royal coronation
วันที่ 18 สิงหาคม 2562
กีฬา

3 เหตุผลที่บาร์ซาควรปลด "บัลเบร์เด"

วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 - 18:00 น.
เอร์เนสโต บัลเบร์เด,บาร์เซโลนา,แชมป์ลาลีกา สเปน,ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์
Shares :
เปิดอ่าน 4,648 ครั้ง

แม้ในฤดูกาลนี้ บาร์เซโลนา จะทำผลงานไดดีเนื่องจากผงาดคว้าแชมป์ ลาลีกา สเปน ไปเป็นที่เรียบร้อย รวมไปถึงยังมีลุ้นในรายการโกปา เดล เรย์ อยู่

      แต่เชื่อว่าพวกเขามีบาดแผลที่เกิดขึ้นในจิตใจจากการตกรอบรองชนะเลิศฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศด้วยการพ่าย ลิเวอร์พูล ด้วยสกอร์รวม 2 นัด 3-4

     โดยเชื่อว่าในเกมแรกของรอบตัดเชือก ยูซีแอล ที่สนาม คัมป์ นู แฟนๆของ “อาซูลกรานา” มั่นใจเป็นอย่างมากว่าทีมรักของตนเองจะผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศอย่างไม่ยากเย็นหลังถล่ม “หงส์แดง” ไปแบบยับเยิน 3-0 จากการเหมา 2 ประตูของ ลีโอเนล เมสซี และอีก 1 ลูกจาก หลุยส์ ซัวเรซ

     ถึงกระนั้นเกิดเรื่องที่ไม่คาดฝันขึ้นในเกมเลก 2 เมื่อ บาร์ซา กลับบุกไปโดน ลิเวอร์พูล อัด 0-4 พลิกตกรอบไปแบบช็อคสายตาแฟนบอลทั่วโลก รวมถึงการตกรอบหลังจากเลกแรกขึ้นนำคู่แข่งไปก่อนถึง 3-0 เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ถือว่าไม่ใช่เรื่องที่ปกติ หลังปีที่แล้วในศึกยูซีแอล รอบ 8 ทีมสุดท้าย พวกเขาเปิดบ้านเอาชนะ อาแอส โรมา ไปได้ก่อน 4-1 ทว่ากลับบุกไปโดน “หมาป่ากรุงโรม” ถล่ม 3-0 กระเด็นตกรอบจากสกอร์รวม 4-4 แต่เสียเปรียบด้วยกฎประตูทีมเยือน

     ทำให้หลังเกม “เจ้าบุญทุ่ม” เจอเสียงวิจารณ์อย่างหนักถึงผลงานที่น่าผิดหวังดังกล่าว โดยผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อฟอร์มที่เกิดขึ้นมากที่สุด คือ เอร์เนสโต บัลเบร์เด ผู้จัดการทีม ซึ่งถูกมองว่าประมาท และเน้นเกมรับมากเกินไป ซึ่งไม่เข้ากับสไตล์การเล่นของทีมที่ชอบเปิดเกมรุกใส่คู่แข่ง จนมีกระแสเรียกร้องให้เจ้าตัวถูกปลดจากตำแหน่ง

     โดยเทรนเนอร์ชาวสแปนิช กล่าวถึงประเด็นนี้ว่า “ผมไม่มีความคิดที่จะลาออกแต่อย่างใด แม้แฟนบอลจะไม่พอใจในผลงานของเรา แต่พวกเขาก็ยังอยู่ และสนับสนุนทีมเสมอ” ขณะที่ โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว ประธานสโมสร บาร์เซโลนา ได้ออกมาหนุนหลังเทรนเนอร์รายนี้ว่า “บัลเบร์เด ยังเป็นคนที่ใช่สำหรับเรา”

     ถึงกระนั้นล่าสุดสื่อต่างประเทศได้วิเคราะห์ถึง 3 เหตุผลที่ บาร์เซโลนา ควรจะปลด บัลเบร์เด ออกจากตำแหน่ง เพื่อทำให้ทีมพัฒนาขึ้นในฤดูกาลหน้า

ขาดความกล้าหาญ
     เป็นที่ทราบกันดีว่าสไตล์การทำทีมของ บัลเบร์เด คือการเน้นผลการแข่งขัน และไม่เปิดเกมรุกแบบโหมใส่คู่แข่ง ทำให้สังเกตได้ว่าเหล่าบรรดาผู้เล่นในเกมรุก นอกจาก ลีโอเนล เมสซี และหลุยส์ ซัวเรซ ทั้ง มัลคอม และอุสมาน เดมเบเล มักจะไม่ค่อยได้รับโอกาสลงสนามมากนัก ต่างกับบรรดากองกลาง เช่น อัลตูโร วิดัล และอาร์ตูร์ ที่ถูกเลือกให้ลงเล่นอย่างสม่ำเสมอตามแท็คติกที่เจ้าตัวถนัด
     โดยในบางเกมแผนการเล่นดังกล่าวก็เรียกว่าได้ผลเป็นอย่างดี และได้รับผลการแข่งขันที่น่าพอใจ อย่างไรก็ตามในบางเกมแท็คติคดังกล่าวก็ใช้ไม่ได้ผลแต่อย่างใด ดูได้จากเกมที่ บาร์ซา พ่ายต่อ ลิเวอร์พูล ในสนาม แอนฟิลด์ ซึ่งแมตช์นี้พวกเขาขอเพียง 1 ประตูทีมเยือนเท่านั้นก็จะทำให้ “หงส์แดง” ต้องยิงอีก 5 ประตู ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากมาก
     ทว่า บัลเบร์เด กลับให้ลูกทีมเน้นตั้งรับจนกระทั่งโดน 3 ประตูในระยะเวลาไม่ถึง 60 นาที ซึ่งแม้หลังจากนั้นพวกเขาจะพยายามกลับมาเน้นเกมรุกโดยพึ่งความสามารถของ เมสซี ซึ่งแม้จะได้รับการยกย่องว่าเป็นแข้งมหัศจรรย์แห่งยุค แต่สุดท้ายแล้วดาวเตะทีมชาติอาร์เจนตินาก็ไม่สามารถช่วยทีมได้จนต้องกระเด็นตกรอบในที่สุด

 

ความสมดุลที่หายไป
     นับตั้งแต่ บาร์เซโลนา ขาย เนย์มาร์ กองหน้าซูเปอร์สตาร์ไปให้กับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง เมื่อปี 2016 ด้วยค่าตัว 222 ล้านยูโร (ราว 7.77 พันล้านบาท) เกมรุกของทีมก็ถือว่าเสียสมดุลไปแบบชัดเจน เพราะแข้งเกมรุกคนอื่นๆที่เข้ามาหลังจากนั้น ทั้ง ฟิลิปเป คูตินโญ, มัลคอม และอุสมาน เดมเบเล ไม่สามารถมาแทนที่สตาร์ทีมชาติบราซิลได้ จนส่งผลให้ผลงานการทำประตูของทีมไม่เหมือนเดิม
     อีกส่วนสำคัญที่ขาดหายไปจากทีม คือกองกลางไม่สามารถปั้นเกมได้เหมือนกับยุคของ เปป กวาร์ดิโอลา และหลุยส์ เอนริเก เหตุแผงมิดฟิลด์ในปัจจุบันของทีม ไม่มีแข้งตัวสร้างสรรค์เกมเหมือนกับ ชาบี เอร์นานเดซ และอันเดรส อีเนียสตา ทั้งๆที่เฮดโค้ชวัย 55 ปีได้โอกาสในการเสริมทีมมาแล้วถึง 2 ซีซั่น แต่ก็ยังเกิดปัญหาที่แก้ไม่ตกจนถึงปัจจุบัน

แผนการเล่นล้มเหลว
    สำหรับ บัลเบร์เด ได้รับการยอมรับว่าเป็นเทรนเนอร์ที่มีฝีมือคนหนึ่งในสเปน จากความสำเร็จที่ผ่านมาด้วยการพา บาร์ซา คว้าแชมป์ได้หลายรายการ ถึงกระนั้นแชมป์ที่ได้มากก็เป็นรายการในประเทศ ซึ่งไม่ตอบโจทย์ทีมระดับบิ๊กอย่าง “เจ้าบุญทุ่ม” ซึ่งพวกเขาต้องการประกาศศักดาในเวทียุโรป
    ไม่ใช่ว่าอดีตกุนซือ แอธเลติก บิลเบา ไม่ได้หาทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะเขาได้เปลี่ยนแผนการเล่นจากยุคก่อนๆ จาก 4-3-3 มาเป็น 4-4-2 ทว่าก็ไม่ประสบความสำเร็จมากนักจนต้องกลับมาใช้ 4-3-3 เช่นเดิมในซีซั่นนี้
     การจัดผู้เล่นลงสนามถือว่าเป็นอีกหนึ่่งเครื่องหมายคำถามสำคัญที่เกิดขึ้นกับ บัลเบร์เด เพราะเขามักจะเชื่อมั่นในผู้เล่นบางคนมากเกินไป เช่น การใช้งาน เซร์กี โรแบร์โต ในตำแหน่งแบ็คขวา ทั้งๆที่เจ้าตัวถนัดในตำแหน่งมิดฟิลด์มากกว่า รวมถึงดึงดันที่จะส่ง คูตินโญ ลงเป็นหนึ่งในสามประสานเกมรุก แม้จะมีผลงานไม่ได้ดีกว่า มัลคอม และอุสมาน เดมเบเล มากนัก
     นอกจากนั้นสิ่งที่สังเกตได้ชัดเจนคือนายใหญ่ชาวสแปนิช ไม่มีแผนการเล่นสำรองที่จะมาแก้เกมในสถานการณ์ที่ตกเป็นรอง เห็นได้ชัดจากเกมที่โดน ลิเวอร์พูล ถลุงมา 4-0 ซึ่งพวกเขาโดนประตูที่ 2 และ3 ด้วยเวลาห่างกันเพียง 3 นาที แต่ก็ยังไม่มีการแก้เกมแบบชัดเจนแต่อย่างใด

     ทั้ง 3 ข้อที่กล่าวมาข้างต้นคือเหตุผลที่น่าจะน้ำหนักเพียงพอในการจะตะเพิด บัลเบร์เด ออกจากตำแหน่งในช่วงหลังจบฤดูกาลนี้ อย่างไรก็ตามสุดท้ายแล้วการตัดสินใจทั้งหมดขึ้นอยู่กับบอร์ดบริหารของ บาร์เซโลนา ว่าจะให้โอกาสกุนซือรายนี้ต่อไป หรือจะมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อทำให้ทีมบรรลุเป้าหมายสำคัญอย่างการซิวแชมป์ฟุตบอลยุโรปถ้วยใหญ่มาครองอีกครั้ง

Shares :
เปิดอ่าน 4,648 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ