อำลา"เอมิเลียโน ซาลา"หัวหอกที่โลกต้องจารึก

กีฬา > บทความ  :  14 ก.พ. 2562

เมื่อช่วงสัปดาห์ที่แล้วเกิดข่าวสุดสะเทือนใจในโลกลูกหนังเป็นอย่างมาก

      หลังทีมค้นหาพบร่างไร้วิญญานของ เอมิเลียโน ซาลา ว่าที่กองหน้าคนใหม่ของ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี ในซากเครื่องบินเล็กซึ่งจมลงอยู่บริเวณก้นทะเลของช่องแคบอังกฤษ และได้มีการชันสูตรอย่างแน่นอนแล้วว่าเป็นศพของดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์รายนี้จริงๆ

      โดยย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 20 ม.ค. ซาลา เดินทางกลับมาที่ นองต์ เพื่อกล่าวคำลาต่อเพื่อนร่วมทีม ซึ่งวันต่อมาเจ้าตัวก็ได้เดินทางโดยเครื่องบินเล็กเพื่อเตรียมไปฝึกซ้อมกับสโมสรใหม่ในเช้าวันรุ่งขึ้น อย่างไรก็ตามในเวลา 20.30 น. ของวันดังกล่าว เครื่องบินที่เขานั่งมากลับหายไปจากเรดาร์ในบริเวณอัลเดอร์รีย์ ในช่องแคบอังกฤษ แบบไร้ร่องรอย

อำลา"เอมิเลียโน ซาลา"หัวหอกที่โลกต้องจารึก

     หลังจากนั้นทีมค้นหาทั้งทางทะเล และทางอากาศ ได้เดินหน้าค้นหาหัวหอกผู้นี้เป็นเวลาหลายวันแต่กลับไม่พบแม้แต่เบาะแส โดยพบเพียงข้อความเสียงที่เจ้าตัวส่งถึงครอบครัว จนสุดท้ายได้มีการแถลงยุติภารกิจค้นหา     ถึงกระนั้นหลายฝ่าย นำโดยครอบครัว รวมไปถึงเหล่าบรรดาแข้งดังต่างๆ ทั้ง ลิโอเนล เมสซี และเซร์คิโอ อเกวโร ได้มีการเรียกร้องให้กลับมาค้นหา ซาลา อีกครั้ง พร้อมมีการระดมทุนสำหรับภารกิจครั้งนี้

     จนกระทั่งสุดท้ายแล้วก็ได้มีการสานต่อปฏิบัติการอีกครั้งก่อนจะพบกับบทสรุปที่เชื่อว่าไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น
แม้เจ้าตัวจะจากโลกนี้ไปอย่างไม่มีวันกลับมา แต่ประวัติการค้าแข้งของเจ้าตัวนั้นมีความน่าสนใจ ซึ่งกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ ซาลา ต้องผ่านอุปสรรคมากมาย และแสดงให้เห็นว่าเขารักฟุตบอลมากเพียงใด

เส้นทางสุดลำบาก
    เอมิเลียโน ซาลา เกิดที่จังหวัดซานตา เฟ ซึ่งอยู่ทางตะวันออกกลางของประเทศอาร์เจนตินา โดยเจ้าตัวเริ่มต้นเข้าสู่เส้นทางนักฟุตบอลอาชีพอย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อายุ 15 ปี กับสโมสร ซาน มาร์ติน เดอ โปรเกรซโซ ก่อนจะย้ายไปอยู่กับ โปรเยคโต เครเซอร์ ทีมโรงเรียนในเมืองซาน ฟราสซิสโก ซึ่งเป็นพันธมิตรด้านลูกหนังกับทั้ง เรอัล มายอร์กา ในศึกลาลีกา สเปน และบอร์กโดซ์ ในลีกเอิง ฝรั่งเศส
    หลังจากนั้นด้วยผลงานอันโดดเด่น ทำให้ ซาลา ที่มีอายุ 20 ปีในขณะนั้น ได้มีโอกาสย้ายไปทวีปยุโรปซึ่งถือเป็นสังเวียนแข้งที่ดีที่สุดในโลกเป็นครั้งแรกกับทีมอคาเดมีของ บอร์กโดซ์ เมื่อปี 2010
    อย่างไรก็ตามตลอดช่วงเวลา 2 ปีกับทีมดังแดนน้ำหอมนั้น เจ้าตัวไม่สามารถโชว์ฟอร์มได้ดีเท่าที่ควรทำให้เขาไม่ได้การผลักดันให้ขึ้นทีมชุดใหญ่ ทำให้เอเยนต์ของเจ้าตัว ต้องเสนอไปตามทีมต่างๆในลีกรองของอิตาเลียน เช่น โซเรนโต แต่ก็ไม่มีสโมสรใดที่ตกลงเซ็นสัญญาทำให้ ซาลา ต้องอยู่กับ บอร์กโดซ์ ต่อไป และได้รับโอกาสลงสนามในทีมชุดใหญ่ 1 เกมในฟุตบอลถ้วย เฟรนช์ ลีก ที่พ่ายต่อ โอลิมปิก ลียง ไป 3-1
    หลังจากนั้นหัวหอกชาวอาร์เจนไตน์ ต้องพเนจรด้วยการย้ายทีมแบบยืมตัวไปอีก 3 สโมสร ซึ่งหนึ่งในนั้นมี ก็อง อีกหนึ่งทีมในฟุตบอลลีก เอิง ฝรั่งเศส
    โดยตลอดช่วงเวลา 5 ปีตั้งแต่ 2010-15 ที่ ซาลา อยู่กับ บอร์กโดซ์ เขาได้โอกาสลงสนามในทีมชุดใหญ่ไปเพียง 11 นัด และทำไป 1 ประตู เท่านั้น

อำลา"เอมิเลียโน ซาลา"หัวหอกที่โลกต้องจารึก

แสงสว่างที่ “นองต์”
    จนกระทั่งเดือน มิ.ย.ปี 2015 ซาลา ก็เหมือนหลุดจากฝันร้ายจากการเป็นแข้งส่วนเกิดที่ บอร์กโดซ์ เพราะเขาถูก นองต์ เซ็นสัญญาคว้าตัวมาร่วมทีมแบบถาวรด้วยค่าตัว 1 ล้านยูโร (ราว 34.7 ล้านบาท)
    และนี่ถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญของเขาในอาชีพการค้าแข้ง เพราะ นองต์ ซึ่งขณะนั้นมี มิเชล เดอ ซาคาเรียน เป็นผู้จัดการทีม ได้ไว้วางใจให้ ซาลา เป็นหัวหอกตัวหลักของทีม ซึ่งผลปรากฏว่าเขายิงไปทั้งหมด 6 ประตูจาก 35 นัดรวมทุกรายการ ซึ่งถือว่าไม่เลวทีเดียวสำหรับซีซั่นแรกกับทีมใหม่
    ส่วนในอีก 2 ซีซั่นต่อมา แข้งเจ้าของส่วนสูง 187 เซ็นติเมตรก็มีสถิติที่ดีขึ้นเรื่อยๆ จากการทำไป 15 ประตูจาก 39 นัด และ14 ประตูจาก 38 นัด ในฤดูกาล 2016-17 และ2017-18 ตามลำดับ

แจ้งเกิดเต็มตัว
     แน่นอนว่าถ้าจะพูดถึงผู้เล่นเกมรุกในฟุตบอลลีกเอิง ฝรั่งเศส แฟนบอลต้องจับตาไปที่ 3 ประสานแดนหน้าของ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง อย่าง เอดิสัน คาวานี, คิลิยัน เอ็มบัปเป และเนย์มาร์ ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นเมื่อฤดูกาลที่แล้ว
     ทว่าในซีซั่น 2019-19 นี้ ได้มีกองหน้าคนใหม่ ที่โชว์ฟอร์มได้น่าประทับใจทั้งๆที่อยู่กับทีมเล็ก นั่นก็คือ ซาลา หลังเจ้าตัวส่องไป 12 ประตู กับ 2 แอสซิสต์จาก 16 นัดในลีก ซึ่งมากกว่าทั้ง คาวานี (10 ประตู) และเนย์มาร์ (11 ประตู) เมื่อจบครึ่งซีซั่นแรกของลีกสูงสุดแดนน้ำหอม จากค่าเฉลี่ย 115 นาทีต่อ 1 ประตู
     นอกจากนั้นเขายังทำสถิติเป็นกองหน้าจากแดน “ฟ้า-ขาว” ที่มีอัตราการยิงประตูมากที่สุดใน 5 ลีกหลักยุโรปเป็นอันดับ 2 รองจาก ลิโอเนล เมสซี ดาวเตะ บาร์เซโลนา (18 ประตู) จากการยิงไปแล้ว 13 ลูกในขณะนี้อีกด้วย
     จากผลงานที่เกิดขึ้นทำให้ “เดลี เมล์” สื่อดังของอังกฤษ รายงานว่า เวสต์แฮม ยูไนเต็ด พร้อมทุ่มข้อเสนอกว่า 30 ล้านยูโร (ราว 1.1 พันล้านบาท) ในการดึงดาวยิงวัย 28 รายนี้ไปร่วมทัพในช่วงตลาดหน้าหนาว
     ด้วยสไตล์การเล่นที่เน้นการเข้าปะทะ รวมไปถึงมีจุดเด่นในเรื่องลูกกลางอากาศ ทำให้กูรูลูกหนังหลายคนเชื่อว่า ซาลา จะไม่มีปัญหาในการไปค้าแข้งในลีกสูงสุดแดนผู้ดีอย่างแน่นอน

อำลา"เอมิเลียโน ซาลา"หัวหอกที่โลกต้องจารึก

สู่พรีเมียร์ลีก
     ทว่าสุดท้ายแล้วกลายเป็น “บลูเบิร์ด” คาร์ดิฟฟ์ ซิตี ทีมน้องใหม่ของศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่กำลังดิ้นรนหนีการตกชั้นอยู่ในขณะนี้ที่ยอมทุบคลังกว่า 16.4 ล้านยูโร (ราว 570 ล้านบาท) ซึ่งถือเป็นสถิติสโมสร เพื่อเซ็นสัญญากับ ซาลา ไปจนถึงปี 2022 ในการเป็นความหวังสำคัญที่จะช่วยให้ทีมอยู่รอดในลีกสูงสุดต่อไป
     โดยย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 5 ธ.ค. ปีที่แล้ว นีล วอร์นอค ผู้จัดการทีม คาร์ดิฟฟ์ ซิตี เปิดเผยเป็นครั้งแรกว่าเขาสนใจในตัว ซาลา และเคยไปดูฟอร์มของเขาในเกมกับ โอลิมปิก มาร์กเซย
     หลังจากนั้นช่วงปลายเดือน ธ.ค. วอร์นอค ได้มีการยื่นข้อเสนอในการคว้าตัวกองหน้าเลือด ฟ้า-ขาว ด้วยจำนวนเงินก้อนหนึ่งแต่ไม่มากพอที่จะทำให้ นองต์ ยอมปล่อยตัวดาวเตะผู้นี้ออกจากทีม จนกระทั่งทั้ง 2 ทีมได้เปิดการเจรจากันอีกครั้ง และจบที่ตัวเลข 16.4 ล้านยูโร (ราว 570 ล้านบาท)

อำลา"เอมิเลียโน ซาลา"หัวหอกที่โลกต้องจารึก
     โดยกองหน้าวัย 28 ปี กล่าวถึงความรู้สึกในการย้ายทีมครั้งนี้ว่า “ผมดีใจมากที่ได้มาอยู่ที่นี่ ผมรู้สึกปลายปลื้มเป็นอย่างยิ่ง และรอจะได้ซ้อม และได้พบเพื่อนร่วมทีมใหม่ และได้ร่วมงานกันไม่ไหวแล้ว สำหรับผม มันเป็นความรู้สึกที่พิเศษที่มีค่าตัวเป็นสถิติสโมสร ผมมาที่นี่เพื่อทำงานและช่วยเพื่อนร่วมทีมรวมถึงสโมสร ผมรอไม่ไหวแล้วที่จะเริ่มฝึกซ้อม และทำทุกอย่างเท่าที่ผมจะทำได้” อย่างไรก็ตามด้วยอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นทำให้เจ้าตัวไม่มีโอกาสในการลงเล่นลีกในฝัน ซึ่งสร้างความสะเทือนใจให้กับแฟนบอลทั่วโลกเป็นอย่างมาก
     กระทั่งล่าสุดเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (12 ก.พ.) ได้มีการเปิดเผยผลของการชันสูตรศพว่า ซาลา ว่าเจ้าตัวเสียชีวิตจากอาการบาดเจ็บตรงหัว และหน้าอก ภายหลังเครื่องบินตกลงมา ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถยืนยันถึงตัวตนของเขาได้จากลายนิ้วมือ นอกจากนั้นทาง นองต์ อดีตต้นสังกัดก็ได้ประกาศยกเลิกใช้เสื้อแข่งเบอร์ 9 เพื่อเป็นเกียรติให้กับหัวหอกผู้ล่วงลับรายนี้

      และทั้งหมดนี้คือเรื่องราวส่วนหนึ่งในชีวิตการค้าแข้งของ เอมิเลียโน ซาลา ซึ่งเป็นที่รักของแฟนๆทั่วโลก โดยเชื่อว่าเรื่องราวอันเป็นแรงบันดาลใจสำหรับความรักในกีฬาฟุตบอล รวมถึงความไม่ยอมแพ้ของเขาจะได้รับการพูดถึง และอยู่ในใจของแฟนบอลไปอีกนานแสนนานอย่างแน่นอน

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่