแรงที่สุดในภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทยและเป็นข่าวครึกโครมไปทั่วทั้งในและต่างประเทศแล้ว ยังเป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่กระตุ้นให้เกิดการผลักดันเรื่องสวัสดิภาพความปลอดภัยของพนักงานในสังคม เพื่อไม่ให้เกิดเหตุสลดซ้ำรอยโรงงานตุ๊กตาเคเดอร์อีก

          โดยช่วงปี 2540 คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบให้วันที่ 10 พฤษภาคมของทุกปี ซึ่งตรงกับวันที่เกิดเพลิงไหม้โรงงานตุ๊กตาเคเดอร์ เป็น "วันความปลอดภัยในการทำงานแห่งชาติ" เพื่อรำลึกถึงโศกนาฏกรรมดังกล่าว และเพื่อให้ทุกคนตระหนัก ถึงความสำคัญของการป้องกันอันตราย และการดูแลความปลอดภัยในการทำงานของคนทำงานในทุกสาขาอาชีพ

 

10 พ.ค.2536  เกินกว่าจะลืม!!  เพลิงพิโรธ "เคเดอร์"

 

          อนึ่ง เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นแรงบันดาลใจให้ "พงษ์สิทธิ์ คำภีร์" แต่งเพลง "อยู่ตรงนี้" ขึ้นมา เพื่อแสดงความรู้สึกสูญเสียต่อโศกนาฏกรรมในครั้งนั้นด้วย

          ขอไว้อาลัยแด่ผู้เสียชีวิต มา ณ ที่นี้...

 

///////////////////////

 

ขอบคุณข้อมูลจาก

http://dpm.nida.ac.th

https://mgronline.com/daily/detail/9490000061582

ขอบคุณภาพจาก http://pnknews.blogspot.com/2018/01/1.html

และ http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit/2010/05/11/entry-2