5 มกราคม 2548 ครั้งแรก และครั้งเดียว!

ตอนนั้น คนไทยมีความหวัง ว่าบ้านเมืองเรานี้ ก็มีวันที่การเมืองมีเสถียรภาพ หลังจากที่ก่อนหน้านั้น ผ่านการปฏิวัติ รัฐประหาร และกบฏมาไม่รู้กี่ครั้งกี่หน! แต่ทว่า!..

          บางคนอาจจะลืมไปแล้วว่าวันนี้ คือ วันที่อายุของสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ได้รับการเลือกตั้งมาเมื่อ พ.. 2544 ครบวาระ 4 ปี พูดง่ายๆ ว่า เป็นวันที่รัฐบาลไทย "ที่มาจากการเลือกตั้งในสภาพการณ์ปกติ" สามารถบริหารประเทศอยู่ครบเทอม 4 ปี นับเป็น “ครั้งแรก!!” ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ถ้าไม่นับ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2495  ที่มีขึ้นในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2495 ที่รัฐบาลของ จอมพล. ป. ก็อยู่ครบวาระ 4 ปี เหมือนกัน แต่หลายอย่างมีที่มาไม่ค่อยปกติ

          กล่าวคือ การเลือกตั้งครั้งนี้เกิดขึ้นสืบเนื่องจากการที่ จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี รัฐประหารตัวเองในวันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2494 โดยอ้างเหตุว่า รัฐธรรมนูญฯ พ.ศ. 2492 ที่ใช้อยู่ขณะนั้นไม่สะดวกแก่การบริหารประเทศชาติ และไปใช้รัฐธรรมนูญฯ พ.ศ. 2475 อันเป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกแทน โดยได้แก้ไขเพิ่มเติม ในปี พ.ศ. 2495 ส่งผลให้ฝ่ายนิติบัญญัติกลับมามีสภาเดียว ประกอบด้วยสมาชิกสภา 2 ประเภท โดยคณะรัฐประหารได้แต่งตั้งบุคคลในคณะและข้าราชการทหาร พลเรือน เป็นสมาชิกสภาประเภทที่ 2 ทำหน้าที่เป็นผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ในสภาผู้แทนราษฎรร่วมกับสมาชิกสภาประเภทที่ 1 ซึ่งมาจากการเลือกตั้ง  

       

        กลับมาที่รัฐบาลทักษิณ เชื่อว่าหลายคนในขณะนั้นรู้สึกมีความหวัง ว่าบ้านเมืองเรานี้ ก็มีวันที่การเมืองมีเสถียรภาพ หลังจากที่ก่อนหน้านั้น ผ่านการปฏิวัติ รัฐประหาร และกบฏมาไม่รู้กี่ครั้งกี่หน

          ข้อมูล ณ ปัจจุบันระบุว่า ไทยเรามีรัฐประหาร 13 ครั้ง มีการปฏิวัติ 1 ครั้ง คือ ปฏิวัติสยาม เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.. 2475 และกบฏอีก 11 ครั้ง

          กลับมาที่ความสำเร็จของ รัฐบาลไทยเวลานั้น เชื่อว่าหลายคนจำได้ดีว่าเป็นรัฐบาลของพรรคไทยรักไทย ภายในต้การนำของ นายกรัฐมนตรีขณะนั้นคือ ดร.ทักษิณ ชินวัตร

          เวลานั้น พ...ทักษิณ ถึงกับอกมาตอกย้ำ คำว่า “การเมืองเข้มแข็ง” ทำให้ได้รัฐบาลที่เข้มแข็งบริหารประเทศอย่างต่อเนื่อง นำมาซึ่งการสร้างประวัติศาสตร์แห่งการเปลี่ยนแปลงหลายต่อหลายเรื่องด้วยกัน

          ย้อนกลับไปในวันเลือกตั้ง 6 ม.ค. 2544 ที่พรรคไทยรักไทยได้รับเลือก ส..เขต 200 คน ระบบบัญชีรายชื่อ 48 คน รวมเป็น 248 คน

          จากนั้นเป็นแกนจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสียงท่วมท้น เพราะการยุบรวมของพรรคเสรีธรรม, ความหวังใหม่และชาติพัฒนา ตามลำดับ

          ต่อมาพรรคไทยรักไทยพรรคเดียว ก็มี ส..มากถึง 344 คน แยกเป็นส..บัญชีรายชื่อ 59 คน ส..เขต 285 คน

          จนที่สุด เมื่อครบวาระแล้ว ประเทศไทยก็มีการเลือกตั้งทั่วไป พ.. 2548 ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์

          พรรคนี้ก็ยังคงได้รับการเลือกตั้งถึง 376 ที่นั่ง จากจำนวนที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร 500 ที่นั่ง เอาชนะพรรคคู่แข่งคือ พรรคประชาธิปัตย์ที่ได้เพียง 96 ที่นั่ง

          ครั้งนี้ พรรคไทยรักไทยยังทำสถิติเป็นพรรคการเมืองแรก ที่สามารถจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้สำเร็จอีกด้วย!

          และรู้กันดีว่า พรรคไทยรักไทย ขึ้นหม้อเพราะเน้นนโยบายประชานิยม ผ่านโครงการต่างๆ ที่เคยหาเสียงไว้ เช่น โครงการกองทุนหมู่บ้าน โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค โครงการพักชำระหนี้เกษตรกร โครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ และ บ้านเอื้ออาทร

          แต่ปรากฏว่า ในที่สุดหลายโครงการมีปัญหาในการดำเนินการ และมีคำถามเรื่องความโปร่งใส และความพร้อมตรวจสอบ

          จนคณะรัฐมนตรีคณะนี้สิ้นสุดลง เนื่องจากมีพระบรมราชโองการประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2549 แต่ยังคงปฏิบัติหน้าที่รักษาการจนกว่าจะมีการเลือกตั้งทั่วไป และมีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามารับหน้าที่ต่อ         

       แต่เนื่องจาก การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในไทย เมษายน พ.. 2549 ซึ่งพรรคการเมืองฝ่ายค้านไม่ส่งผู้สมัครเข้าแข่งขัน ถูกประกาศให้เป็นโมฆะ คณะรัฐมนตรีชุดนี้จึงต้องรักษาการต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งประกาศว่าจะเลือกตั้งในเดือนตุลาคม พ.. 2549

          แต่แล้ว ก่อนจะถึงการเลือกตั้งก็เกิด การก่อรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 โดย คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข (คปค.) จึงทำให้คณะรัฐมนตรีชุดนี้สิ้นสุดลง

          และนำมาสู่การที่ พรรคไทยรักไทย ถูกตุลาการรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ยุบพรรค ด้วยมติเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 เสียง เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม พ.. 2550 และ กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ถูกวินิจฉัยเพิกถอนสิทธิ์ทางการเมือง เป็นเวลา 5 ปี ด้วยมติ 6 ต่อ 3 เสียง

          ถือเป็นการปิดฉากพรรครัฐบาลที่ทำสถิติสำคัญๆ ไว้กับประเทศไทยในที่สุด

          และหลังจากนั้น เมืองไทยก็ยังมีรัฐประหารตามมาอีกในปี 2557 ซึ่งเป็นการล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ที่มีกลุ่มเครือข่ายของพรรคไทยรักไทยนั่นเอง

         ดังนั้น วันที่ 5 มกราคม 2548  หรือวันนี้เมื่อ 13 ปีก่อน มันจึงเป็น “ครั้งเดียว” ที่เมืองไทย เคยมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง และสามารถอยู่จนครบเทอมได้!

          ส่วนใครจะคิดไปไกลว่า หรือมันจะเป็น “ครั้งสุดท้าย” เพราะเวลานี้ อย่าว่าแต่จะอยู่ครบเทอม แต่การจัดการเลือกตั้ง จะมีขึ้นหรือไม่ ยังยากจะตอบเต็มทน!

/////////////////////

ขอขอบคุณข้อมูลจาก วิกิพีเดีย

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

เปิดอ่าน