"มิโลวาน ราเยวัช" กับงานที่ท้าทาย

สูตรที่ชอบคือการใช้นักเตะดาวรุ่งกับนักเตะประสบการณ์สูงให้ลงตัว

มิโลวาน ราเยวัช หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ตั้งเป้าสร้างประวัติศาสตร์ให้กับทีม ในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย 2019 ที่จะจัดการแข่งขันที่ สหรัฐ อาหรับเอมิเรตส์ ในช่วงเดือนมกราคม 2562 

 

กุนซือชาวเซิร์บ อยู่ในระหว่างคุมทัพ “ช้างศึก”  เตรียมทีมอุ่นเครื่องกับ ฮ่องกง และ ตรินิแดด แอนด์ โตเบโก และก่อนศึกชิงแชมป์เอเชีย ก็มีรายการสำคัญ อย่าง เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ที่จะเริ่มการแข่งขันในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้

"เกมอุ่นเครื่องกับ ฮ่องกง และ ตรินิแดด แอนด์ โตเบโก เป็นการทดสอบก่อนการแข่งขันสำคัญสองรายการ เกมแรกเป็นเกมเยือน ซึ่งเป็นเกมที่สำคัญมาก เพราะเราต้องเล่นเกมเยือนในเอเอฟเอฟ คัพ และเราต้องการดูว่านักเตะแต่ละคนเล่นอย่างไร และมีวิธีรับมืออย่างไรยามเล่นเกมเยือน" ราเยวัช กล่าวเริ่ม

"เราไม่ได้มีเวลามากเท่าไหร่ ในการเตรียมทีมสำหรับสองเกมนี้ ทำให้เราไม่สามารถใส่อะไรได้มาก โดยเฉพาะช่วงที่ใกล้แมตช์การแข่งขัน แต่มันก็เป็นโอกาสที่ดีที่ได้ดูฟอร์มของนักเตะบางคน"

"ผลงานที่ไม่ค่อยดีกับทีมชาติไทย U23 มันไม่ใช่ทั้งหมด สูตรผสมที่ผมชอบคือการใช้นักเตะดาวรุ่งกับนักเตะประสบการณ์สูงให้ลงตัว คุณใช้นักเตะดาวรุ่งแค่บางคน เพราะพวกเขาจะช่วยเพิ่มมิติและคุณภาพให้กับทีม"

"มีผู้เล่นดาวรุ่งไทยหลายคนที่พร้อมลงเล่นในเวทีใหญ่ และมีความท้าทายสูง เราต้องคิดไว้เสมอว่าดาวรุ่งส่วนใหญ่ ไม่สามารถรักษาฟอร์มได้อย่างต่อเนื่อง พวกเขามีขึ้นและก็มีลง นั่นเป็นปัจจัยสำคัญที่เราต้องประเมินว่า พวกเขาจะทำอย่างไรหากเขาต้องตกอยู่ภายใต้ความกดดัน และ มีอาการเหนื่อยล้า"

"นอกจากนี้เรายังต้องวิเคราะห์ถึงการฟื้นฟูสภาพร่างกายของนักกีฬาและเพิ่มความมั่นใจ ผมมั่นใจว่ามันจะออกมาได้ดี หากเราใช้นักเตะที่มีประสบการณ์และดาวรุ่งลงเล่นในเกมระดับนี้"

"สำหรับการโชว์ฟอร์มให้ดีในชิงแชมป์อาเซียน เพื่อต่อยอดในชิงแชมป์เอเชียนั้น ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ที่ออกมา ฟอร์มการเล่นอาจจะแตกต่างออกไปบ้าง เมื่อเราต้องลงสนามติดต่อกัน มันเป็นเรื่องธรรมดาของทีมใหญ่ ที่จะมีขึ้นและลง แต่สุดท้าย ผลสกอร์ที่ออกมาจะเป็นเหตุผลที่จะทำให้บรรยากาศภายในทีมดีขึ้น"

"ในศึกชิงแชมป์อาเซียนก็ถือเป็นรายการที่สำคัญ แต่เป้าหมายหลักคือในเอเชียน คัพ นี่คือรายที่สำคัญที่สุดสำหรับนักเตะกลุ่มนี้ พวกเขาสามารถสร้างความประทับใจ และได้พิสูจน์ตัวเองในเวทีใหญ่ กับทีมยักษ์ใหญ่ของเอเชีย"

"เป้าหมายของเราคือการได้เข้าไปในรอบ 16 ทีมสุดท้าย นั่นคงจะเป็นผลลัพธ์ที่ดีสำหรับไทย และหากเราผ่านไปถึงตรงนั้นเราก็จะพยายามไปให้ไกลขึ้นเรื่อยๆเท่าที่เป็นไปได้ มันเป็นโอกาสที่เราจะสร้างประวัติศาสตร์เพื่อวงการฟุตบอลไทย"