วันที่ 16 มิถุนายน 2562
กีฬา

5 ตัวเต็งกุนซือใหม่ "ยูเวนตุส"

วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 - 17:00 น.
ยูเวนตุส,มักซิมิเลียโน อัลเลกรี,ชูเซ มูรินโญ,โลรองต์ บลองก์,ดีเอโก ซิเมโอเน,อันโตนิโอ คอนเต,เมาริซิโอ โปเชตติโน,ผู้จัดการทีมคนใหม่
Shares :
เปิดอ่าน 2,397 ครั้ง

ถือเป็นข่าวใหญ่ของวงการลูกหนังอิตาเลียนเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

     เมื่อ ยูเวนตุส บิ๊กทีมแห่งศึกกัลโช เซเรีย อา อิตาลี ประกาศแยกทางกับ มักซิมิเลียโน อัลเลกรี ผู้จัดการทีมวัย 51 ปี หลังเจ้าตัวคุมทัพ “ม้าลาย” มากว่า 5 ปี

     สำหรับ อัลเลกรี ถือว่าพา “เบียงโคเนรี” ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากนับตั้งแต่เข้ามาคุมทีมเมื่อปี 2014 เพราะสามารถซิวโทรฟีไปได้ถึง 11 แชมป์ด้วยกัน ประกอบด้วย กัลโช เซเรีย อา 5 สมัย, โคปา อิตาเลีย 4 สมัย, อิตาเลียน ซูเปอร์คัพ 2 สมัย ด้วยสถิติ 269 นัด ชนะ 191 นัด เสมอ 42 นัด แพ้ 36 นัด ได้ 510 ลูก เสีย 192 ลูก รวมถึงทะลุเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2 ครั้ง แต่ได้รองแชมป์ทั้งหมด

     ถึงกระนั้นสุดท้ายแล้วเจ้าตัวได้ตัดสินใจแยกทางกับทีมอย่างเป็นทางการเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (18 พ.ค.) ท่ามกลางข่าวลือว่าเขาเตรียมจะเข้าไปเป็นผกุนซือทีมคนใหม่ของ เชลซี ในซีซั่นหน้า

      และล่าสุด ""คอริเอเร เดลโล สปอร์ต" สื่อดังของแดนมะกะโรนี ได้เปิดโผตัวเต็งเฮดโค้ชคนใหม่ของ ยูเวนตุส จำนวน 5 รายที่จะเข้ามาทำหน้าที่แทน อัลเลกรี ในฤดูกาลหน้า

ชูเซ มูรินโญ
    นับตั้งแต่ที่ถูกปลดจากการเป็นกุนซือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว เจ้าตัวก็ถือว่าเป็นเทรนเนอร์เนื้อ หอมรายหนึ่งของทวีปยุโรป เนื่องจากมีหลายสโมสรต้องการตัวเขาไปคุมทัพ ทว่า มุรินโญ ก็ยังไม่รับข้อเสนอจากทีมใด
ถึงแม้ว่า “เดอะ สเปเชียล วัน” จะมีผลงานที่น่าผิดหวังกับ “ปีศาจแดง” แต่เขาถือว่าเป็นผู้จัดการทีมที่ได้รับการยอมรับเรื่องการวางแผนการเล่นที่ชาญฉลาด และมักจะได้ผลการแข่งขันตามความต้องการเสมอแม้รูปเกมจะไม่ได้สวยงามก็ตาม
    โดยที่ผ่านมา ยูเวนตุส ต้องการความสำเร็จในเวทียุโรปอย่างรายการ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นอย่างมาก ถึงขนาดไปดึงตัว คริสเตียโน โรนัลโด ดาวเตะซูเปอร์สตาร์ที่พา เรอัล มาดริด คว้าถ้วย “บิ๊กเอียร์” มาได้ 3 สมัยติดต่อกัน ทว่าพวกเขาก็ยังไม่ถึงฝั่งฝันแต่อย่างใด
    ทำให้เชื่อว่าแท็คติกของผู้จัดการทีมวัย ปี น่าจะเข้ามาเติมเต็มสำหรับการแข่งขันแบบทัวร์นาเมนต์ซึ่งต้องอาศัยความรัดกุม และความแน่นอนได้เป็นอย่างดี เหตุเจ้าตัวเคยพา อินเตอร์ มิลาน คว้าแชมป์ในรายการนี้มาแล้ว
นอกจากนั้นจากการที่เขาเคยคุมทัพ “งูใหญ่” มาถึง 2 ซีซั่น (2008-2010) ทำให้ไม่น่าจะมีปัญหาในการปรับตัวกับสไตล์ฟุตบอลของ กัลโช เซเรีย อา จนเข้ามาเป็นตัวเต็งอันดับ 5

โลรองต์ บลองก์

   ส่วนเทรนเนอร์ที่ติดโผมาเป็นเต็ง 4 นั่นก็คืออดีตผู้จัดการทีมของ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ซึ่งเคยพายักษ์ใหญ่ของแดนน้ำหอมประสบความสำเร็จมาแล้วมากมายตลอดช่วงเวลา 3 ปีที่คุมทีม
    แม้หลังจากปี 2016 ที่เจ้าตัวแยกทางกับ เปแอสเช เขาจะไม่ได้รับงานเป็นเทรนเนอร์ให้กับโมสรใดเลย อย่างไรก็ตามเขาก็ถือเป็นหนึ่งในกุนซือเนื้อหอมที่มักจะมีข่าวว่าหลายทีมตามจีบอยู่เสมอ ด้วยประสบการณ์การคุมทีมทั้งในระดับทีมชาติกับ “ตราไก่” และสโมสรในบ้านเกิด
    หลังจากห่างหายจากวงการลูกหนังไปถึง 4 ปี น่าจะถึงเวลาแล้วที่ บลองก์ จะกลับมาสู่สังเวียนอีกครั้ง ซึ่ง ยูเวนตุส ก็ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เนื่องจากชื่อชั้นของทีม รวมถึงการที่เฮดโค้ชวัย 53 ปี จะไดพิสูจน์ตัวเองกับการคุมสโมสรในต่างแดนดูบ้าง

ดีเอโก ซิเมโอเน

    ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ซิเมโอเน คือผู้จัดการทีมที่พา แอตเลติโก มาดริด กลับมาสู่ยุครุ่งเรืองได้อีกครั้งอย่างแท้จริงนับตั้งแต่เข้ามาคุมทีมเมื่อปี 2011 เนื่องจากเจ้าตัวสามารถนำ “ตราหมี” เอาชนะความยิ่งใหญ่ของ เรอัล มาดริด และบาร์เซโลนา 2 บิ๊กทีมแห่งสเปนด้วยการคว้าแชมป์ ลาลีกา มาครองเมื่อปี 2013–14
    นอกจากนั้นเทรนเนอร์ชาวอาร์เจนไตน์ กลายเป็นโค้ชที่พาทีมคว้าแชมป์มากที่สุดแซงหน้า หลุยส์ อาราโกนเญส ตำนานเทรนเนอร์ผู้ล่วงลับ ด้วยจำนวน 7 รายการ ประกอบไปด้วย แชมป์ลีก 1 สมัย, โกปา เดล เรย์ 1 สมัย, ซูเปร์โกปา เด เอสปันญา 1 สมัย, ยูฟ่า ยูโรปา ลีก 2 สมัย และ ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ 3 สมัย อีกด้วย
    อย่างไรก็ตามในช่วงหลังผลงานของทีม กลับไม่ค่อยดีนักเนื่องจาก แอตเลติโก มาดริด เริ่มเสียแข้งคนสำคัญของทีมไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะล่าสุด คือ อองตวน กรีซมันน์ กองหน้าตัวหลัก และถือเป็นนักเตะคู่ใจของ ซิเมโอเน มาโดยตลอด
    ด้วยปัจจัยของทีมที่ไม่เอื้ออำนวย ทำให้มีข่าวว่า “เอล โชโล” อยากกลับไปรับงานคุมทีมลูกหนังในศึกกัลโช เซเรีย อา อิตาลี อีกครั้ง หลังจากที่เคยคุมทีม คาตาเนีย รวมถึงเมื่อตอนสมัยที่เป็นนักฟุตบอลเจ้าตัวยังเคยค้าแข้งให้ ลาซิโอ กับ อินเตอร์ มิลาน ซึ่งเป็น 2 ยักษ์ใหญ่แห่งลีกสูงสุดเมืองมะกะโรนีด้วย จนเข้ามามีชื่อเป็นเต็ง 3 ในตำแหน่งดังกล่าว

อันโตนิโอ คอนเต

    หลังจากถูกปลดออกจากผู้จัดการทีม เชลซี เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่แล้ว แต่ด้วยประสบการณ์ และความสำเร็จที่ผ่านมา ก็สามารถการันตีได้ว่าเขาคือ 1 ในผู้จัดการทีมที่ดีที่สุดในยุโรปเช่นกันโดยไม่มีข้อครหา
    และเมื่อ อัลเลกรี ตัดสินใจแยกทางกับ ยูเวนตุส ชื่อของเฮดโค้ชชาวอิตาเลียนผู้นี้ก็ถูกพูดถึงขึ้นมา เนื่องจากเขาคืออดีตกุนซือของ “ม้าลาย” เมื่อปี 2011-2014 และพาทีมคว้าแชมป์ลีกได้ถึง 3 สมัย (2011–12, 2012–13, 2013–14)
    ทำให้เรื่องการปรับตัวนั้น คอนเต ไม่น่าจะมีปัญหาแต่อย่างใด และน่าจะเป็นผลประโยชน์ในแง่บวกสำหรับ “เบียงโคเนรี” เนื่องจาก คอนเต คุ้นเคยกับนักเตะบางส่วน รวมถึงสไตล์การเล่นของทีมเป็นอย่างดี ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญสำหรับการต่อยอดสู่ความสำเร็จของทีมในอนาคต
    ถึงกระนั้นที่ผ่านมาเทรนเนอร์วัย 49 ปี มีข่าวพัวพันกับ อาแอส โรม่า และ อินเตอร์ มิลาน ด้วย รวมถึงมีข่าวเขาตกลงกับ “งูใหญ่” ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เมาริซิโอ โปเชตติโน
    สำหรับกุนซือชาวสแปนิชรายนี้ ได้รับเสียงชื่นชมมาอย่างยาวนานในเรื่องของฝีไม้ลายมือในการคุมทีม นับตั้งแต่สร้างชื่อมากับ เอสปันญอล จนกระทั่งย้ายมาอยู่กับ ทอตแนม ฮอทสเปอร์ โดยเฉพาะในซีซั่นนี้ที่เขาพา “ไก่เดือยทอง” ซึ่งไม่ได้มีการใช้งบเสริมทัพแม้แต่ปอนด์เดียวเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้แบบพลิกความคาดหมาย
    จุดเด่นของเฮดโค้ชวัย 47 ปี แท็คติกที่เน้นเกมรุกแบบสวยงาม รวมไปถึงความกล้าในการให้โอกาสแข้งดาวรุ่งในการลงสนาม อย่างไรก็ตามสิ่งที่เจ้าตัวยังขาดคือเรื่องของตำแหน่งแชมป์ ซึ่งต้องยอมรับว่าการอยู่กับ “ไก่เดือยทอง” ที่มีงบประมาณในการเสริมทีมแบบจำกัด รวมถึงไม่ได้มีผู้เล่นซูเปอร์สตาร์ระดับเอคลาส ทำให้ไม่สามารถการันตีเรื่องความสำเร็จแบบต่อเนื่องได้ เหมือนกับกุนซือของบิ๊กทีมรายอื่นๆได้ จนมีข่าวว่าเขาอาจจะย้ายไปคุมทีมอื่นอย่างต่อเนื่อง
    โดยผู้จัดการทีมชาวอาร์เจนไตน์ เคยออกมาเปรยถึงเรื่องอนาคตของตนเองว่า “ถ้าผมพาทีมคว้าแชมป์ยูซีแอล ด้วยสถานการณ์แบบในฤดูกาลนี้ บางทีผมอาจจะต้องคิดว่าจะไปทำอะไรอย่างอื่นในอนาคตบ้าง”
     ด้วยเหตุผลข้างต้นเป็นเหตุให้เจ้าตัวกลายมาเป็นเต็งหนึ่งที่จะเข้ามารับงานในถิ่น อัลลิอันซ์ สเตเดี้ยม รายต่อไป

    ทั้ง 5 กุนซือข้างต้นถือว่ามีดีกรี และได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้จัดการทีมระดับท็อปของุตบอลลีกยุโรป ซึ่งต้องมาติดตามกันว่าสุดท้ายแล้วเฮดโค้ชคนใดจะได้เข้ามารับบังเหียนเป็นเทรนเนอร์คนใหม่ของทีม “ม้าลาย” ต่อจาก อัลเลกรี และเขาจะสามารถสานต่อความสำเร็จของทีมได้ดีเพียงใด

Shares :
เปิดอ่าน 2,397 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ