วันนี้ในอดีต 9 ส.ค.2488 ‘สหรัฐฯ’ทิ้ง‘นิวเคลียร์’ถล่ม‘ญี่ปุ่น

วันนี้ในอดีต 9 ส.ค.2488 ‘สหรัฐฯ’ทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ลูกที่สองที่เมือง‘นางาซากิ’ทำให้มีผู้เสียชีวิตทันที 70,000 คน รัฐบาลญี่ปุ่นต้องประกาศยอมแพ้สงคราม

          วันนี้ในอดีต 9 ส.ค. 2488  เป็นวันที่สหรัฐอเมริกา ทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ลูกที่ 2 ที่เมือง‘นางาซากิ’ เป็นการโจมตีจักรวรรดิญี่ปุ่นด้วยอาวุธนิวเคลียร์ของสหรัฐอเมริกาเมื่อปลายสงครามโลกครั้งที่สองโดยคำสั่งของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา แฮร์รี เอส. ทรูแมน 

           ทั้งนี้ในช่วงเริ่มสงครามโลกครั้งที่ 2 ใหม่ๆ ‘ญี่ปุ่น’ ท่าทางจะไปได้สวย บุกไปถล่มอ่าวไข่มุก (Pearl Harbour) ที่เกาะฮาวายของอเมริกา เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.2484 โดยที่สหรัฐอเมริกาทำอะไรไม่ได้เลย 

           ส่วนในแถบเอเชีย ไม่ว่าญี่ปุ่นจะไปบุกที่จีน เกาหลี  หรือไม่ว่าที่ไหน ๆ ไม่มีใครต้านญี่ปุ่นได้ เพราะว่า กองกำลังของญี่ปุ่นเข้มแข็งมาก

           แต่พอถึงช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 ประเทศเกาะอย่างญี่ปุ่น...หรือจะมาต้านประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาได้ ญี่ปุ่นเริ่มอ่อนแอ เรือบรรทุกนํ้ามันที่นำนํ้ามันมาจากประเทศอินโดนีเซียก็โดนโจมตี  และเมื่อเชื้อเพลิงไม่มี เรือที่ขนเสบียงก็โดนตีจมทะเลก่อนจะไปถึงจุดหมาย คนญี่ปุ่นที่ไปรบในแถบอาเซียนเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก จากการขาดเสบียงอาหารและยารักษาโรค

           ในประเทศญี่ปุ่น เครื่องบินของสหรัฐอเมริกาบินมาถล่มญี่ปุ่นทุกคืน เมืองใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็นโตเกียว โอซาก้า นาโกย่า โดนถล่มแทบจะเป็นเมืองร้าง ทั้งทหารและพลเรือนเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก แสนยานุภาพของเครื่องบินรบญี่ปุ่นก็แทบจะทำอะไรเรือรบของสหรัฐอเมริกา ไม่ได้เลย นอกจากนี้สหรัฐฯยังได้โจมตีทิ้งระเบิดเพลิงตามเมืองต่าง ๆ 67 เมืองของญี่ปุ่นอย่างหนักหน่วงเป็นเวลาติดต่อกันถึง 6 เดือน 

           แล้ว...ก็มาถึงวันที่ 9 ส.ค. 2488 สหรัฐอเมริกาได้ทิ้ง ‘ระเบิดปรมาณู’ หรือที่เรียกในปัจจุบันว่า ‘ระเบิดนิวเคลียร์’  ที่มีชื่อว่า ‘แฟตแมน’  หรือ‘ชายอ้วน’  ซึ่งเป็นระเบิดนิวเคลียร์ลูกที่สองใส่เมือง‘นะงะซะกิ’โดยให้จุดระเบิดที่ระดับสูงเหนือเมืองเล็กน้อย  (ก่อนหน้านั้น 3 วัน สหรัฐฯได้ทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ลูกแรก ชื่อว่า‘ ลิตเติลบอย’ หรือ ‘เด็กน้อย’ที่เมืองฮิโรชิมา) นับเป็นระเบิดนิวเคลียร์เพียง 2 ลูกเท่านั้นที่นำมาใช้ในประวัติศาสตร์การทำสงคราม

           ระเบิดลูกที่สองที่เมือง‘นางาซากิ’ ทำให้มีผู้เสียชีวิตในทันที 70,000 คน บาดเจ็บอีกราว 80,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่เสียชีวิตในเวลาต่อมา นอกจากนี้ผลของกัมมันตภาพรังสี ยังทำให้ผู้ที่ได้รับรังสีกลายเป็นมะเร็งในภายหลังอีกด้วยในส่วนนี้ไม่สามารถประเมินได้แน่นอนว่ามีจำนวนเท่าใด ยังไม่รวมถึงความผิดปกติทางพันธุกรรม อันเป็นผลจากกัมมันตภาพรังสีที่ตกค้างอีกด้วย  ในที่สุดรัฐบาลญี่ปุ่นก็ประกาศยอมจำนนอย่างไม่มีเงื่อนไขทั้งนี้เพื่อรักษาชีวิตของประชาชนไว้ เพราะไม่แน่ว่าจะมีระเบิดนิวเคลียร์ลูกที่ 3 ตามมาอีกหรือไม่ หากญี่ปุ่นไม่ประกาศยอมแพ้สงครามแต่โดยดี

            ‘ญี่ปุ่น’ประกาศตกลงยอมแพ้สงครามต่อฝ่ายพันธมิตรเมื่อวันที่15  ส.ค. 2488 และลงนามในตราสารประกาศยอมแพ้สงครามมหาสมุทรแปซิฟิกที่นับเป็นการยุติสงครามโลกครั้งที่สองอย่างเป็นทางการในวันที่ 2  ก.ย. 2488  ทั้งนี้ก่อนหน้านั้น นาซีเยอรมนี ลงนามตราสารประกาศยอมแพ้และยุติสงครามโลกครั้งที่สองในทวีปยุโรปอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 5 พ.ค. 2488


เปิดอ่าน