11 พ.ย.2552“วันคนโสด”กิมมิคขายของ“อาลีบาบา”

่ วันคนโสด, วันนี้ในอดีต, 11พย2552, แดนมังกร, ขุดทอง, บริษัทอีคอมเมิร์ซ, แจ๊ค หม่า, ผู้ก่อตั้ง, ทะยาน, จีน, คนโสด, วันคนโสด, อาลีบาบา

เทศกาลช้อปสุดบ้าระห่ำ!! ผู้ซื้อและผู้ขายเข้ามาร่วมเทศกาลฯ บริษัทอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่และรายย่อย ต่างกระโดดเกาะขบวนรถไฟที่พาไป“ขุดทอง”กัน ใน"วันคนโสด"นี้

 

         วันคนโสด มีต้นกำเนิดมาจาก“กลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยหนันจิง” ได้ริเริ่มเทศกาลวันที่ 11.11 (11 พ.ย.) หรือเทศกาลกวงกุ้น ซึ่งมีความหมายตามหน้าศัพท์ว่า “กิ่งไม้ที่ว่างเปล่า” หรือเทศกาลวันว่างๆ สำหรับให้บรรดาชายหนุ่มที่ยังไม่แต่งงาน ได้ฉลองความชีวิตโสดและซื้อของขวัญให้แก่ตัวเอง ขณะเดียวกันก็เป็นวันที่กลุ่มคนโสดทั้งหญิงชายได้มีโอกาสสละโสดกัน 

        คนโสดแดนมังกรมีจำนวนมหาศาล เนื่องจากค่านิยมจีนแต่โบราณนั้นปรารถนาบุตรชายไว้สืบแซ่สกุล เมื่อจีนเริ่มนโยบาย“ลูกคนเดียว” ซึ่งเป็นมาตรการควบคุมประชากรอย่างไม่เป็นทางการมาตั้งแต่ปี 2522  และประกาศใช้อย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 2526  โดยกำหนดให้ครอบครัวในเขตเมืองมีลูกได้คนเดียวเท่านั้น ยกเว้นครอบครัวเกษตรกรในชนบทและชนกลุ่มน้อย อนุโลมให้มีลูกได้มากกว่าหนึ่งคน กฎเหล็กจากนโยบายลูกคนเดียวนี้ ยิ่งทำให้สัดส่วนระหว่างประชากรเพศชายสูงกว่าเพศหญิง จนเสียสมดุล

        มีแนวโน้มว่าจะมีผู้ชายแดนมังกร ไม่ได้แต่งงานมากถึง 30 ล้านคน ภายในปี 2563 หรืออีก 3 ปีข้างหน้า ซึ่งสร้างความปวดเศียรเวียรเกล้าแก่ผู้นำมังกรอย่างมาก ในการคิดแก้ไขปัญหา ซึ่งต้องใช้เวลานับสิบๆปีแก้ไขโครงสร้างประชากรสู่สมดุล

        วันนี้ในอดีต 11 พ.ย. 2552 “นาย หม่า อวิ๋น” หรือเป็นที่รู้จักในชื่อ“แจ๊ค หม่า” ผู้ก่อตั้งอาลีบาบา ได้เลือกวันคนโสด 11 พ.ย. จัด “เทศกาลช้อปปิ้งสุดบ้าระห่ำ” กระตุ้นให้ผู้คนจับจ่ายซื้อสินค้าทางออนไลน์ เพื่อส่งเสริมการขายในช่วงฤดูกาลที่ยอดค้าปลีกซบเซา โดยในปีแรกของการจัดเทศกาลฯนั้น มีแบรนด์สินค้าเพียง 27 ราย ลดราคาสินค้าที่มาร่วมรายการ 50 เปอร์เซ็นต์

        ปีแรกดันยอดขายกระฉูดถึง 52 ล้านหยวน หรือ ราว 260 ล้านบาท ในปีต่อๆ มายอดขายบนเว็บไซต์ (จีเอ็มวี)เพิ่มขึ้น เฉพาะปี2554 ยอดขายของบริษัทอีคอมเมิร์ซในเครืออาลีบาบา ที-มอลล์ (T-mall) ทะยานสูงถึง 16,800 ล้านหยวน

        นับจากปี 2556 เทศกาลช้อปสุดบ้าระห่ำ เริ่มขยายวงสู่การจับจ่ายสินค้า ตามห้างร้าน ยอดขายในวันคนโสดปีนั้นสูงถึง 35,000 ล้านหยวน หรือราว 17,500 ล้านบาท

          ในปี 2557 อาลีบาบาทำยอดขายผ่านที-มอลล์ และเถาเป่า ที่ 57,100 ล้านหยวน หรือราว 285,500 ล้านบาท ส่วน JD.com ขายของได้เกือบ 40 ล้านชิ้น ใน 24 ชั่วโมงของวันนั้น

        ปี 2558 ยอดขายวันคนโสด ทำสถิติใหม่ ที่ 91,200 ล้านหยวน หรือราว 456,000 ล้านบาท คิดเป็น 4 เท่าของที่สหรัฐฯโกยได้ในปีที่แล้ว จากยอดขายในเทศกาลจับจ่ายซื้อสินค้า แบล็ค ฟรายเดย์ และไซเบอร์ มันเดย์ รวมกัน

        ปี 2559 อ้างอิงข้อมูลจากอาลีบาบา ยักษ์ใหญ่ด้านอีคอมเมิร์ซในประเทศจีน ระบุว่ามูลค่าการซื้อขายสินค้าบนเว็บไซต์ของบริษัทได้พุ่งทะยานไปอยู่ที่ 120,700 ล้านหยวน หรือมากกว่า 600,000ล้านบาท ภายในเวลา 24 ชั่วโมง 

         ขณะที่การขายผ่านโทรศัพท์มือถือสามารถสร้างยอดขายเกิน 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในเวลา 05.31 นาที ร้อยละ 82 ของการซื้อขายเกิดขึ้นบนโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบ ร้อยละ50 จากปีก่อน และส่วนใหญ่เป็นลูกค้าที่อายุน้อยกว่า 35 ปี

        ความสำเร็จในครั้งนั้น "แจ๊ค หม่า"ได้กล่าวแสดงความเชื่อมั่น พลังการบริโภคจีนจะพาเศรษฐกิจมังกรโชติช่วงว่า“เราเชื่อว่าวันคนโสดจะขยายวงคึกคักไปทั่วโลกภายใน 5 ปี ไปยังโตเกียว ปารีส หรือนิวยอร์ก"

       “เราเชื่อว่ากลุ่มชนชั้นกลางในประเทศจีน จะเพิ่มจาก 300 ล้าน ถึง 500 ล้านในอีก 15 ปีข้างหน้า ความต้องการสินค้าและบริการที่มีคุณภาพสูงของพวกเขา อาจทรงพลังพอที่จะดันเศรษฐกิจให้สดใส

        “เราเชื่อมั่นในเศรษฐกิจจีนเสมอ ในช่วง 5 ถึง 15 เดือนนี้ อาจเป็นยามยากลำบาก แต่ในอีก 5 ถึง 15 ปี ข้างหน้า จะเป็นยุครุ่งโรจน์ของการพัฒนาประเทศ”

        ในเทศกาลช้อปปิ้งสุดบ้าระห่ำ คนงานนับแสนต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ในการส่งสินค้าทั่วประเทศ ทั้งนี้ ระบบโลจิสติกส์ยังเป็นสิ่งที่ “แจ๊ค หม่า” แห่งอาลีบาบา วิตกกังวลมากที่สุด สำหรับการส่งสินค้าในเทศกาลช้อปปิ้งสุดบ้าระห่ำแห่งวันคนโสด

        เทศกกาลช้อปปิ้งสุดบ้าระห่ำสร้างความตื่นเต้นเร้าใจ ยังคงมีมาทุกๆ ปี เมื่อเหล่านักช้อปสาวกอีคอมเมิร์ซ สามารถเข้าถึงสินค้าและผลิตภัณฑ์ต่างๆ จากทั่วทุกมุมโลก ได้อย่างไม่น่าเชื่อ

        ว่ากันว่า การช้อปปิ้งอันบ้าระห่ำ เคยแตะจุดสูงสุดใน 60 นาทีแรกของการเริ่มต้นวันคนโสด ด้วยการทำรายการมากกว่า 120,000 รายการต่อวินาที

         โอกาสทองของแบรนด์ดังต่างชาติทั้งหลาย ก็ใช้"วันคนโสด"นี้โกยเงินก้อนโต ด้วยยอดขายก้าวกระโดดกว่าร้อยละ 47 จากกลุ่มลูกค้ามากกว่า 47 ล้านราย

        อาลีบาบา เผยว่า แอปเปิล ไนกี้ นิวบาลานซ์ เพลย์บอย และสเก็ตเชอร์เป็นแบรนด์มะกันยอดนิยม ส่วนซีเมนส์ ฟิลิปส์ อะดิดาสจากฝั่งยุโรป และยูนิโคล่ พานาโซนิค ชาร์ปจากฝั่งญี่ปุ่นก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน

        "วันคนโสด” ของ “อาลีบาบา” ยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซจากจีนแผ่นดินใหญ่ของเจ้าพ่อ “แจ็กหม่า”จะขนสินค้ามาลดราคาให้กับลูกค้าอย่างจัดเต็ม โดยใน ปี 2560 สร้างยอดขายได้มากถึง 1.5 แสนล้านหยวน หรือ 7.5 แสนล้านบาท (ข้อมูลเมื่อ12พ.ย.60 อาลีบาบา ทุมสถถิติได้สูงถึง 8 แสนล้านบาท)

        ความชาญฉลาดของ"แจ็กหม่า"แห่งอาลีบาบา พยายามเชื่อม“โลกออนไลน์”และ“ออฟไลน์”เข้าด้วยกัน โดยให้ร้านสะดวกซื้อกว่า 6 แสนแห่ง ลงทะเบียนกับอาลีบาบา เพื่อเป็นศูนย์กระจายสินค้า ให้ลูกค้าสามารถมาสั่งสินค้าและรับสินค้าได้ ณ ร้านสะดวกซื้อ

        มหกรรมลดราคาในวันคนโสดของอาลีบาบา เพื่อให้ชาวจีนที่ยังโสดจับจ่ายเป็นการ"ปลอบใจ" ได้สร้างยอดขายมีมูลค่าแซง"เทศกาลแบล็ก ฟรายเดย์" วันขอบคุณพระเจ้า หรือ"เทศกาลไซเบอร์มันเดย์"ในสหรัฐอเมริกาเรียบร้อยแล้ว นับตั้งแต่ปี 2555 ก่อนที่จะเพิ่มมากกว่าเป็นเท่าตัวในปี 2556 จนถึงปัจจุบัน

------//----------

ขอขอบคุณข้อมูลจากวิกิพีเดีย

 


เปิดอ่าน