นครปฐมเจ๊าศรีสะเกษแฟนบอลไล่ตีกันเละ

นครปฐม เสมอ "กูปรี" ศรีสะเกษ 0-0 เกมเดือดแดงว่อน 3 ใบ ในศึกเพลย์ออฟขึ้นชั้นไทยพรีเมียร์ลีก หลังสิ้นเสียงนกหวีดแฟนบอลเจ้าถิ่นกรูลงสนามรุมยำ อภิสิทธิ์ อ้นรัก ผู้ตัดสิน แถมยังลุยไปตีกับกองเชียร์คู่แข่งจนมีคนบาดเจ็บหลายสิบคน ขณะที่สภาลูกหนังตัดสินให้ ราชนาวี

 การแข่งขันฟุตบอลรอบเพลย์ออฟขึ้นไทยพรีเมียร์ลีก กลุ่ม เอ ที่สนาม ม.เกษตรศาสตร์ กำแพงแสน เมื่อวันที่ 25 ธันวาคมที่ผ่านมา ระหว่าง “เจดีย์ใหญ่” นครปฐม ลงสนามมาแล้ว 3 นัด มี 6 แต้ม  รับการมาเยือน “กูปรีอันตราย”ศรีสะเกษ เมืองไทย ที่ลงสนามมา 2 นัด มี 4 แต้ม หากเกมนี้ศรีสะเกษ ชนะจะได้เล่นในไทยพรีเมียร์ลีกทันที ขณะที่นครปฐม ต้องชนะเท่านั้น แต่ถ้าเสมอต้องไปลุ้นให้ศรีสะเกษ แพ้ แอร์ฟอร์ซ ที่ไม่มีลุ้นแล้วในนัดสุดท้าย ท่ามกลางแฟนบอลทั้งสองทีมเข้ามาชมกันเต็มสนาม และก่อนเกมจะเริ่มขึ้น นายไชยยา สะสมทรัพย์ ประธานสโมสรนครปฐม ประกาศอัดฉีด 1 ล้านบาท

 เริ่มเกมเจ้าบ้านเป็นฝ่ายเดินกดดันอย่างหนัก แต่ก็ยังทำอะไรไม่ถนัดนัก ขณะที่ศรีสะเกษ เน้นเกมรับแล้วรอจังหวะโต้ นาที 37 เจ้าถิ่นเกือบขึ้นนำจากลูกโหม่งของ นาวิน จันทร์งาม แต่ไม่เข้า หลังจากนั้นยังไม่มีโอกาส หมดครึ่งแรกเสมอ 0-0

 ครึ่งหลังทั้งสองทีมเปิดหน้าสู้กันมากขึ้น นาที 54 ทีมเยือนมาเหลือผู้เล่น 10 คน เมื่อ เอ็นจี เอ็นเกเนวู ดีวีน ไปทำฟาวล์ ได้รับใบเหลืองที่ 2 โดนไล่ออกจากสนามไป แต่หลังจากนั้น 5 นาที เจ้าบ้านมาเหลือผู้เล่น 10 คนเช่นเดียวกัน เมื่อ เฉลิมศักดิ์ แก้วสุขแท้ ที่ทำฟาวล์ได้ใบเหลืองที่ 2 โดนไล่ออกไป เกมยังแลกกันตลอด จนถึงนาที 82 นครปฐม ต้องเหลือ 9 คน เมื่อ ธนสิทธิ์ ทองอินทร์ ได้รับใบเหลืองที่ 2 เป็นใบแดงไปอีกคน ทำให้กองเชียร์เจ้าถิ่นไม่พอใจอย่างหนัก จากนั้นไม่มีใครทำประตูกันได้ หมดเวลาเสมอ 0-0

 สิ้นเสียงนกหวีดหมดเวลา กองเชียร์นครปฐม ที่ออกันอยู่บริเวณริมสนามที่ไม่มีรั้วกั้นนับร้อยคน กรูกันลงสนามไปรุมยำ อภิสิทธิ์ อ้นรัก ผู้ตัดสิน รวมทั้งผู้ช่วยผู้ตันสินและผู้ประเมินการแข่งขัน ขณะที่มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยแค่สารวัตรทหาร 10 นาย และตำรวจ 10 นาย ก่อนที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะพาทีมผู้ตัดสินหนีออกมาทางฝั่งตรงกันข้าม ซึ่งเป็นฝั่งของกองเชียร์ศรีสะเกษ แล้วนำตัวออกนอกสนามไปได้ โดยความช่วยเหลือของกองเชียร์ศรีสะเกษ ซึ่งปรากฏว่าผู้ตัดสินรายนี้ได้รับบาดเจ็บที่ตาขวาแตก ตาซ้ายบวม และช้ำไปทั้งใบหน้า ต้องนำส่งโรงพยาบาล ขณะเดียวกันกองเชียร์นครปฐม ที่ตามผู้ตัดสินมา เข้าไปตะลุมบอนกับกองเชียร์ศรีสะเกษเป็นเวลานานถึง 20 นาที ทำให้มีผู้บาดเจ็บหลายสิบราย รวมทั้งมีแฟนบอลรายหนึ่งแขนหัก ซึ่งกองเชียร์ของศรีสะเกษไม่สามารถออกจากสนามได้นานนับชั่วโมง

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าคณะผู้ตัดสินได้แจ้งความเอาไว้มี่ สภ.กำแพงแสน โดยที่นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หนนี้ถือว่ารอดตายได้อย่างปาฏิหาริย์ เพราะคิดว่าตายแน่ ต้องขอบคุณกองเชียร์ศรีสะเกษที่เข้ามาช่วยไว้ ส่วนอาการบาดเจ็บมีแผลที่ใต้ตาแตกต้องเย็บประมาณ 10 เข็ม ต้องขอยืนยันว่าทำหน้าที่อย่างดีที่สุดแล้ว

ราชนาวีเฮได้สิทธิ์ไทยลีก

 หลังจากที่สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยรับหน้าที่เป็นผู้ไกล่เกลี่ยกรณีพิพาทระหว่าง ราชนาวีสโมสร ที่ปัจจุบันส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก ในนามสโมสรฟุตบอลราชนาวี ระยอง กับบริษัท ระยองพรีเมียร์ลีก จำกัด ในฐานะผู้ดำเนินการตามมาตรฐานของระเบียบลีกสูงสุด "คลับ ไลเซนซิ่ง”

 ล่าสุด นายองอาจ ก่อสินค้า เลขาธิการสมาคมฟุตบอล เปิดเผยว่า ได้นำบันทึกของการเจรจาระหว่างคู่กรณีมอบให้สภากรรมการบริหารสมาคมร่วมกันตัดสินใจ ซึ่งปรากฏว่า สภามีสัตยาบรรณร่วมกันที่จะยืนตามข้อนำเสนอของคณะกรรมการชุดไกล่เกลี่ย ในการให้ราชนาวีสโมสร ยังคงได้รับสิทธิ์เป็นผู้ส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขัน ทั้งนี้เป็นไปตามข้อบังคับลักษณะปกครองของสมาคมฟุตบอลที่ยังไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ

 "สาเหตุสำคัญที่ทำให้การตัดสินออกมาเป็นเช่นนี้ เพราะทั้ง 2 ฝ่ายไม่ได้ทำสัญญาร่วมกันในการมอบสิทธิ์ใดๆ ต่อกัน รวมถึงไม่ได้มีกำหนดระยะเวลาใดๆ ทั้งสิ้น หากพูดภาษาชาวบ้านง่ายๆ เป็นเพียงแค่ข้อตกลงร่วมกัน แต่ไม่ได้ทำเป็นสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร ขณะเดียวกัน เราต้องใช้ข้อบังคับลักษณะปกครองของสมาคม อันถือเป็นธรรมนูญตัวหลักมาใช้ตัดสิน เนื่องจากราชนาวีสโมสรเป็นสมาชิกสามัญของสมาคม ที่ส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันมาตั้งแต่ถ้วยพระราชทาน ประเภท ง, ค, ข, ก กระทั่งมาเป็นไทยพรีเมียร์ลีกในปัจจุบัน"

 แม่บ้านสมาคมลูกหนังกล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้มีข้อพิพาทในทำนองเดียวกันคือ กรณีของนราธิวาส แต่ครั้งนั้นนราธิวาสไม่ได้เป็นสโมสรสมาชิกสามัญของสมาคม ดังนั้นจึงไม่อาจไปดำเนินการฟ้องร้อง หรือจะให้สมาคมฟุตบอลเข้าไปก้าวก่ายได้

 "ผมอยากยกตัวอย่างกรณีของบางกอกล๊าส กับธนาคารกรุงไทย ซึ่งเราได้ยกมาเป็นบรรทัดฐานในการตัดสินครั้งนี้ด้วย นั่นคือ ระหว่างบางกอกกล๊าส กับธนาคารกรุงไทย ได้ทำสัญญา หรือบันทึกความเข้าใจเป็นลายลักษณ์อักษร ในการที่มอบให้บางกอกกล๊าส เป็นผู้รับผิดชอบในการเตรียมทีมส่งเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลในกิจกรรมของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย รวมไปถึงเป็นผู้รับผิดชอบในภาระเงินเดือนแก่นักเตะ โค้ช และเจ้าหน้าที่ในสังกัดทั้งหมด อีกทั้งมีการระบุระยะเวลาสัญญาที่แน่นอน ที่สำคัญคือยังมีข้อตกลงในการสงวนสิทธิ์ที่หากบางกอกกล๊าสไม่ดำเนินการต่อ จะต้องส่งคืนให้ธนาคารกรุงไทยเป็นผู้ดำเนินการต่อ”

 นายองอาจ กล่าวทิ้งท้ายว่า หลังจากนี้สมาคมจะดำเนินการยกร่างแก้ไขข้อบังคับในส่วนนี้ เพื่อให้ครอบคลุมมากขึ้น โดยจะยึดจากกรณีที่เกิดขึ้นมาแก้ไข รวมไปถึงศึกษาจากลีกของชาติที่แข็งแกร่ง ซึ่งเราต้องยอมรับว่าลีกในประเทศไทยเพิ่งเริ่มและเติบโตเร็วมาก จนหลายอย่างเราตามไม่ทัน แต่จะใช้กรณีศึกษาเหล่านี้มาปรับให้ลีกมีความแข็งแกร่งในทุกด้านมากขึ้น และเชื่อว่านับจากนี้ไม่ว่าจะเป็นสโมสร หรือบริษัทที่เข้ามารับช่วงดำเนินการจะต้องศึกษาและใช้บรรทัดฐานนี้ไปทำสัญญาที่รัดกุมต่อไป


เปิดอ่าน