รวมประเด็นน่าสนใจ"ศึกแดงเดือด"ครั้งที่202

กีฬา > บทความ  :  26 ก.พ. 2562

จบลงไปแล้วสำหรับศึกแดงเดือดครั้งที่ 2 ของศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซีซั่นนี้ หรือเป็นครั้งที่ 202 รวมทุกรายการนับตั้งแต่ทั้ง 2 ทีมเคยดวลกัน

    ผลปรากฏว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดสนาม โอลด์ แทรฟฟอร์ด เสมอกับ ลิเวอร์พูล ไปแบบไร้สกอร์ 0-0 

    สำหรับเกมดังกล่าวแม้จะไม่เดือดอย่างที่แฟนบอลทั้ง 2 ทีมรอคอย เหตุทั้ง “ปีศาจแดง” และ“หงส์แดง” ต่างมาด้วยแท็คติคที่รัดกุม เหตุไม่มีฝ่ายใดอยากเพลียงพล้ำในแมตช์แห่งศักด์ศรีดังกล่าว จนทำให้จบ 90 นาทีด้วยการแบ่งแต้มกันไปอย่างที่เห็น

    โดยบทสรุปหลังเกมต่างๆของการแข่งขัน “นอร์ธ เวสต์ ดาร์บี” นัดที่ 202 จะเป็นเช่นไร รวมถึงมีสถิติ และความเห็นของโค้ชของทั้ง 2 ทีมประเด็นใดบ้างที่น่าสนใจกันบ้าง

รวมประเด็นน่าสนใจ"ศึกแดงเดือด"ครั้งที่202

แดงไม่เดือด
     เกมนี้ โอเล กุนนาร์ โซลชา กุนซือ “ปีศาจแดง” เลือกใช้ระบบการเล่นในแผน 4-4-2 ตามที่ถนัด ทว่าพวกเขาต้องพบข่าวร้ายก่อนเกมเหตุ เนมานยา มาติช มิดฟิลด์คนสำคัญได้รับบาดเจ็บระหว่างการฝึกซ้อมเมื่อวันเสาร์ (23 ก.พ.) ทำให้ต้องส่ง สกอตต์ แมคโทมิเนย์ กองกลางดาวรุ่งลงมาแทน ส่วนตัวหลักคนอื่นๆยังลงสนามอย่างครบครัน ประกอบด้วย ดาบิด เด เคอา - แอชลี่ย์ ยัง,วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, คริส สมอลลิง, ลุค ชอว์ - อันเดร์ เอร์เรรา, สก็อตต์ แมคโทมิเนย์, ปอล ปอกบา, ฆวน มาตา - มาร์คัส แรชฟอร์ด, โรเมลู ลูกากู
     ขณะที่ทีมเยือน ลิเวอร์พูล ของ เจอร์เกน คลอปป์ ผู้จัดการทีม ไม่มีปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บเพิ่มเติมก่อนเกม แต่เฮดโค้ชชาวเยอรมนีมีการปรับแท็คติกด้วยการโยก เจมส์ มิลเนอร์ มาเล่นเป็นแบ็คขวาแทน เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ขณะที่แข้งดังรายอื่นๆยังเป็นหน้าเดิมในระบบ 4-3-3 อลีสซง เบคเกอร์, เจมส์ มิลเนอร์ , โฌเอล มาติป, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน - ฟาบินโญ,จอร์จินโย ไวจ์นัลดุม, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน - ซาดิโอ มาเน, โรแบร์โต ฟีร์มีโน, โมฮัมเหม็ด ซาลาห์
     เริ่มเกมมา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แสดงถึงแผนอย่างชัดเจนว่ามาแบบรัดกุม โดยถอย ปอกบา ที่ปกติจะมีอิสระในการทำเกมรุกลงมาช่วย ลุค ชอว์ ในการปิดเกมทางกราบซ้ายของ ลิเวอร์พูล ที่มี โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ ประจำการอยู่ รวมถึงฟูลแบ็ค 2 ฝั่งก็แทบจะไม่มีการเติมเกมบุกแต่อย่างใด ส่งผลให้ทีมเยือนเดินเกมรุกได้ลำบาก
     ทว่าแมตช์นี้ก็มาถึงจุดเปลี่ยนเมื่อ “ปีศาจแดง” ต้องใช้โควตาในการเปลี่ยนผู้เล่นถึง 3 คนตั้งแต่ช่วงครึ่งแรก หลัง อังเดร เอร์เรรา, ฆวน มาตา และเจสซี ลินการ์ด ซึ่งเพิ่งลงมาเป็นตัวสำรองแทน มาตา ออกเหตุได้รับบาดเจ็บทั้งหมด และส่ง อันเดรส เปร์เรรา และอเล็กซิส ซานเชซ ลงสนามแทน ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมาย ขณะที่ “หงส์แดง” ก็ต้องเปลี่ยน โรแบร์โต ฟีร์มีโน ออก และใช้ ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ ลงมาแทนเช่นกัน

รวมประเด็นน่าสนใจ"ศึกแดงเดือด"ครั้งที่202
     หลังจากนั้นรูปเกม และสถานการณ์ต่างๆดูหมือนจะเข้ามางทีมดังจากแอนฟิลด์ แต่ในช่วงครึ่งหลัง โซลชา ให้ลูกทีมวิ่งเพรสซิงมากขึ้น รวมถึง ลิเวอร์พูล ที่ดูเหมือนจะเจอความกดดันในการเล่นใน โอลด์ แทรฟฟอร์ด ทำให้เกมรุกของพวกเขาไม่ไหลลื่น แม้ภาพรวมพวกเขาจะครองบอลได้มากกว่าก็ตาม โดยเฉพาะ โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ ที่ถูก ลุค ชอว์ ตามประกบได้อย่างอยู่หมัด

รวมประเด็นน่าสนใจ"ศึกแดงเดือด"ครั้งที่202
     ในช่วง 20 นาทีสุดท้าย คลอปป์ จะพยายามปรับแผนด้วยการส่ง เซอร์ดาน ชากิรี และดิว็อค โอริกี ลงมา แต่ก็ไม่สามารถเจาะประตูเจ้าถิ่นได้ จนจบเกมด้วยการแบ่งแต้มกันไป โดย ลิเวอร์พูล มีเพิ่มเป็น 66 แต้มจาก 27 นัด กลับขึ้นไปครองตำแหน่งจ่าฝูง ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีเพิ่มเป็น 52 แต้ม ร่วงลงมาอยู่อันดับ 5

บทสัมภาษณ์ของ 2 โค้ช
    โดย โอเล กุนนาร์ โซลชา กล่าวหลังเกมดังกล่าวว่า "ทุกอย่างมันผิดพลาดไปหมดในครึ่งแรก เราเสีย 3 นักเตะไปด้วยอาการบาดเจ็บ แรชฟอร์ด ควรจะถูกเปลี่ยนตัวออกเช่นกัน แต่เขามีหัวใจราวกับนักรบ เราจำเป็นต้องให้เขาเล่นต่อไปเพราะเราเปลี่ยนตัวไปหมดแล้ว ส่วนในรูปเกมผมไม่เห็นว่า ลิเวอร์พูล จะมีโอกาสอะไรมากนัก แม้ว่าพวกเขาจะครองเกมได้ตลอด แต่ผมก็ไม่เห็น ดาบิด เด เคอา ต้องป้องกันอะไร"

รวมประเด็นน่าสนใจ"ศึกแดงเดือด"ครั้งที่202
     ด้าน เจอร์เกน คลอปป์ ให้สัมภาษณ์ว่า "มันเป็นเกมที่แปลกๆ เราเริ่มเกมได้ดีมาก แต่จังหวะบาดเจ็บทั้งหมดทำให้จังหวะการเล่นเสียไป มันเกิดขึ้นกับเราด้วยคือ ฟีร์มีโน และถือเป็นเรื่องเสียหาย เกมนี้เป็นเกมที่ไม่ได้มีไฮไลท์อะไรมากมาย และตึงเครียด ในวันที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แพ้ได้ คุณจำเป็นต้องทำให้ได้ แต่วันนี้เราทำไม่ได้ เราได้เพิ่มหนึ่งคะแนน"

รวมประเด็นน่าสนใจ"ศึกแดงเดือด"ครั้งที่202

สถิติที่น่าสนใจ
    ลิเวอร์พูล มีเปอร์เซนต์การครองบอลในเกมนี้มาได้มากถึง 64.5 เปอร์เซ็นต์ แต่ไม่สามารถสร้างโอกาสอย่างจะแจ้งได้เลย และถูกจำกัดโอกาสในการทำประตูแค่ 7 ครั้ง รวมถึงยิงเข้ากรอบแค่ครั้งเดียว
    โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ ยังมีสถิติไม่สามารถยิงประตู แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้จากการพบกัน 4 เกม พร้อมเป็น 1 ใน 22 ทีมในศึกพรีเมียร์ลีก ที่เจ้าตัวยังไม่สามารถพังประตูได้ในการลงสนาม (อีกทีมคือ สวอนซี ซิตี)
    โอเล กุนนาร์ โซลชา สร้างสถิติเป็นผู้จัดการทีมที่เก็บแต้มได้มากที่สุดในพรีเมียร์ลีกจากการคุมทีม 10 นัดแรกด้วยการมี 26 แต้มแซงหน้า กุส ฮิดดิงค์ ที่เคยพา เชลซี เก็บ 25 แต้ม
     ดาบิด เด เคอา ทำสถิติรักษาคลีนชีตในเกมพรีเมียร์ลีก ครบ 100 นัด มากสุดเหนือนายด่านทุกคนนับตั้งแต่เริ่มลงเฝ้าเสาในพรีเมียร์ลีก เมื่อปี 2011 ส่วนอันดับ 2 คือ โจ ฮาร์ท นายทวาร เบิร์นลีย์ ที่เก็บคลีนชีตได้ 85 นัด ตามด้วย ปีเตอร์ เช็ก ผู้รักษาประตูจอมเก๋าของ อาร์เซนอล ที่เก็บไป 84 นัด

รวมประเด็นน่าสนใจ"ศึกแดงเดือด"ครั้งที่202
    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นทีมแรกในรอบ 4 ปีของพรีเมียร์ลีก ที่เปลี่ยนตัวครบ 3 คน ตั้งแต่ครึ่งเวลาแรก หรือนับตั้งแต่ เบิร์นลีย์ เคยทำไว้ทีมสุดท้ายในเกมพบกับ นิวคาสเซิล เมื่อเดือน ม.ค. 2015

     ที่กล่าวมาข้างต้นคือประเด็นน่าสนใจใจของเกม “แดงเดือด” ครั้งที่ 202 ซึ่งถึงแม้ว่าอาจจะไม่เดือดสมกับที่หลายคนรอคอย แต่ก็เป็นอีกหนึ่งเกมคุณภาพที่เต็มไปด้วยแท็คติกฟุตบอล รวมถึงความเป็นแมตช์แห่งศักดิ์ศรีซึ่งยังมีมนต์ขลังเสมอ

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่