royal coronation
วันที่ 19 กันยายน 2562
กีฬา

ส่องความพร้อมก่อนศึก "โคปา อเมริกา 2019"

วันที่ 13 มิถุนายน 2562 - 18:50 น.
ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งทวีปอเมริกาใต้ 2019,โคปา อเมริกา,บราซิล,อาร์เจนตินา
Shares :

เตรียมจะเปิดฉากขึ้นแล้วสำหรับฟุตบอลชิงแชมป์แห่งทวีปอเมริกาใต้ 2019 หรือที่รู้จักกันในนาม "โคปา อเมริกา" ในวันที่ 14 มิ.ย.-7 ก.ค.นี้

    โดยในโซนดังกล่าวถือว่าเป็นถิ่นฐานของชาติมหาอำนาจในวงการลูกหนัง ทั้ง บราซิล แชมป์โลก 5 สมัย, อาร์เจนตินา แชมป์โลก 2 สมัย รวมไปถึง อุรุกวัย ชิลี และโคลอมเบีย ซึ่งมีแข้งซูเปอร์สตาร์อยู่ในทีมมากมายอีกด้วย

     นอกจากนั้นตามปกติของการแข่งขัน ฟุตบอล โคปา อเมริกา จะมีเพียงแค่ทีมที่เป็นสมาชิกของโซนดังกล่าวเท่านั้น ทว่าในปีนี้ สมาพันธ์ฟุตบอลอเมริกาใต้ (คอนเมโบล) ได้เทียบเชิญ 2 ทีมแกร่งจากทวีปเอเชีย อย่าง กาตาร์ เจ้าภาพฟุตบอลโลก 2022 และญี่ปุ่น แชมป์เอเชียน คัพ 4 สมัย มาเข้าร่วมเพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้มากขึ้น โดยมีการแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้
กลุ่ม เอ มี 4 ทีม ได้แก่ บราซิล โบลิเวีย เวเนซูเอลา และเปรู
กลุ่ม บี มี 4 ทีม ได้แก่ อาร์เจนตินา โคลอมเบีย ปารากวัย และกาตาร์
กลุ่ม ซี มี 4 ทีมเช่นเดียวกัน ได้แก่ อุรุกวัย เอกวาดอร์ ญี่ปุ่น และชิลี

     โดยก่อนศึก โคปา อเมริกา 2019 จะเริ่มต้นขึ้นทางทีมข่าวกีฬา “คม ชัด ลึก” ได้รวบรวมประเด็นที่น่าสนใจ, ทีมเต็ง, รวมถึงสถิติต่างๆที่ผ่านมา

“บราซิล” รับหน้าเสื่อเจ้าภาพ
    สำหรับ บราซิล ได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพของฟุตบอล โคปา อเมริกา ตั้งแต่ปี 2016 พร้อมเป็นการรับหน้าเสื่อเป็นครั้งที่ 5 ต่อจากปี 1919 1922 1949 และ1989
    โดยเมื่อวันที่ 14 มิ.ย.ปีที่แล้ว เฟร์นานโด ซาร์นี รองประธานคอนเมโบล เผยว่าฟุตบอลทัวร์นาเมนต์ดังกล่าว จะทำการแข่งขันใน 5 เมือง และ 6 สนาม ประกอบด้วย สนาม มาราคานา ในกรุงริโอ เดอ จาเนโร, สนาม เอสตาดิโอ โด โมรุมบิ และอารีนา โครินเธียนส์ ในเมืองเซา เปาโล, สนามเอสตาดิโอ มิไนเลา ในเมืองเบโล โฮริซอนเต, สนามอารีนา โด เกรมิโอ ในเมืองปอร์ตู อเรเกร และฟอนเต โนวา อารีนา ในเมืองซัลวาดอร์ ซึ่งนักเปิดสนามจะแข่งขันกันที่สนาม เอสตาดิโอ โด โมรุมบิ ขณะที่รอบชิงชนะเลิศ จะแข่งขันกันที่สนาม มาราคานา

ทำไมต้องเชิญ “กาตาร์-ญี่ปุ่น”
     ที่ผ่านมารายการนี้จะจัดกันโดยแข่ง 10 ชาติในทวีป บวกกับอีก 2 ทีมรับเชิญ ซึ่งส่วนใหญ่จะมาโซนคอนคาเคฟ ทว่าในปีนี้ได้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ นั่นก็คือ การเชิญ 2 ทีมจากต่างทวีปอย่าง กาตาร์ และญี่ปุ่น มาเข้าร่วมด้วย
โดยเหตุผลสำคัญที่ คอนเมโบล ตัดสินใจเชิญ 2 ชาติชั้นนำจากเอเชียเข้ามาการแข่งขันนั้นก็มีความแตกต่างกันไปในแต่ละชาติ เริ่มจาก กาตาร์ เจ้าภาพฟุตบอลโลก 2022 และส่งผลให้พวกเขาจะได้ตั๋วลงเล่นในศึกเวิลด์ คัพ เป็นครั้งแรก ทว่าก่อนหน้านี้ กาตาร์ ไม่นิยมเล่นฟุตบอลกระชับมิตรนอกทวีปเอเชียแต่อย่างใด โดยส่วนใหญ่จะเชิญทีมต่างๆมาเล่นในบ้านของตัวเองมากกว่า
     อย่างไรก็ตามจากการที่ทีมแชมป์เอเชียสมัยล่าสุด ไม่มีทัวร์นาเมนต์อย่าง “ฟีฟ่า คอนเฟเดเรชั่นส์ คัพ” ซึ่งถือเป็นการแข่งขันสำคัญสำหรับการเตรียมความพร้อมของเจ้าภาพฟุตบอลโลกในการจัดการแข่งขัน รวมถึงโอกาสจะได้พบกับทีมชั้นนำของแต่ละทวีปที่ถูกยกเลิกตั้งแต่ ปี 2017 ที่ผ่านมาให้ลงเล่น ทำให้ กาตาร์ ต้องหาฟุตบอลรายการใหญ่ลงเล่นเพื่อลองทีม โดย โคปา อเมริกา ถือเป็นบททดสอบสำคัญให้พวกเขาได้พิสูจน์ตัวเอง ทั้งเรื่องของสภาพอากาศ และการต้องดวลกับทีมต่างทวีปที่อาจจะต้องเจอในศึกเวิลด์ คัพครั้งต่อไป


    ขณะที่ ญี่ปุ่น ถือมีความสัมพันธ์อันดีกับวงการฟุตบอลในทวีปอเมริกาใต้ โดยก่อนหน้านี้ทัพ “ซามูไร บลูส์” เคยเข้าร่วมรายการนี้มาก่อนเมื่อปี 1999 ที่ประเทศปารากวัยเป็นเจ้าภาพ ซึ่งในตอนนั้น พวกเขาเก็บได้เพียง 1 คะแนนจาก 3 นัด และต้องตกรอบแรกไป
    รวมไปถึงศึก โคปา อเมริกา 2011 ที่ประเทศอาร์เจนตินา ซึ่ง ญี่ปุ่น เกือบได้เข้าร่วม แต่สุดท้ายก็ต้องถอนตัวออกไป เนื่องจากเหตุแผ่นดินไหว และสึนามิ จึงทำให้ โคปา อเมริกาครั้งนี้ ถือเป็นครั้งที่ 2 ที่ขุนพลแดนซามูไรจะไปเยือนทวีปอเมริกาใต้อีกครั้ง

ทีมเต็งแชมป์
     สื่อหลายสำนัก รวมถึงบริษัทรับพนันถูกฎหมายของต่างประเทศส่วนใหญ่ มีความเห็นตรงกันว่าทีมที่มีสิทธิคว้าแชมป์รายการนี้ไปครองมากที่สุด คือ บราซิล เจ้าภาพในครั้งนี้
     โดยสาเหตุที่เป็นเช่นนั้นเนื่องจากขุมกำลังของทีมที่มีความแข็งแกร่ง โดย ติเต เทรนเนอร์คนเก่ง ได้เลือก 23 ผู้เล่นชุดที่ดีที่สุดสำหรับการซิวโทรฟีในบ้านเกิด ซึ่งถึงแม้ว่าจะไม่มี เนย์มาร์ กองหน้าค่าตัวสถิติโลกจาก ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ที่มีปัญหาบาดเจ็บข้อเท้าจากเกมอุ่นเครื่องที่เอาชนะ กาตาร์ 2-0 เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.ที่ผ่านมา ทว่าแข้งรายอื่นๆเรียกได้ว่าจัดเต็ม นำมาโดย อลีสซง เบคเกอร์, ดานี อัลเวส, ติอาโก ซิลวา, คาเซมิโร, แฟร์นานดินโญ, ฟิลิปเป คูตินโญ, ริชาร์ลิซอน และโรแบร์โต ฟีร์มิโน
     นอกจากนั้นด้วยศักดิ์ศรีของการเป็นแชมป์รายการนี้ถึง 8 สมัย (1919, 1922, 1949, 1989, 1997, 1999, 2004 และ2007) และ 4 ครั้งล่าสุดที่พวกเขาเป็นเจ้าภาพ บราซิล กวาดแชมป์มาครองได้ทั้งหมดซึ่งถือเป็นสถิติที่ยอดเยี่ยม


     ด้านเต็ง 2 คือคู่ปรับตลอดกาลของ บราซิล อย่าง อาร์เจนตินา เจ้าของแชมป์ 14 สมัย ที่เรียกได้ว่าจัดเต็มสำหรับทัวร์นาเมนต์ดังกล่าวเช่นกัน โดยเฉพาะในรายของ ลีโอเนล เมสซี กองหน้าซูเปอร์สตาร์ของ บาร์เซโลนา ที่ยังไม่เคยประสบความสำเร็จในรายการเมเจอร์กับทัพ “ฟ้าขาว” เลย นั้งตั้งแต่รับใช้ทีมชาติชุดใหญ่เมื่อปี 2005 ซึ่งในศึกโคปา อเมริกา ครั้งที่แล้ว เมสซี คือหนึ่งในคนที่ซัดจุดโทษพลาด และทำให้ทีมพ่าย ชิลี ไป 2-4 โดยเจ้าตัวผิดหวังกับเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างมากจนถึงขนาดประกาศเลิกเล่นทีมชาติ ก็จะกลับมาช่วยทีมอีกครั้งในเวลาต่อมา
     ขณะที่ผู้เล่นรายอื่นๆในทีมก็ถือเป็นผู้เล่นที่มีคุณภาพคับแก้ว ที่อยากจะช่วยทีมลบความผิดหวังจากฟุตบอลโลก 2018 ที่พวกเขาตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย ไม่ว่าจะเป็น นิโกลัส โอตาเมนดี, อังเคล ดิ มาเรีย, เซร์คิโอ อเกวโร, เปาโล ดีบาลา และเลาตาโร มาร์ติเนซ


     ส่วนทีมอื่นๆที่อาจสร้างเซอร์ไพรส์ในรายการนี้ ก็มีทั้ง อุรุกวัย, ชิลี และโคลอมเบีย ที่ต่างมีดีกรี รวมถึงสตาร์ระดับโลกหลายคนอยู่ในทีม

สถิติ และประเด็นที่น่าสนใจ
    -ทีมที่เป็นแชมป์ในรายการนี้มากที่สุด คือ ทีมชาติอุรุกวัย ด้วยจำนวน 15 ครั้ง (1916, 1917, 1920, 1923, 1924, 1926, 1935, 1942, 1956, 1959, 1967, 1983, 1987, 1995 และ2011) พร้อมเป็นทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันมากที่สุดด้วยถึง 43 ครั้ง


    -อาร์เจนตินา คือทีมที่เก็บชัยมากที่สุดในทัวร์นาเมนต์ด้วยจำนวน 120 เกม พร้อมเป็นทีมที่ทำประตูได้มากที่สุดที่จำนวน 455 ประตู ส่วนทีมที่แพ้มากที่สุดได้แก่ ชิลี ที่ 83 เกม
    -นักเตะที่ทำประตูได้มากที่สุดในโคปา อเมริกา มีร่วมกัน 2 คนคือ ซิซินโญ อดีตตำนานแนวรุกทีมชาติบราซิล และนอร์เบอร์โต เมนเดซ ตำนานมิดฟิลด์ทีมชาติอาร์เจนตินา ด้วยจำนวน 17 ประตูเท่ากัน ส่วนแข้งที่ทำแอสซิสต์ได้มากที่สุดในทัวร์นาเมนต์คือ ลีโอเนล เมสซี กองหน้าทีมชาติอาร์เจนตินาด้วยจำนวน 11 ครั้ง
    -ศึกโกปา อเมริกา 2019 จะเป็นการแข่งขันในรูปแบบเดิมครั้งสุดท้าย ก่อนในปีหน้าจะมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของทัวร์นาเมนต์ดังกล่าว โดยจะแบ่งเป็นการแข่งขันสองโซน ได้แก่ โซนเหนือ และ โซนใต้ โดยโซนเหนือจะมี โคลอมเบีย เป็นเจ้าภาพ และอีก 5 ชาติเข้าร่วมชิงชัย ประกอบด้วย บราซิล, เวเนซุเอลา, เอกวาดอร์, เปรู และชาติรับเชิญอีก 1 ชาติ ส่วนโซนใต้ อาร์เจนตินา จะรับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพ โดยจะมีอีก 5 ชาติร่วมแข่งขัน ประกอบด้วย ชิลี, อุรุกวัย, ปารากวัย โบลิเวีย และชาติรับเชิญอีก 1 ชาติ ซึ่งหลังจากนั้นจะนำทีมที่มีคะแนนดีที่สุด 4 อันดับแรก ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายต่อไป

     ทั้งหมดที่กล่าวมาคือความพร้อม และประเด็นน่าสนใจต่างๆของการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งทวีปอเมริกาใต้ ครั้งที่ 46 โดยต้องมาติดตามกันว่าสุดท้ายชาติใดจะครองตำแหน่งแชมป์ และประกาศศักดาว่าคือทีมที่ดีที่สุดของโซนคอนเมโบลในยุคนี้


 

Shares :

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ