royal coronation
วันที่ 25 มิถุนายน 2562
กีฬา

"อเล็กซ์ อัลบอน"นักขับเลือดไทยในศึกเอฟวันซีซั่นหน้า

วันที่ 29 พฤศจิกายน 2561 - 14:00 น.
รถสูตรหนึ่งชิงแชมป์โลก เอฟวัน,อเล็กซ์ซานเดอร์ อัลบอน อังศุสิงห์
Shares :
เปิดอ่าน 369 ครั้ง

กระแสของวงการมอเตอร์สปอร์ตในประเทศไทยขณะนี้กำลังมีมากขึ้นเรื่อยๆ

      หลังประสบความสำเร็จจากการจัดศึกรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก “โมโตจีพี” ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ประเทศไทย อย่าง พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2018 ที่สนาม ช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ เมื่อช่วงเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา โดยมียอดผู้ชมในสนามตลอด 3 วันกว่า 222,535 คน ซึ่งถือว่ามากที่สุดในทุกสนามเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา

      และในปีหน้าเชื่อว่ากีฬามอเตอร์สปอร์ตในประเทศไทยจะคึกคักขึ้นไปอีกเหตุ โตโร รอสโซ ทีมดังแห่งการแข่งขันรถสูตรหนึ่งชิงแชมป์โลก (เอฟวัน) ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่า อเล็กซ์ซานเดอร์ อัลบอน อังศุสิงห์ นักขับลูกครึ่งไทย-อังกฤษ จะลงขับทีมในฤดูกาล 2019

      โดยจอมซิ่งวัย 22 ปี ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในการแข่งขันฟอร์มูลาทูฤดูกาลนี้กับทีม แดมส์ ด้วยการจบด้วยคะแนนสะสมอันดับ 3 พร้อมคว้าแชมป์มาครองได้ถึง 4 สนามด้วยกัน จนได้รับการเซ็นสัญญาให้ลงแข่งขันในศึกเอฟวันซีซั่นหน้า

กรรมพันธุ์นักแข่ง
    สำหรับ อเล็กซ์ เป็นลูกชายคนโตจากพี่น้อง 5 คนของคุณพ่อ ไนเจล อัลบอน อดีตนักแข่งรถทัวริงคาร์ และคุณแม่ กัญญ์กมล อังศุสิงห์ ซึ่งด้วยความที่คุณพ่อเป็นนักแข่งมาก่อน ทำให้เจ้าตัวซึมซับความชอบเรื่องความเร็วมาโดยปริยาย ขณะที่ครอบครัวก็สนับสนุนความมุ่งมั่นของ อเล็กซ์ อย่างเต็มที่
     จอมซิ่งลูกครึ่งไทย-อังกฤษ รายนี้ เริ่มต้นสัมผัสคันเร่งครั้งแรกตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ในรถโก คาร์ท ก่อนจะได้ไลนเซนต์ในการแข่งขันโก คาร์ท อย่างเป็นทางการด้วยวัยเพียง 8 ขวบ ซึ่งจากนั้น อเล็กซ์ ก็โชว์ความสามารถด้วยการกวาดแชมป์มาครองมากมาย จนในที่สุดในปี 2010 เขาก็ก้าวสู่จุดสูงสุดของวงการ โก-คาร์ท ด้วยการคว้าแชมป์โลกรายการ CIK-FIA World Cup พร้อมเป็นใบเบิกทางสำคัญที่ช่วยให้เข้าสู่เส้นทางของนักขับอาชีพต่อไป

สู่สนามฟอร์มูลา
     หลังจากโชว์ฟอร์มได้น่าประทับใจในการแข่งขันโก-คาร์ท เรดบูล เรซซิง บิ๊กทีมแห่งศึกเอฟวัน ก็ได้เซ็นสัญญากับ อเล็กซ์ ซึ่งขณะนั้นมีอายุเพียง 16 ปีเข้ามาร่วมทีมเยาวชน และให้ลองชิมลางในการแข่งขันรายการ ฟอร์มูล่า เรโนลต์ 2.0 กับทีม เอพิค เรซซิง ถึงกระนั้นด้วยการที่ต้องปรับตัวกับรถแข่งรูปแบบใหม่ ทำให้เจ้าตัวเก็บได้แม้แต่เพียงคะแนนเดียวเท่านั้น และถูกยกเลิกสัญญากับทีม เรดบูล อีกด้วย
     หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว อเล็กซ์ ยอมรับว่านั่นคือช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดของเจ้าตัวในฐานะนักแข่งรถมืออาชีพ และเกือบจะล้มเลิกความฝันที่สักวันหนึ่งจะต้องเป็นแข่งฟอร์มูลาวันให้ได้ โดยกล่าวว่า “ขณะนั้นเป็นช่วงที่ยากสำหรับผมจริงๆ เพราะผมประสบความสำเร็จอย่างมากในการแข่งขันโก คาร์ท แต่ไม่ใช่เลยกับการมาขับรถแข่งระดับฟอร์มูลา ผมหมดหนทาง และคิดว่าอาจเป็นปีสุดท้ายที่จะได้ลงแข่งขัน”
    อย่างไรก็ตามในปี 2013 ทีม เคทีอาร์ ได้เห็นแววของจอมซิ่งสายเลือดไทยผู้นี้ และให้โอกาสลงแข่งขันในรายการเดิม ซึ่งผลปรากฏว่าเจ้าตัวมีผลงานจบอันดับ 16 บนตารางคะแนน และคว้าอันดับ 3 มาครองในปีต่อมา
    จนกระทั่งในปี 2015 อเล็กซ์ ได้เลื่อนขั้นไปแข่งขันในรายการ ยูโรเปียน ฟอร์มูล่า 3 ชิงแชมป์ยุโรป ซึ่งถึงแม้ว่าจะเป็นรายการระดับสูงกว่าแต่เขาก็ยังทำผลงานได้ดี ด้วยการจบซีซั่นในอันดับ 7
     ด้วยฟอร์มที่เกิดขึ้นเป็นเหตุให้ทีม เออาร์ที กรังด์ปรีซ์ ดึงตัวเขามาเข้าร่วมการแข่งขันจีพี 3 และเขาก็ทำผลงานได้ดีเกิดขาดหลังไล่กวดกับ ชาร์ลส เลอแคลร์ เพื่อนร่วมทีม ทว่าสุดท้ายแล้วเจ้าตัวทำได้ดีที่สุดคือการคว้าตำแหน่งรองแชมป์ของรายการดังกล่าว

“ฟอร์มูลา ทู”กับการพิสูจน์ตัวเอง
    จากผลงานที่เกิดขึ้น เออาร์ที กรังด์ปรีซ์ ไม่รอช้าที่จะผลักดันให้ อเล็กซ์ ขึ้นไปเป็นนักขับของทีมในการแข่งขัน ฟอร์มูลา ทู ซึ่งเป็นเวทีก่อนหน้าศึกฟอร์มูลา วัน ที่เจ้าตัวอยากจะเข้าไปลงชิงชัยตามความฝันในปี 2017
แม้จะเป็นช่วงเวลาแห่งการปรับตัว รวมถึงมีอาการบาดเจ็บรบกวนในช่วงท้าย แต่นักขับสัญชาติไทยก็จบซีซั่นด้วยอันดับ 10 ซึ่งถือว่าไม่เลวในการลงแข่งขันปีแรก
    อย่างไรก็ตามในปี 2018 แม้เจ้าตัวจะต้องย้ายสังกัดไม่อยู่กับทีม แดมส์ แต่ก็ไม่ทำให้แพชชันที่ต้องการโชว์ฟอร์มให้ดีที่สุดเพื่อโอกาสในการลงซิ่งในศึกรถสูตรหนึ่งชิงแชมป์โลกลดลง เพราะเขากวาดแชมป์ไปถึง 4 สนาม เริ่มจาก บากู ประเทศอาเซอร์ไบจาน, ซิลเวอร์สโตน ประเทศอังกฤษ, ฮังกาโรริง ประเทศฮังการี และโซชิ ออโตโดรม ประเทศรัสเซีย และจบด้วยอันดับ 3 ในตารางคะแนนตามหลัง จอร์จ รัสเซลล์ (เออาร์ที กรังด์ปรีซ์) และแลนโด นอร์ริส (คาร์ลิน)

นักขับฟอร์มูลาวันคนที่สองของไทย
    จากความมุ่งมั่น, พยายาม และความรักในกีฬามอเตอร์สปอร์ต ทำให้ขณะนี้ อเล็กซ์ ทำความฝันของตัวเองเป็นจริง เมื่อเจ้าตัวได้รับเลือกจากทีม โตโร รอสโซ ทีมจากอิตาลี ให้มาลงแข่งขันในศึกเอฟวันฤดูกาลหน้าเคียงคู่ ดาเนียล คัฟยาต แทนที่ ปิแอร์ กาสลี และแบรนดอน ฮาร์ทลีย์ ที่ทำผลงานได้น่าผิดหวังหลังจบฤดูกาลด้วยอันดับ 15 และ19 ตามลำดับ
     โดย แฟรงค์ โทสต์ ผู้ดูแลทีม โตโร รอสโซ กล่าวถึงการเซ็นสัญญาในครั้งนี้ว่า อเล็กซ์ ทำผลงานได้น่าประทับใจในการแข่งขันฟอร์มูลา ทู ในปี 2018 โดยเขาคว้าแชมป์ได้ถึง 3 สเตจ และจบในอันดับ 3 ของตารางคะแนน ซึ่งสไตล์การขับของเขาทำให้ผมรับรู้ว่าเขาพร้อมแล้วสำหรับการแข่งขันเอฟวัน ซึ่งทางทีมมองล่วงหน้าไปที่ฤดูกาลต่อไปซึ่งเราจะมี 2 นักขับดาวรุ่งที่แข็งแกร่งอย่าง อเล็กซ์ และดาเนียล"
     ขณะที่ อเล็กซ์ ได้เผยถึงความรู้สึกหลังทำไล่ตามความฝันของตัวเองได้สำเร็จว่า “นี่เป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมหลังได้รู้ว่าตัวเองจะได้ลงแข่งขันเอฟวันในซีซั่นหน้า ผมมีช่วงเวลาที่ดี และไม่ดีในอาชีพนักแข่งที่ผ่านมา โดยผมถูกปลดออกจากทีม เร้ด บลูส์ เมื่อปี 2012 ซึ่งทำให้ผมคิดว่าเส้นทางในการเข้าไปแข่งขันในเอฟวันนั้นยากขึ้นไปอีก อย่างไรก็ตามผมทำงานหนักอย่างมากเพื่อสร้างความประทับใจทุกครั้งที่อยู่บนรถแข่ง มันเหมือนความฝันที่ผมจะได้ลงแข่งในศึกเอฟวัน และโอกาสนี้เป็นอะไรที่น่าเหลือเชื่ออย่างมาก”
      นอกจากนั้นจากการที่นักขับวัย 22 ปีลงแข่งขันภายใต้ธงชาติไทย นั่นแปลว่าในปี 2019 จะเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยมีนักขับร่วมกริดฟอร์มูล่าวันนับตั้งแต่พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดช (พระองค์เจ้าพีระ) ทรงเข้าร่วมการแข่งขันเอฟวัน ระหว่างปี 1950-1954 อีกด้วย

     เรื่องราวข้างต้นเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของความฝันสูงสุดของนักขับลูกครึ่งไทย-อังกฤษ รายนี้ ซึ่งในฤดูกาลหน้าแฟนๆกีฬาชาวไทยต้องมาติดตาม และช่วยให้กำลังใจ อเล็กซ์ ให้พาธงไตรรงค์ไปโบกสะบัดบนโพเดียมของศึกเอฟวันให้ได้

Shares :
เปิดอ่าน 369 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ