สถิติน่าวิตกของ"หงส์แดง"หลังปี2019

กีฬา > บทความ  :  8 ก.พ. 2562

กำลังอยู่ในช่วงความกดดันจริงสำหรับสถานการณ์ลุ้นแชมป์ของ ลิเวอร์พูล ในขณะนี้

หลังพวกเขาถูก แมนเชสเตอร์ ซิตี ที่บุกเอาชนะ เอฟเวอร์ตันได้ 2-0 เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (6 ก.พ.) แซงขึ้นไปเป็นจ่าฝูงชั่วคราว จากการมี 62 แต้มจาก 26 นัด ขณะที่ “หงส์แดง” มี 62 แต้มเช่นกันแต่ลูกได้เสียเป็นรอง และแข่งน้อยกว่า 1 เกม

ก่อนหน้านี้ “หงส์แดง” มีโอกาสทิ้งห่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี เป็น 7 แต้มหลัง “เรือใบสีฟ้า” พ่ายต่อ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 1-2 เมื่อวันที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา แต่พวกเขากลับสะดุดเสมอทั้ง 2 นัดรวด ทั้งกับ เลสเตอร์ (1-1) และเวสต์แฮม ยูไนเต็ด (1-1) จนส่งผลให้การลุ้นแชมป์ลีกในปีนี้กลับมาเข้าข้นอีกครั้ง

สถิติน่าวิตกของ"หงส์แดง"หลังปี2019

โดยช่วงต้นฤดูกาลแรกลูกทีมของ เจอร์เกน คลอปป์ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม และแทบไม่มีข้อผิดพลาดในทุกตำแหน่ง ทว่าหลังจากช่วงปีใหม่ที่ผ่านมาพวกเขากลับฟอร์มแกว่งอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งไม่ใช่คุณสมบัติที่ดีสำหรับทีมที่จะเป็นแชมป์ลีกแต่อย่างใด

ทำให้ล่าสุด “สควอดกา” สื่อลูกหนังชื่อดังได้รวมรวมสถิติอันน่าวิตกของทีมดังแห่งถิ่น แอนฟิลด์ ที่เกิดขึ้นในฤดูกาลนี้โดยเฉพาะช่วงหลังปี 2019 ซึ่งอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ลีก ประจำซีซั่น 2018-19

อัตราจ่ายพลาดสูง
ลิเวอร์พูล คือทีมที่เน้นการต่อบอลเป็นอย่างมาก โดยพวกเขาจะเริ่มขึ้นเกมตั้งแต่กองหลัง ไปยังกองกลาง และกองหน้าเพื่อเปิดเกมรุก ทำให้ในแต่ละเกม “หงส์แดง” มักจะมีเปอร์เซนต์ครองบอลเหนือคู่แข่งอยู่เสมอ
ถึงกระนั้นแม้ว่าจะมีอัตราการจ่ายบอลจำนวนมาก แต่พวกเขากลับมีสถิติการจ่ายไม่เข้าเป้าค่อนข้างเยอะ โดยขณะนี้ ลิเวอร์พูล จ่ายบอลเสียไปแล้วถึง 2,430 ครั้ง ซึ่งเป็นสถิติที่ไม่ดีนัก เพราะเหล่าบรรดาบิ๊กทีมอื่นๆ มีสถิติการจ่ายบอลเสียน้อยมาก ทั้ง เชลซี ที่เสีย 2,029 ครั้ง, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เสีย 2,226 ครั้ง และอาร์เซนอล เสีย 2,269 ครั้ง ซึ่งดีกว่า ลิเวอร์พูล ทั้งๆที่อันดับของพวกเขาอยู่ต่ำกว่าทั้งหมด
นอกจากนั้นทีมดังแห่งถิ่น แอนฟิลด์ ยังมีสถิติ เสียบอลให้คู่แข่งไป 3,807 ครั้งในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ ซึ่งดีกว่าแค่ 4 ทีมเท่านั้นเอง คือ ฮัดเดอร์สฟิลด์, เอฟเวอร์ตัน, เลสเตอร์ ซิตี และวัตฟอร์ด จนกลายเป็นอีกหนึ่งปัญหาสำคัญที่พวกเขาควรแก้ไขโดยด่วน
โดย อลีสซง เบคเกอร์ นายด่านของทีมออกมาระบุถึงเรื่องนี้หลังเกมกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ดว่า “มันมีบางช่วงที่เราเล่นกันแบบขาดความแน่นอน เราขึ้นนำก่อนก็จริง แต่หลังจากนั้นเราก็เริ่มจ่ายบอลพลาด บางจังหวะนี่เราพลาดแบบง่าย ทั้งๆที่เราไม่เคยพลาดแบบนั้นมาก่อน ผมคิดว่าทีมของเราเสียความมั่นใจไปนิดหน่อยในเกมที่ผ่านมา”

สถิติน่าวิตกของ"หงส์แดง"หลังปี2019

เสียประตูง่าย
ก่อนปี 2019 ลิเวอร์พูล เสียไปเพียง 8 ประตูในลีก ขณะที่ อลีสซง เบคเกอร์ ผู้รักษาประตูมือหนึ่ง ก็เก็บคลีนชีทได้ถึง 12 นัด ซึ่งแสดงให้เห็นถึงแผงเกมรับที่แข็งแกร่ง
ทว่าหลังจากปี 2019 เป็นต้นมา “หงส์แดง” เริ่มเสียประตูง่ายมากขึ้น เช่นการเสีย 3 ประตูให้ คริสตัล พาเลซ ในถิ่น แอนฟิลด์ เมื่อเดือนที่แล้ว และจนถึงตอนนี้พวกเขาเก็บคลีนซีตได้นัดเดียวในเกมที่บุกชนะ ไบร์ทตัน 1-0 ขณะที่ อลีสซง ก็เสียไปถึง 7 ประตูจากการที่คู่แข่งยิงตรงกรอบ 11 ครั้ง
โดยสาเหตุหลักที่ทำให้ลูกทีมของ เจอร์เกน คลอปป์ เสียประตูแบบง่ายๆในหลายเกม เนื่องจากปัญหานักเตะบาดเจ็บรุมเร้า โดยเฉพาะในตำแหน่งกองหลัง ที่ เดยัน ลอฟเรน, โจ โกเมซ 2 เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ และเทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แบ็คขวา เดี้ยงยาว จนทำให้รูปเกมของพวกเขาเสียกระบวนไปแบบดื้อๆ จนเป็นเหตุให้ขณะนี้เฮดโค้ชชาวเยอรมนี กำลังถูกวิจารณ์ถึงการไม่ยอมเสริมทัพในช่วงตลาดหน้าหนาวที่ผ่านมา รวมถึงการปล่อย นาธาเนียล ไคลน์ แบ็คขวาประสบการณ์สูงไปให้ บอร์นมัธ แบบยืมตัวทั้งๆที่ขุมกำลังในทีมยังไม่ดีพอ

สถิติน่าวิตกของ"หงส์แดง"หลังปี2019

ทำแต้มหล่นกับทีมท็อป 6
ลิเวอร์พูล เป็นทีมที่แข็งแกร่งอย่างมากก่อนช่วงปีใหม่ หลังพวกเขาไม่แพ้ให้กับทีมใดเลยโดยเฉพาะกับทีมท็อป 6 ที่ทีมเก็บแต้มได้ทั้งหมด เช่น เสมอ แมนเชสเตอร์ ซิตี 0-0, เสมอ เชลซี 1-1, ชนะ สเปอร์ส 2-1 และชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3-1 เป็นต้น
ทว่าหลังจากที่พวกเขาบุกพ่ายต่อ “เรือใบสีฟ้า” 2-1 ที่สนาม อิติฮัด สเตเดี้ยม เมื่อวันที่ 3 ม.ค.ที่ผ่านมา พวกเขาก็ทำผลงานได้ไม่สม่ำเสมอ โดยในอีก 13 เกมที่เหลือ “หงส์แดง” ยังต้องดวลกับบรรดาทีมใหญ่ ทั้ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, สเปอร์ส และเชลซี ซึ่งกูรูลูกหนังหลายคนมองว่า ลิเวอร์พูล จะทำแต้มหล่นจากทีมเหล่านี้อย่างแน่นอนหากฟอร์มการเล่นยังไม่พัฒนาขึ้น

สถิติน่าวิตกของ"หงส์แดง"หลังปี2019

การยิงประตู
แน่นอนว่าไม่สถิติใดที่สำคัญไปกว่าการยิงประตู เนื่องจากถือเป็นจุดตัดสินผลแพ้ชนะ โดยหลังปี 2019 ลิเวอร์พูล ประสบปัญหาเรื่องการผลิตสกอร์ เหตุ 3 ประสานเกมรุก ทั้ง โมฮัมเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน และโรแบร์โต ฟีร์มีโน ต่างอยู่ในช่วงฟอร์มตก ทำให้พวกเขาทำไปเพียง 8 ประตูจาก 5 นัดในลีก ซึ่งน้อยกว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี ที่ซัดไปแล้ว 13 ประตูจาก 6 นัด
ขณะที่สกอร์รวม “หงส์แดง” ที่ทำไป 56 ประตู ก็เป็นรองทั้ง “เรือใบสีฟ้า” ที่ยิงรวมไปถึง 68 ลูก โดยแสดงให้เห็นว่าแนวรุกของทีมดังแห่งถิ่น อิติฮัด สเตเดี้ยม มีความเฉียบคมกว่าอย่างชัดเจน และอาจจะกลายเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้พวกเขาแซงหน้า ลิเวอร์พูล ป้องกันแชมป์ลีกได้

และนี่คือสถิติอันน่าตื่นตระหนกของ ลิเวอร์พูล ในช่วงหลังปี 2019 ซึ่งถือเป็นโมเมนต์สำคัญในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก ซึ่งถือเป็นงานหนักของ เจอร์เกน คลอปป์ ที่ต้องรวบรวมสมาธิของลูกทีมให้กลับมาสู่จุดที่ควรจะเป็นอีกครั้ง ก่อนพวกเขาจะต้องผิดหวัง และรอคอยการคว้าแชมป์ลีกสูงสุดเป็นปีที่ 29 ติดต่อกัน