royal coronation
วันที่ 19 กันยายน 2562
กีฬา

7 แข้งดาวรุ่งน่าจับตาพรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้

วันที่ 22 สิงหาคม 2562 - 18:10 น.
7 แข้งดาวรุ่งน่าจับตาพรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้,เมสัน กรีนวูด,โจ วิลล็อก,ฟิล โฟเดน,เรียน บริวสเตอร์,โอลิเวอร์ สกิปป์,มอร์แกน กิบบ์ส-ไวท์
Shares :

7 แข้งดาวรุ่งน่าจับตาพรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้

     เริ่มต้นไปเป็นที่เรียบร้อยสำหรับฟุตบอลลีกที่มีแฟนๆลูกหนังติดตามมากที่สุดในโลกอย่าง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2019-20 ที่ทำการฟาดแข้งไปแล้ว 2 นัด ซึ่งก็มีประเด็นให้พูดถึงมากมายทั้งผลการแข่งขัน, ตารางคะแนน รวมถึงการใช้เทคโนโลยีวีเออาร์ในลีกสูงสุดของแดนผู้ดีครั้งแรก

     โดยในซีซั่นที่แล้ว เราได้เห็นบรรดาผู้เล่นดาวรุ่งหลายราย ทั้ง อารอน วาน-บิสซากา, เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ และดีแคลน ไรซ์ ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม และขึ้นมาเป็นกำลังหลักของทีมได้แบบเต็มตัว

     มาถึงในฤดูกาลนี้ก็มีผู้เล่นอนาคตไกลหลายราย ที่ได้รับการผลักดันจากสโมสรให้ขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ ซึ่ง “เดลี เมล์” สื่อดังของแดนผู้ดี ได้วิเคราะห์ถึง 7 นักเตะที่มีอายุต่ำกว่า 21 ปีที่น่าจับตามองในลีกสูงสุดของอังกฤษปีนี้
 

เมสัน กรีนวูด (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)

    เป็นเรื่องน่าตื่นเต้นมากสำหรับผลผลิตจากอคาเดมีของทีม “ปีศาจแดง” รายนี้ หลังเจ้าตัวทำผลงานได้ดีเกิดคาดในช่วงปรีซีซั่นที่ผ่านมาด้วยการทำประตูได้ทั้งในเกมกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด และอินเตอร์ มิลาน
    โดย กรีนวูด ระเบิดฟอร์มด้วยการทำไปถึง 30 ประตูให้กับทีมอคาเดมีเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งส่งผลให้เขาคว้ารางวัล “จิมมี เมอร์ฟี อวอร์ด” ซึ่งเป็นรางวัลยอดเยี่ยมของผู้เล่นดาวรุ่งประจำปีของสโมสรไปครอง
    และหลังจากการที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องเสีย โรเมลู ลูกากู หัวหอกตัวหลักของทีมไปให้กับ อินเตอร์ มิลาน ทำให้ โอเล กุนนาร์ โซลชา เตรียมผลักดันกองหน้าวัย 17 ปีรายนี้อย่างเต็มที่ในทีมชุดใหญ่ พร้อมระบุว่า “กรีนวูด คือนักเตะสารพัดประโยชน์ เพราะเขาสามารถเล่นได้ในทุกตำแหน่งในแดนหน้าไม่ว่าจะเป็น กองหน้าตัวเป้า, กองหน้าตัวต่ำ, กองหน้ากึ่งปีก และปีกซ้าย หรือขวา”

โจ วิลล็อก (อาร์เซนอล)

    ด้วยฟอร์มอันยอดเยี่ยมในช่วงปรีซีซั่น ทำให้เชื่อว่า อูไน เอเมรี กุนซือ “ปืนใหญ่” จะต้องใช้งานมิดฟิลด์วัย 19 ปีในทีมชุดใหญ่สำหรับฤดูกาลนี้อย่างแน่นอน
    หลังจากที่ อารอน แรมซีย์ กองกลางคนสำคัญย้ายไปอยู่กับ ยูเวนตุส แบบไร้ค่าตัวในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ทำให้ อาร์เซนอล ต้องหาห้องเครื่องคนใหม่เพื่อเข้ามาแทนที่ในตำแหน่งดังกล่าว ซึ่ง วิลล็อก ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ นอกจาก กรานิต ชากา, ลูคัส ตอร์เรรา ซึ่งเป็นแข้งตัวหลักในแดนกลางอยู่แล้ว
    โดยในฤดูกาลที่แล้วดาวเตะชาวอังกฤษ ในลงสนามในทีมชุดใหญ่ไปหลายนัด เช่น 2 เกมในฟุตบอลยูโรปา ลีก รวมถึงในศึก เอฟเอ คัพ ที่เขายิง 2 ประตูช่วยทีมเอาชนะ แบล็คพูล ในรอบที่ 3 อีกด้วย
    และในศึกพรีเมียร์ลีกทั้ง 2 นัดที่ผ่านมากับ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด และเบิร์นลีย์ เจ้าตัวได้โอกาสลงสนามเป็น 11 ตัวจริงให้ “เดอะ กันเนอร์ส” และทำผลงานได้น่าประทับใจพอสมควร

ฟิล โฟเดน (แมนเชสเตอร์ ซิตี)

    ไม่ต้องแนะนำตัวอะไรกันมากสำหรับกองกลางผู้นี้ เนื่องจากในฤดูกาลที่แล้วเจ้าตัวได้รับโอกาสในทีมชุดใหญ่ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี แล้ว และมีส่วนสำคัญที่ช่วยให้ทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก หลังยิงประตูชัยให้ทีมเอาชนะ ทอตแนม ฮอทสเปอร์ ได้ 1-0 ซึ่งถือเป็น 3 คะแนนสำคัญในช่วงท้ายซีซั่น
    โดย โฟเดน ได้รับการจับตามองอย่างมากในฐานะแข้งพรสวรรค์ที่มีฝีเท้าดีเกินอายุ จนได้รับการยอมรับหลังพิสูจน์ตัวเองทั้งในทีมระดับเยาวชน รวมถึงทีมชาติอังกฤษชุดอายุไม่เกิน 21 ปีมาแล้ว
    ทำให้เชื่อว่าในปีนี้ดาวเตะวัย 19 ปี จะได้รับโอกาสลงสนามจาก เปป กวาร์ดิโอลา ผู้จัดการทีมมากขึ้น หลังเมื่อซีซั่นที่แล้วเจ้าตัวได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในลีกสูงสุด 3 เกม รวมถึงฟุตบอลเอฟเอ คัพ และคาราบาว คัพ บางเกม ซึ่งหากเจ้าตัวมีพัฒนาการที่ดี เขาอาจจะได้ขึ้นมาแทนที่ ดาบิด ซิลบา แข้งรุ่นพี่ซึ่งเล่นในตำแหน่งเดียวที่จะย้ายออกจากถิ่น อิติฮัด สเตเดี้ยม ในปีหน้า

เมสัน เมาท์ (เชลซี)

      จากการที่ เชลซี ถูกห้ามซื้อผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาในตลาดนักเตะรอบนี้ หลังทำผิดกฎกรณีสัญญาแข้งเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปีเข้าสู่ทีมถึง 29 ราย เป็นเหตุให้ แฟรงค์ แลมพาร์ด เทรนเนอร์คนใหม่ต้องให้โอกาสแข้งดาวรุ่งเพื่อช่วยทีม
    โดยในบรรดาผู้เล่นอนาคตไกลที่ “สิงห์บลูส์” มีอยู่ในขณะนี้ เมสัน เมาท์ คือแข้งที่ได้รับการจับตามอง หลังโชว์ฟอร์มได้น่าประทับใจในการยืมตัวกับ ดาร์บี เคาท์ตี เมื่อซีซั่นที่แล้ว ภายใต้การขัดเกลาของ แลมพาร์ด ซึ่งเป็นอดีตเทรนเนอร์ของ “แกะเขาเหล็ก” เอง
    ด้วยทักษะฟุตบอลที่ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะการจ่ายบอลทะลุช่องที่ถือเป็นจุดเด่นของเจ้าตัว ทำให้ เมาท์ ที่เพิ่งได้รับการต่อสัญญากับสโมสรออกจนถึงปี 2024 และในฟุตบอลพรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้ เจ้าตัวก็ลงสนามเป็น 11 ตัวจริงให้กับ “สิงโตน้ำเงินคราม” ไปแล้ว 2 เกมติดต่อกัน พร้อมเบิดสกอร์แรกในลีกสูงสุดแดนผู้ดีด้วยในเกมเสมอ เลสเตอร์ ซิตี 1-1 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (18 ส.ค.)

เรียน บริวสเตอร์ (ลิเวอร์พูล)

    หลังจากฝันร้ายด้วยการเจ็บเข่า และข้อเท้าอย่างรุนแรงซึ่งส่งผลให้เจ้าตัวต้องพักรักษาตัวไปนานกว่า 18 เดือน ดาวเตะวัย 19 ปีก็กลับมาลงสนามได้อีกครั้ง และมีผลงานที่ดีพอจะขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ในซีซั่นนี้
    โดย เจอร์เกน คลอปป์ กุนซือ “หงส์แดง” ให้สัญญาว่าจะผลักดัน บริวสเตอร์ ขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ หลังชื่นชอบให้ฝีเท้าของผู้เล่นรายนี้มาตั้งแต่ทีมอคาเดมี จนมีชื่อในทีมชุดที่คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก สมัยที่ 6 อีกด้วย
    นอกจากนั้นจากการที่ ลิเวอร์พูล ไม่ยอมเสริมทัพผู้เล่นในตำแหน่งเกมรุกแต่อย่างใดในตลาดนักเตะซัมเมอร์นี้ ทำให้คาดว่า บริวสเตอร์ จะเป็นแบ็คอัพชั้นดีให้กับ 3 ประสานตัวหลักอย่าง โรแบร์โต ฟีร์มีโน, ซาดิโอ มาเน และโมฮัมเหม็ด ซาลาห์ เนื่องจากเขาสามารถเล่นได้ทุกตำแหน่งในแดนหน้า

โอลิเวอร์ สกิปป์ (ทอตแนม ฮอทสเปอร์)

    กองกลางวัย 18 ปีผู้นี้ ไม่ใช่ผู้เล่นหน้าใหม่แต่อย่างใด เนื่องจากเมื่อปีที่แล้วเจ้าตัวได้รับโอกาสให้ลงสนามกับ “ไก่เดือยทอง” ไปแล้ว 6 นัดรวมทุกรายการ
    โดยฟอร์มการเล่นของเจ้าตัวเข้าตา เมาริซิโอ โปเชตติโน เป็นอย่างมาก ทำให้ในช่วงปรีซีซั่นที่ผ่านมา สกิปป์ ได้รับโอกาสลงสนามในหลายๆเกม ซึ่งล้วนแล้วแค่เป็นการดวลกับบิ๊กทีม เช่น บาเยิร์น มิวนิค, เรอัล มาดริด, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ ยูเวนตุส เคียงข้างกับ ตองกีย์ เอนดอมเบเล มิดฟิลด์รายใหม่
    ส่งผลให้แฟนบอลของ สเปอร์ส จะได้เห็นผู้เล่นรายนี้ลงสนามช่วยทีมในลีกไม่มากก็น้อยอย่างแน่นอน

มอร์แกน กิบบ์ส-ไวท์ (วูล์ฟแฮมป์ตัน)

    26 เกมจากฤดูกาลที่แล้ว คือจำนวนการลงสนามของดาวเตะวัย 19 ปีรายนี้กับ “หมาป่า” ซึ่งเรียกว่าสูงมากเมื่อเทียบกับอายุ ซึ่ง 5 เกมในจำนวนดังกล่าวคือการออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อีกด้วย
    สำหรับ กิ๊บบ์ส-ไวท์ เป็นหนึ่งในขุนพลของทีมชาติอังกฤษรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี ที่สามารถคว้าแชมป์โลกมาครองได้ในปี 2017 ทำให้เขาได้รับการคาดหมายว่าจะเป็นอนาคตของทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ต่อไปในไม่ช้านี้
     ด้วยประสบการณ์ รวมถึงฝีเท้า ทำให้ กิบบ์ส-ไวท์ จะเป็นอะไหล่สำคัญในแผงมิดฟิลด์ของ วูล์ฟแฮมป์ตัน ที่จะอุดรอยโหว่หากทีมขาด รูเบน เนเวส หรือเจา มูตินโญ ไปในเกมใดเกมหนึ่งซึ่งถือเป็นบทพิสูจน์สำคัญสำหรับอาชีพการค้าแข้งของเจ้าตัว

     โดยแข้งทั้ง 7 รายข้างต้นคือเหล่านักเตะดาวรุ่งที่น่าจับตามองว่าจะสามารถฉายแววได้ในฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ ซึ่งต้องมาติดตามพวกเขาจะสามารถโชว์ฟอร์มได้ดีเพียงใด และจะก้าวขึ้นเป็นแข้งระดับซูเปอร์สตาร์ได้หรือไม่ในอนาคต

Shares :

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ