วิเคราะห์ปัจจัยการหายตัวไปของ"เซอร์ดาน ชากิรี"

กีฬา > บทความ  :  10 เม.ย. 2562

เชื่อว่าแฟนๆ "เดอะ ค็อป" ส่วนใหญ่คงเกิดความสงสัยว่าเพราะเหตุใด เซอร์ดาน ชากิรี แนวรุกร่างเล็กของทีมจึงไม่ได้รับโอกาสการลงสนามเลยในช่วงหลัง

      สำหรับปีกทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ ถูกดึงตัวมาจาก สโต๊ค ซิตี เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาด้วยค่าตัวเพียง 13.5 ล้านปอนด์ (ราว 549 ล้านบาท) เพื่อมาเป็นตัวเลือกในแผงเกมรุก เหตุเจ้าตัวสามารถเล่นได้หลายตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็น ปีกซ้าย-ขวา, กองกลางตัวรุก รวมถึงกองหน้าตัวต่ำ

      โดยดาวเตะวัย 27 ปี ก็ครองใจแฟนๆ “หงส์แดง” ได้ทันที หลังระเบิดฟอร์มมาตั้งแต่ช่วงพรีซีซั่น มาจนถึงช่วงครึ่งฤดูกาลแรก ที่เขาซัดไปถึง 6 ประตู ซึ่ง 2 ลูกในนี้คือการยิงใส่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยการลงสนามเป็นตัวสำรองเพียง 19 นาที พร้อมช่วยให้ทีมเก็บ 3 คะแนนสำคัญซึ่งส่งผลต่อการลุ้นแชมป์ลีกเป็นครั้งแรกในรอบ 29 ปีมาจนถึงปัจจุบัน

     อย่างไรก็ตามในช่วงซีซั่นหลังที่ผ่านมา ชากิรี กลับได้ลงสนามเป็นตัวจริงไปเพียง 3 จาก 17 เกมในทุกรายการ และต้องใช้เวลาส่วนใหญ่บนม้านั่งสำรองมาโดยตลอด ซึ่งก็เกิดกระแสวิจารณ์ในเรื่องดังกล่าวมากมายว่าเหตุผลที่แท้จริงในการหายตัวไปของ ชากิรี เกิดจากเหตุผลใดกันแน่

     และล่าสุด “ลิเวอร์พูล เอคโค” สื่อท้องถิ่นของเมือง ลิเวอร์พูล ได้วิเคราะห์ถึงประเด็นดังกล่าวว่าเพราะเหตุใด ชากิรี จึงไม่มีส่วนร่วมกับทีม ทั้งๆที่พวกเขากำลังต้องการผู้เล่นตัวหลักในการพาสโมสรลุ้นแชมป์ลีก กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี
ผลงานไม่ชัดเจน

วิเคราะห์ปัจจัยการหายตัวไปของ"เซอร์ดาน ชากิรี"

ผลงานไม่ชัดเจน
    แม้ ชากิรี จะงัดฟอร์มที่ยอดเยี่ยมออกมาได้ตั้งแต่ซีซั่นแรกกับต้นสังกัดใหม่ และสมควรจะได้รับการการันตีที่นั่ง 11 ตัวจริงไม่ว่าจะเป็นแผน 4-3-3 หรือ 4-2-3-1 มากกว่ากองกลางรายอื่นๆ ทว่าหากดูจากสถิติจริงๆแล้ว สตาร์วัย 27 ปี ไม่ได้มีผลงานที่น่าพอใจนัก
     โดยหลังจากยิงประตูในเกมกับ นิวคาสเซิล ได้เมื่อเดือน ธ.ค.ปีที่แล้ว ชากิรี ก็ได้รับโอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่องทั้งในเกมกับ เลสเตอร์ ซิตี (ตัวจริง-เวลาลงสนาม 67 นาที), เวสต์แฮม ยูไนเต็ด (ตัวสำรอง-เวลาลงสนาม 25 นาที) และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (ตัวสำรอง-เวลาลงสนาม 21 นาที) ทว่าทั้ง 3 เกมดังกล่าวอดีตนักเตะ บาเยิร์น มิวนิค รายนี้ ไม่สามารถช่วยทีมได้แต่อย่างใด รวมถึงไม่มีผลงานที่เป็นชิ้นเป็นอัน โดยเขาทำได้เพียงเลี้ยงผ่านคู่แข่งสำเร็จเพียง 1 ครั้งจาก 114 นาที และมีเปอร์เซนต์การจ่ายบอลต่อ 1 เกมลดลงจากช่วงต้นซีซั่นด้วยอัตรา 0.19 ครั้ง เหลือเพียง 0.09 ครั้ง จน ลิเวอร์พูล เสมอรวดทั้ง 3 นัดจนทำให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี กลับมาเบียดลุ้นแชมป์จนกระทั่งขณะนี้
    หลังจากนั้นเขาก็ไม่มีส่วนร่วมกับทีมอีกเลย โดยส่วนหนึ่งเกิดจากการที่เจ้าตัวเจอปัญหาอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อเล่นงาน ทว่าแม้จะกลับมาฟิตสมบูรณ์อีกครั้ง แต่ด้วยฟอร์มที่เกิดขึ้นทำให้เขาไม่ได้เป็นตัวเลือกของ เจอร์เกน คลอปป์ อีกต่อไป

วิเคราะห์ปัจจัยการหายตัวไปของ"เซอร์ดาน ชากิรี"

ความเสี่ยง

     จากสถานการณ์ที่ทีมกำลังลุ้นแชมป์ ทำให้การเก็บทุกคะแนนมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะการพลาดเพียง 1 แต้มก็อาจเป็นการยื่นถ้วยแชมป์ลีกไปให้กับ “เรือใบสีฟ้า” ก็เป็นได้ เป็นเหตุให้ คลอปป์ ไม่ยอมเสี่ยงที่จะเดินเกมรุกแบบ 100 เปอร์เซนต์เหมือนช่วงต้นฤดูกาล
     และตามธรรมชาติแล้ว ชากิรี คือผู้เล่นในตำแหน่งเกมรุก ดังนั้นเจ้าตัวจะไม่มีทักษะในเรื่องการเล่นเกมรับมากนัก ซึ่งส่งผลให้เวลาที่ทีมโดนลูกสวนกลับ เขาไม่สามารถที่จะช่วยแบ่งเบาภาระของกองหลังได้เท่ากับมิดฟิลด์คนอื่นๆ ทั้ง ฟาบินโญ, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, เจมส์ มิลเนอร์ และจอร์จินิโอ ไวนัลดุม ซึ่งสามารถเล่นได้ทั้งเกมรับ และเกมรุกได้แบบสมดุล
     เป็นเหตุให้ผู้เล่นชาวสวิส กลายเป็นตัวเลือกสุดท้ายของแผงกองกลางในช่วงเวลาระทึกใจเช่นนี้ และไม่ได้โอกาสในการลงสนามเลยแม้จะเจอกับทีมที่อ่อนชั้นกว่า ทั้ง ฟูแลม, วัตฟอร์ด หรือเบิร์นลีย์ เพราะเฮดโค้ชชาวเยอรมนีไม่ยอมทำให้ทีมต้องเกิดความเสี่ยงใดๆ

วิเคราะห์ปัจจัยการหายตัวไปของ"เซอร์ดาน ชากิรี"

ตัวเลือกที่ดีกว่า

    อีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำให้ ชากิรี หายไปจากทีมของ คลอปป์ คือการที่เทรนเนอร์วัย ปีรายนี้ไว้ใจแนวรุกคนอื่นมากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ดิวอค โอริกี กองหน้าทีมชาติเบลเยียม ซึ่งก่อนเปิดซีซั่นที่เขาเกือบถูกปล่อยตัวออกจากทีมมาแล้ว ทว่าเจ้าตัวกลับขออยู่สู้ต่อในถิ่น แอนฟิลด์ และช่วยทีมเก็บคะแนนสำคัญมาแล้ว เช่น ยิงประตูชัยในเกมเฉือน เอฟเวอร์ตัน 1-0 เมื่อเดือน ธ.ค.ปีที่แล้ว
     นอกจากนั้น โอริกี ยังเป็นผู้เล่นสารพัดประโยชน์ที่สามารถเล่นได้ทุกตำแหน่งในเกมรุก ทั้ง กองหน้าตัวเป้า, กองหน้าตัวต่ำ รวมถึงปีกซ้าย และขวา นอกจากนั้นยังมีความขยันไล่บอลตั้งแต่แดนหน้ายันแดนหลัง รวมถึงช่วยเกมรับป้องกันเวลาโดนโจมตีจากลูกกลางอากาศเหตุมีรูปร่างสูงใหญ่ ทำให้เขากลายเป็นซูเปอร์ซับเบอร์หนึ่งในใจของ คลอปป์ ในเวลานี้
     รวมไปถึงการที่ อเลกซ์ ออกซ์เลด-แชมเบอร์เลน มิดฟิลด์จอมขยันกำลังจะกลับมาจากอาการบาดเจ็บ เช่นเดียวกับ นาบี เกอิตา กองกลางอีก 1 ราย ซึ่งเริ่มปรับตัวได้กับฟุตบอลอังกฤษ หลังล่าสุดในเกมกับ
เซาธ์แฮมป์ตัน เมื่อวันที่ 5 เม.ย. เจ้าตัวได้รับโอกาสลงสนามเป็นตัวจริง และโหม่งประตูตีเสมอให้กับทีมได้ ก็น่าจะ     ทำให้ ชากิรี ต้องหล่นไปเป็นตัวเลือกอันดับท้ายๆที่จะถูกส่งลงสนาม ด้วยผลงาน รวมถึงความเหมาะสมกับทีม

วิเคราะห์ปัจจัยการหายตัวไปของ"เซอร์ดาน ชากิรี"
     ปัจจัยที่กล่าวมาทั้ง 3 ข้อเป็นเพียงการวิเคราะห์จากสื่อเท่านั้น อย่างไรก็ตามยังไม่มีผู้ใดทราบสาเหตุที่แท้จริงว่าทำไม ชากิรี ถึงไม่ได้โอกาสในการลงสนามเลยแม้กระทั่งในฐานะตัวสำรอง ทั้งๆที่เคยเป็นอาวุธเด็ดของทีม มาตลอด ซึ่งเรื่องดังกล่าวยังคงตอรอคำตอบทีชัดเจนจากปากของ เจอร์เกน คลอปป์ ผู้จัดการทีม “หงส์แดง” ต่อไป 

วิเคราะห์ปัจจัยการหายตัวไปของ"เซอร์ดาน ชากิรี"

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่