13 ก.พ.2551 96 ปีชาตกาล! อดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง

ปีนี้ถือเป็น 96 ปีชาติกาลของท่าน จึงขอร่วมรำลึกถึงพระมหาเถระนักพัฒนา นักปกครอง และนักการศึกษาสำคัญรูปหนึ่งในวงการพระสงฆ์ไทยอย่างแท้จริง!!

              วันนี้ในอดีตขอรำลึกถึงอีกพระเถระที่มีความสำคัญต่อประเทศไทยอีกท่านหนึ่ง นั่นคือ พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ นามเดิม ปัญญา ทิพย์มณฑา ฉายา อินทปญฺโญ อดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง และผู้ที่มีพระคุณสร้างโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์

              และวันนี้เมื่อ 10 ปีก่อน พระเดชพระคุณเจ้าท่านได้มรณภาพจากโลกนี้ไปเมื่อกลางดึกวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2551 ด้วยอาการสงบจากอาการติดเชื้อที่ปอดและกระแสโลหิต สิริรวมอายุได้ 85 ปี 4 เดือน 5 วัน

 

13 ก.พ.2551  96 ปีชาตกาล!  อดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง

              สำหรับประวัติ นั้น พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ เดิมชื่อ ปัญญา ทิพย์มณฑา เป็นบุตรของนายไป๋ และนางแช่ม ทิพย์มณฑา อาชีพกสิกรรม เกิดเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม พ.. 2465 ที่อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม

              ต่อมาท่านได้บรรพชาเป็นสามเณรเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.. 2477 ขณะมีอายุได้ 12 ปี ณ วัดกลางบางแก้ว อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม โดยมีพระครูปัจฉิมทิศบริหาร (เกิด) วัดงิ้วราย ตำบลงิ้วราย อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม เป็นพระอุปัชฌาย์

              ต่อมาเมื่ออายุได้ 20 ปี จึงได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุที่วัดเดิม เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน พ.. 2485 โดยมีพระพุทธวิถีนายก (เพิ่ม ปุญฺญวสโน) เป็นพระอุปัชฌาย์ และได้รับฉายาว่า "อินทฺปญฺโญ"

              พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ ดำรงตำแหน่งในทางปกครองคณะสงฆ์ อาทิ เจ้าอาวาสวัดไร่ขิง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม และที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 14 เป็นต้น

              สำหรับสมณศักดิ์ชั้นสุดท้ายเป็นที่พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ พระราชาคณะเจ้าคณะรอง ชั้นหิรัญบัฏ เมื่อ พ.. 2539 ตลอดชีวิตของท่าน ได้ทุ่มเทเวลาให้กับการพัฒนาด้านบริการชุมชนและสาธารณสุข โดยเฉพาะการสร้างโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) ซึ่งมีชื่อเสียงในด้านการรักษาดวงตา

              สำหรับลำดับ สมณศักดิ์มีดังนี้

              5 ธันวาคม พ.. 2500 เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ พระครูทักษิณานุกิจ

              5 ธันวาคม พ.. 2504 เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระปัญญาวิมลมุนี

              5 ธันวาคม พ.. 2511 เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชปัญญาภรณ์ สุนทรธรรมวาที ศรีปริยัติกิจ ยติคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี

              5 ธันวาคม พ.. 2524 เลื่อนเป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพวรเวที นรสีห์ธรรมานุนายก ตรีปิฎกวิภูษิต ยติคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี

              5 ธันวาคม พ.. 2533 เลื่อนเป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ พระธรรมมหาวีรานุวัตร พิพัฒนกิจโกศล โสภณธรรมสุธี ศรีปริยัติกิจจานุกิจ มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี

              5 ธันวาคม พ.. 2539 รับสถาปนาเป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรองที่ พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ ญาณวิสุทธจริยาปริณายก ดิลกศีลาทิขันธสุนทร บวรธรรมภาณ๊ สาธุการีธรรมากร มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี

              นอกจากนี้ ยังได้สร้างคุณูปการทาสังคมไว้มากมาย แทบกล่าวไม่หมด เช่น

              ปี 2488 ก่อตั้งโรงเรียนบาลี วัดตุ๊กตา อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ปี 2501 ก่อตั้งโรงเรียนบาลี วัดอ้อมใหญ่ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม

              ช่วงปี 2503 เป็นเจ้าสำนักเรียนโรงเรียนบาลีวัดไร่ขิง เป็นผู้อุปถัมภ์โรงเรียนวัดไร่ขิง (สุนทรอุทิศ) เป็นผู้อุปถัมภ์โรงเรียนอนันต์สุนทรศึกษา ชื่อปัจจุบัน คือ โรงเรียนวัดไร่ขิงวิทยา ฯลฯ

 

13 ก.พ.2551  96 ปีชาตกาล!  อดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง

ขอบคุณภาพจาก  http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9510000018942

              แต่เนื่องด้วย พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (ปัญญา อินทปญฺโญ) มีโรคประจำตัวคือโรคเบาหวาน โรคหัวใจ และความดันโลหิตสูง และป่วยเรื้อรังมานานนับสิบปี

              ต่อมาท่านได้เข้ารักษาตัวครั้งสุดท้าย ที่โรงพยาบาลธนบุรี เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.. 2551 และมรณภาพเมื่อกลางดึกวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.. 2551 ด้วยอาการสงบจากอาการติดเชื้อที่ปอดและกระแสโลหิต สิริรวมอายุได้ 85 ปี 4 เดือน 5 วัน พรรษา 65 พรรษา

              พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานน้ำสรงศพและพระราชทานโกศแปดเหลี่ยม ตามสมณศักดิ์

              อย่างไรก็ดี ในวันที่ท่านมรณภาพนั้นเอง ประชาชนและสำนักข่าวมาร่วมแสดงความเสียใจเป็นจำนวนมาก

              โดยผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า พระพิพัฒน์วิริยาภรณ์ กล่าวว่า หลวงพ่อท่านได้ทำพินัยกรรมไว้ก่อนนี้นานขณะหนึ่งและเปิดเผยสั่งไว้ว่า

 

13 ก.พ.2551  96 ปีชาตกาล!  อดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง

ขอบคุณภาพจาก http:// http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9510000018942

               หากท่านมรณภาพ อย่าเอาเงินหรือปัจจัยของวัดมาใช้ในการศพ ให้เอาเงินส่วนตัวท่านที่มีอยู่ประมาณ 5 ล้านบาทมาจัดการและให้ทำแบบประหยัดและหากเงินเหลือให้เอารวมกับเงินหรือปัจจัยที่มีผู้มาทำบุญช่วงการศพเข้ารวมไว้ในมูลนิธิที่ท่านตั้งไว้ !!

              อนึ่งหากจะนับแล้ว ปีนี้จึงถือเป็น 96 ปีชาติกาลของท่านอีกด้วย จึงขอร่วมรำลึกถึงพระมหาเถระนักพัฒนา นักปกครอง และนักการศึกษาสำคัญรูปหนึ่งในวงการพระสงฆ์ไทยอย่างแท้จริง!!

 

/////////////////

ขอขอบคุณ วิกิพีเดีย

และ ผู้จัดการออนไลน์  http:// http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9510000018942