"คูตินโญ"กับขวากหนามในรั้วคัมป์ นู

กีฬา > บทความ  :  29 ม.ค. 2562

ถือว่าเป็นข่าวที่ฮือฮาพอสมควรสำหรับตลาดนักเตะช่วงหนาวประจำซีซั่น 2017-18

    หลังก่อนหน้านี้มีกระแสว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ กำลังให้ความสนใจในการเซ็นสัญญากับ ฟิลิปเป คูตินโญ กองกลาง บาร์เซโลนา และอดีตแข้งของ ลิเวอร์พูล ทีมคู่ปรับตลอดกาลมาร่วมทัพ เพื่อเพิ่มมิติในเกมรุกในยุคของ โอเล กุนนาร์ โซลชา

    โดยสาเหตุที่เป็นเช่นนั้นเนื่องจากช่วงหลังมิดฟิลด์ทีมชาติบราซิล ไม่สามารถขึ้นไปสอดแทรกในตำแหน่งตัวจริงของทีมได้ เหตุมีผลงานที่ไม่ค่อยดีนักถึงขนาดที่ เอร์เนสโต บัลเบร์เด เทรนเนอร์ของ บาร์ซา ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าให้ คูตินโญ เร่งฟอร์มเพื่อเปลี่ยนสถานการณ์ของตัวเองในทีม

    รวมไปถึงข่าวลือว่า “เจ้าบุญทุ่ม” อยากได้ตัว เนย์มาร์ กองหน้าค่าตัวสถิติโลกคืนสู่ถิ่น คัมป์ นู อีกครั้งเป็นคำรบสอง หลังปล่อยตัวให้ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ทว่าการที่จะได้แข้งวัย 26 ปีรายนี้กลับมาร่วมทีมอีกครั้ง ต้องมีการขายสตาร์บางคนออกเพื่อเป็นการระดมทุน ซึ่ง คูตินโญ คือตัวเต็งอันดับหนึ่งที่จะถูกปล่อยออกจากทีมด้วยค่าตัวเพียง 88 ล้านปอนด์ (ราว 3.57 พันล้านบาท) เท่านั้น

     ด้วยสถานการณ์ที่เกิดขึ้นบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่า “คูตี” กำลังตกที่นั่งลำบาก และไม่ใช่เรื่องที่เจ้าตัวคาดหวังไว้ในการย้ายไปอยู่กับสโมสรในฝัน

"คูตินโญ"กับขวากหนามในรั้วคัมป์ นู

การตัดสินใจที่ผิดพลาด?
     เชื่อว่าแฟนๆ “หงส์แดง” หลายคนคงจำเหตุการณ์การย้ายทีมของ คูตินโญ ไปอยู่กับ บาร์เซโลนา ด้วยค่าตัวรวมทั้งหมด 142 ล้านปอนด์ (ราว 5.76 พันล้านบาท) เมื่อช่วงตลาดหน้าหนาวเดือน ม.ค.ปีที่แล้ว ซึ่งสร้างความโกรธแค้นให้กับเหล่า “เดอะ ค็อป” เป็นอย่างมาก เหตุแข้งวัย 26 ปี ทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะย้ายไปอยู่กับ บาร์เซโลนา ทีมที่เจ้าตัวอยากย้ายไปเล่นด้วยตั้งแต่วัยเด็ก ทั้งการอ้างว่ามีอาการเจ็บหลังจนไม่ด้ลงสนามให้หลายเดือน และขอขึ้นบัญชีย้ายทีมหลังจากที่สโมสรออกมาแถลงว่าจะไม่ปล่อยเขาออกจากทีมแต่อย่างใด
     เพียงซีซั่นแรกที่อดีตนักเตะ อินเตอร์ มิลาน ย้ายไปอยู่กับ บาร์ซา เขาก็ประสบความสำเร็จทันทีด้วยการคว้าดับเบิลแชมป์ร่วมกับทีม ทั้ง ลาลีกา สเปน และโกปา เดล เรย์ พร้อมสถิติลงสนามไป 17 นัด ยิง 4 ประตู
    จากสถิติที่เกิดขึ้นดูเหมือนว่าจะเป็นเส้นทางที่สวยงามของ คูตินโญ ในเส้นทางการค้าแข้งกับ บาร์เซโลนา ท่วาในซีซั่นต่อมากลับไม่เป็นเช่นนั้น เนื่องจากเจ้าตัวลงสนามไป 18 นัดในทุกรายการ ยิงไป 8 ลูกกับ 5 แอสซิสต์ แต่ฟอร์มโดยรวมนั้นถือว่าตำกว่ามาตรฐาน ทั้งเรื่องของจังหวะที่เล่นกับเพื่อนร่วมทีมระดับซูเปอร์สตาร์อย่าง ลิโอเนล เมสซี หรือหลุยส์ ซัวเรซ ได้ไม้ไหลลื่น รวมไปถึงจังหวะยิงไกล ซึ่งถือเป็นทีเด็ดของเจ้าตัวในสมัยค้าแข้งกับ ลิเวอร์พูล ที่หายไปแบบไร้สาเหตุจาก 4.17 ครั้งต่อเกมเหลือแค่ 2.85 ครั้ง จนทำให้เขาต้องใช้เวลาส่วนใหญ่อยูในม้านั่งสำรอง หรือลงสนามมาเป็นตัวสำรองเป็นส่วนใหญ่
    โดย เจอร์เกน คลอปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล เคยออกโรงพูดถึงลูกทีมรายนี้ว่า “ถ้าคุณอยู่ที่นี่ต่อ สุดท้ายพวกเขาจะสร้างรูปปั้นเพื่อเป็นเกียรติให้กับคุณ แต่ถ้าคุณย้ายไปอยู่ที่อื่นอย่าง บาร์เซโลนา, บาเยิร์น มิวนิค หรือ เรอัล มาดริด คุณจะกลายเป็นแค่นักเตะธรรมดาคนหนึ่ง ไม่เหมือนอยู่ที่นี่ที่คุณจะทำบางสิ่งได้มากกว่า”

"คูตินโญ"กับขวากหนามในรั้วคัมป์ นู

แท็คติกไม่เหมาะ
    เดิมทีสตาร์ชาวแซมบาได้รับการคาดหมายว่าจะเข้ามาแทนที่ อันเดรส อิเนียสตา อดีตเพลย์เมกเกอร์ทีมชาติสเปน ที่ย้ายไปอยู่กับ วิตเซิล โกเบ ทว่าเป็นที่ทราบกันดีว่า เอร์เนสโต บัลเบร์เด เป็นเทรนเนอร์ที่ไม่ได้เน้นการเล่นเกมรุก แต่เน้นเรื่องการครองบอลที่แน่นอน และใช้จังหวะสวนกลับในการโจมตีคู่แข่ง ซึ่งทำให้ คูตินโญ เล่นยาก เพราะเจ้าตัวไม่ใช่มิดฟิลด์ที่เด่นเรื่องการเก็บบอลไว้กับตัว ทำให้ บัลเบร์เด เลือกใช้ อิวาน ราคิติช, เซร์คิโอ บุสเกตส์ และอาตูร์ เป็น 3 กองกลางตัวหลัก
    อย่างไรก็ตามผู้เล่นวัย 26 ปี สามารถขึ้นไปเล่นในตำแหน่งแนวรุกด้านซ้ายได้ ซึ่ง บัลเบร์เด ก็ให้โอกาสเขาลงสนามในตำแหน่งนี้หลายเกม แต่เจ้าตัวก็ทำผลงานได้ไม่น่าประทับใจเมื่อเทียบกับ อุสมาน เดมเบเล แนวรุกทีมชาติฝรั่งเศสซึ่งเป็นผู้เล่นในตำแหน่งปีกโดยตรง จนถูกช่วงชิงตำแหน่งดังกล่าวไป
    โดย ทีม วิคเกรี กูรูผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับฟุตบอลอเมริกาใต้ของ “บีบีซี” สื่อดังของอังกฤษ ออกมาวิเคราะห์ถึงสถานการณ์ของ คูตินโญ ในตอนนี้ว่า “เมื่อปีที่แล้วมันดูเหมือนจะเป็นหายนะของ ลิเวอร์พูล และเป็นข่าวดีของ บาร์เซโลนา แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้เป็นไปด้วยดีแบบนั้น คูตินโญ ในเวลานี้เป็นทั้งผู้เล่นและบางทีอาจจะเป็นคนที่อยู่ตรงทางแยกของชีวิต ผมไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไม บาร์ซา ถึงคิดจะซื้อเขาเพื่อแทนที่อิเนียสต้า เพราะผมไม่เคยมองเขาในฐานะกองกลางเลย และตอนนี้ บาร์ซา ก็ล้มเลิกความคิดที่จะใช้งานเขาในตำแหน่งกองกลางแล้ว”
     “มันน่าคิดว่า บางทีเขาอาจจะต้องการคนที่สามารถจัดการดูแลเขาได้ โค้ชที่เติมเต็มความมั่นใจให้เขามากกว่าแค่จะบอกว่า นายทำได้ไม่ดีพอ ทำให้ดีขึ้นอีก มันขึ้นอยู่กับนายแล้ว ซึ่งเพราะเหตุนี้ผมจึงกังวลเกี่ยวกับเขาในเวลานี้ เพราะเขาดูไม่มีความสุขแต่อย่างใด”

"คูตินโญ"กับขวากหนามในรั้วคัมป์ นู

ทางเลือกต่อไป
    จากข่าวที่ออกมาทั้งหมด แม้อาจะไม่ได้เป็นความจริง 100 เปอร์เซนต์ แต่ก็แสดงให้เห็นแล้วว่า คูตินโญ กำลังตกอยู่ในที่นั่งลำบากในการค้าแข้งกับ บาร์เซโลนา หากเจ้าตัวยังหาฟอร์มของตัวเองเองไม่เจอเช่นนี้
ทำให้ต่อจากนี้ดาวเตะวัย 26 ปีมีทางเลือกไม่มากนัก หนึ่งคือการที่ต้องพยายามทำผลงาน และต่อสู้เพื่อชนะใจ บัลเบร์เด ให้ได้ ในการหาโอกาสลงสนามให้มากขึ้น และกลับไปเป็นผู้เล่นตัวหลักของทีมตามที่เขาวาดฝันไว้ตั้งแต่สมัยย้ายมาอยู่กับ บาร์ซา แรกๆ
    ส่วนอีกทางเลือกหนึ่ง ซึ่งเชื่อว่าใจจริงแล้ว คูตินโญ คงไม่อยากทำ นั่นก็คือ การย้ายทีม ไม่ว่าจะด้วยการซื้อขาด หรือยืมตัวก็ตาม โดยเหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะมิดฟิลด์ทีมชาติบราซิล เพิ่งย้ายมาอยู่ในถิ่น คัมป์ นู เพียงแค่ 1 ซีซั่นเศษๆ และยังไม่สามารถพิสูจน์ตัวเองได้แต่อย่างใด แต่ถ้าสถานการณ์บังคับเจ้าตัวคงต้องจำยอมที่จะเลือกทางดังกล่าวเพื่อเรียกความมั่นใจเก่าๆให้กลับมา
    อย่างไรก็ตามก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นกันหาก “คูตี” เลือกการย้ายออก เพราะทีมเต็งที่มีข่าวว่าสนใจจะได้ตัวเขาไปเสริมเกมรุก นั่นก็คือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อริทีมสำคัญของ ลิเวอร์พูล อดีตต้นสังกัด ซึ่งหากเขาเลือกย้ายไปอยู่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด แน่นอนว่ากระแสความเกลียดชังระหว่าง คูตินโญ กับ “เดอะ ค็อป” ต้องมีมากขึ้นเป็นทวีคูณ เหมือนกรณีของ ไมเคิล โอเวน ขณะที่ ลิเวอร์พูล ต้นสังกัดเก่า ไม่มีความสนใจที่จะซิวเด็กเก่ารายนี้มาร่วมทัพ เพราะพุ่งสมาธิกับการเฟ้นหาแข้งมากพรสวรรค์รายใหม่มากกว่า
     โดยมีรายงานเพิ่มเติมว่า “ปีศาจแดง” คงไม่ยอมทุ่มเงินจำนวนมากในการเซ็นสัญญากับเพลย์เมกเกอร์รายนี้ แต่เป็น ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ที่พร้อมจ่ายเพื่อล่าลายเซ็นของ คูตินโญ มาเติมเกมรุก ทว่าทั้งหมดก็ยังเป็นกระแสข่าวลือที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน รวมไปถึงทางฝั่งของ คูตินโญ ก็ยังไม่ได้คอมเมนท์ใดๆเกี่ยวกับอนาคตของตัวเอง

"คูตินโญ"กับขวากหนามในรั้วคัมป์ นู

     จากเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดเชื่อว่าไม่ใช่เรื่องที่ คูตินโญ คาดหวังไว้ในการย้ายมาซบสโมสรในฝัน ซึ่งจากนี้ต้องมาติดตามว่าแข้งเลือดแซมบารายนี้จะกลับมาผงาดในฐานะยอดผู้เล่นของ “อาซูลกรานา” หรือจะต้องจำยอมย้ายออกจากถิ่น คัมป์ นู ในฐานะแข้งผู้ล้มเหลว