royal coronation
วันที่ 20 มิถุนายน 2562
กีฬา

"สิงห์บลูส์"ปะทะ"ปืนใหญ่"ศึกศักดิ์ศรีบนเวทียูโรปานัดชิงฯ

วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 - 16:00 น.
เชลซี,อาร์เซนอล,ฟุตบอลยูโรปา ลีก,นัดชิงชนะเลิศ,อาเซอร์ไบจาน,เฮนริค มคิทาร์ยาน
Shares :
เปิดอ่าน 1,730 ครั้ง

คืนวันนี้แล้ว (29 พ.ค.) ที่ศึกฟุตบอลยุโรปถ้วยเล็กอย่าง ยูโรปา ลีก รอบชิงชนะเลิศ จะมีขึ้นโดยเป็นการพบกันของ 2 บิ๊กทีมจากอังกฤษ อย่าง เชลซี กับ อาร์เซนอล

    สำหรับศึก “ลอนดอน ดาร์บี แมทช์” นอกประเทศครั้งนี้ ถือว่ามีความสำคัญกับทั้ง 2 ทีมเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากเรื่องของความสำเร็จ และตำแหน่งแชมป์แล้ว ยังมีเรื่องของศักดิ์ศรีที่เชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์อันยาวนาน

     อย่างไรก็ตามนอกจากเรื่องในสนามแล้ว ศึกยูโรปา นัดชิงดำดังกล่าวยังมีเรื่องนอกสนามมาเกี่ยวข้องจนเป็นประเด็นวิจารณ์ไปทั่ววงการลูกหนัง พร้อมกลายเป็นอีก 1 เกมที่ได้รับการจับตามองจากแฟนลูกหนังทั่วโลก

     โดยก่อนแมทช์สุดเข้มข้นระหว่าง “สิงห์บลูส์” กับ “ปืนใหญ่” จะเริ่มขึ้น ทางทีมข่าวกีฬา “คม ชัด ลึก” ได้รวบรวมความพร้อมของทั้ง 2 ทีม, สถิติต่างๆ รวมถึงประเด็นดรามาก่อนเกมที่เกิดขึ้น

“ซาร์รี” กับการพิสูจน์ตัวเอง
    ถือเป็นฤดูกาลที่ไม่น่าพอใจนักสำหรับแฟนๆของ “สิงโตน้ำเงินคราม” เนื่องจากทีมไม่สามารถทำผลงานได้ตามเป้า นั่นก็คือการทวงตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ลีก กลับคืนมา และจบเพียงอันดับ 3 ของตารางโดยตามหลัง แมนฯซิตี ทีมอันดับ 1 ถึง 26 แต้ม
    แน่นอนว่าคนที่ต้องรับผิดชอบกับฟอร์มที่น่าผิดหวังของทีม นั่นก็คือ เมาริซิโอ ซาร์รี เฮดโค้ชชาวอิตาเลียนที่เพิ่งเข้ามาคุมทัพ “สิงห์บลูส์” ในฤดูกาลนี้ ท่ามกลางความคาดหวังอย่างเต็มเปี่ยมจากบอร์ดบริหาร และแฟนบอล หลังเจ้าตัวเคยพา นาโปลี กลายเป็นทีมระดับท็อปของกัลโช เซเรีย อา มาแล้ว
    อย่างไรก็ตามด้วยองค์ประกอบหลายอย่าง ทั้งเรื่องแทคติกที่โดนจับทางง่าย, การใช้นักเตะไม่ตรงกับตำแหน่ง รวมถึงการมีปัญหากับลูกทีมบางราย ส่งผลให้ ซาร์รี โดยวิจารณ์อย่างหนัก และมีข่าวลือว่า โรมัน อับราโมวิช เจ้าของทีมอาจจะปลดเจ้าตัวออกจากตำแหน่งหลังจบซีซั่นนี้
    เป็นเหตุให้นัดชิงชนะเลิศดังกล่าว จะถือเป็นการพิสูจน์ตัวเองของเทรนเนอร์วัย ุ60 ปี ว่าเขาจะพาทีมประสบความสำเร็จได้หรือไม่ รวมไปถึงอาจเป็นใบรับประกันว่าจะได้อยู่ในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ต่อในฤดูกาลหน้า
    ในส่วนของความพร้อมทีมนั้น เชลซี จะไม่มี รูเบน ลอฟตัส ชีค กองกลางดาวรุ่งที่ได้รับบาดเจ็บยาวมาจากเกมกระชับมิตรกับ นิว อิงแลนด์ เรฟโวลูชัน เมื่อกลางเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา รวมถึงต้องเช็คความฟิตของ เอนโกโล กองเต มิดฟิลด์จอมขยันที่มีอาการบาดเจ็บเข่ารบกวน รวมถึง อันโตนิโอ รือดิเกอร์ กองหลังตัวหลัก ซึ่งหากทั้ง 2 แข้งลงสนามไม่ได้จะเป็นปัญหาใหญ่ของ เชลซี อย่างแน่นอน
    ด้าน เกปา อาร์ริซาบาลากา, ดาวิด ลุยซ์, เซซาร์ อัซปิลิกวยตา, จอร์จินโญ, วิลเลียน, เอแดน อาซาร์ และโอลิวิเยต์ ชิรูด์ พร้อมเต็มถังสำหรับเกมสำคัญที่กำลังมาถึง

อาร์เซนอลไร้ “มคิทาร์ยาน”
    สำหรับ “ปืนใหญ่” หมายมั่นปั้นมือเป็นอย่างมากสำหรับการคว้าแชมป์ในถ้วยดังกล่าว เพราะตั้งแต่ก่อตั้งสโมสรมาพวกเขายังไม่เคยซิวโทรฟีในฟุตบอลยูโรปา ลีก ได้เลย รวมถึงเป็นแชมป์แห่งความหวังที่จะทำให้ “เดอะ กันเนอร์ส” ได้โควต้าไปเล่นในฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในซีซั่นหน้า หลังจบเพียงอันดับ 5 ในลีกเท่านั้น
    อย่างไรก็ตามในเกมนี้พวกเขาจะไม่มี เฮนริค มคิทาร์ยาน แนวรุกทีมชาติอาร์เมเนีย โดยไม่ใช่ปัญหาเรื่องอาการบาดเจ็บ แต่เป็นประเด็นการเมืองจากการที่ฟุตบอลยุโรปถ้วยเล็กนัดชิงดำ ครั้งนี้ จัดขึ้นที่กรุงบากู ประเทศอาเซอร์ไบจาน ซึ่งไม่มีสัมพันธ์ทางด้านการฑูตกับอาร์เมเนีย ตั้งแต่สงครามนากอร์โน-คาราบัคที่จบไปเมื่อปี 1994 และทุกวันนี้พื้นที่ดังกล่าวยังคงมีความตึงเครียดกันอยู่
    เป็นเหตุให้ อาร์เซนอล หวั่นความปลอดภัยของนักเตะ หากจะเดินทางไปเล่นที่ประเทศดังกล่าว จึงเลือกที่จะให้อดีตแข้ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ต้องเดินทางไปกับทีม โดยระบุว่า “เราได้พิจารณาทางเลือกทั้งหมดแล้วเพื่อนำ มคิทาร์ยาน ไปด้วย เพราะถือเป็นกำลังสำคัญที่พาทีมมาถึงรอบชิงชนะเลิศ ดังนั้นการตัดสินใจแบบนี้จึงถือเป็นความสูญเสียครั้งสำคัญ”
    นอกจาก มคิทาร์ยาน แล้ว อาร์เซนอล จะไม่มีกำลังสำคัญอีก 1 ราย คือ อารอน แรมซีย์ มิดฟิลด์จอมทัพที่จะย้ายไปอยู่กับ ยูเวนตุส ในซีซั่นหน้า เหตุมีอาการบาดเจ็บยาวมาจากรอบรองชิงชนะเลิศ กับ นาโปลี ในเกมเลก 2
    อย่างไรก็ตากำลังหลักรายอื่นๆทั้ง ปีเตอร์ เช็ก, โลรองต์ กอสเซียลนี, ลูคัส ตอร์เรรา, เมซุต โอซิล, อเลกซองดร์ ลากาแซตต์ และปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยอง พร้อมลงสนามช่วยทีมคว้าแชมป์ติดมือในซีซั่นนี้

บัตรเข้าชมขายไม่หมด
    จากการที่สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ไดล้เลือกให้นัดชิงชนะเลิศดังกล่าวไปเล่นที่ โอลิมปิก สเตเดี้ยม ประเทศอาเซอร์ไบจาน ก็ถูกกระแสตีกลับในด้านลบ เหตุเป็นประเทศที่มีประเด็นเรื่องการเมือง รวมถึงไม่มีความพร้อมในหลายด้าน
    โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเดินทางสำหรับแฟนบอลอังกฤษที่ค่อนข้างจะยากลำบากในการไปเขาชมที่สนาม ซึ่งตามรายงานระบุว่า ไม่มีไฟลท์บินตรงไปที่ อาเซอร์ไบจาน ในสัปดาห์หน้า ทำให้ถ้าแฟนบอลจะเดินทางไปคือต้องต่อเครื่องที่กรุงอิสตันบูล หรือ กรุงเคียฟ ซึ่งจะใช้เวลาเดินทางรวม 10 ชม. ขณะที่ถ้าเดินทางด้วยรถไฟ จะต้องใช้เวลาประมาณ 4 วัน เพราะระยะทางจากกรุงลอนดอน ถึงอาเซอร์ไบจานห่างกันกว่า 4,000 กิโลเมตร
    เป็นเหตุให้ทั้ง เชลซี และอาร์เซนอล ส่งตั๋วนัดชิงชนะเลิศกว่า 6,000 ใบคืน ยูฟ่า หลังจำหน่ายให้แฟนบอลไปได้เพียง 5,500 ที่นั่งเท่านั้น (เชลซี 2,000 ใบ-อาร์เซนอล 3,500 ใบ) ทั้งๆที่สนามสามารถจุผู้ชมได้กว่า 68,700 ที่นั่งเลยทีเดียว ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความล้มเหลวของการจัดการได้เป็นอย่างดี
    อย่างไรก็ตามล่าสุด ยูฟ่า ยังคงมั่นใจว่าจะสามารถจำหน่ายตั๋วได้หมด โดยระบุว่าจะจำหน่ายต่อให้แฟนบอลท้องถิ่นของอาเซอร์ไบจาน และส่วนที่เหลือก็จะถูกขายออกได้อย่างแน่นอน เนื่องจากมีความต้องการสูงมาก

ข้อมูลที่น่าสนใจ
    เชลซี กับ อาร์เซนอล เคยเจอกันในเกมยุโรปเพียงครั้งเดียวคือศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รองชนะเลิศเมื่อปี 2004 ซึ่ง “สิงห์บลูส์” เอาชนะด้วยสกอร์รวม 3-2 ส่วนในพรีเมียร์ลีก ซีซั่นนี้ ทั้งคู่ผลัดกันแพ้ และชนะทีมละ 1 เกม
    นอกจากนั้นทั้ง 2 ทีมเจอกันทั้งหมด 197 ครั้งรวมทุกรายการ โดยเป็น อาร์เซนอล ที่เอาชนะได้มากกว่าด้วยจำนวน 76 เกม ขณะที่ เชลซี ชนะ 63 เกม
    สุดท้ายแล้วต้องมาดูกันว่าทีมใดจะเป็นฝ่ายกำชัยในศึก “ลอนดอน ดาร์บี แมทช์” บนสังเวียนฟุตบอลยุโรปถ้วยเล็ก ซึ่งผู้ชนะนอกจากจะได้โทรฟีมาครอบครองแล้ว ยังหมายถึงความภูมิใจที่เอาชนะคู่ปรับร่วมเมืองตลอดกาลอีกด้วย

Shares :
เปิดอ่าน 1,730 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ