'ราเยวัช'เมิน 4 แข้งนอกลุย'เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ'

โต้'เนวิน' -เอเยนต์หรือเอเจนซี่ไม่มีผลต่อการเลือกแข้งทีมชาติ

“บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย เป็นประธานในการประชุมทีมชาติไทยชุดใหญ่ ร่วมกับ มิโลวาน ราเยวัช หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยชุดใหญ่ ที่ห้องประชุมสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เมื่อวันที่ 14 กันยายน

ภายหลังการประชุม นายพาทิศ ศุภะพงษ์ รองเลขาธิการและโฆษกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สำหรับโปรแกรมของทีมชาติไทยชุดใหญ่ในช่วงปลายปีที่เหลือจะสำคัญมาก เริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคมมีเกมอุ่นเครื่องกับฮ่องกง และตรินิแดด แอนด์ โทแบโก ก่อนที่จะเข้าสู่ทัวร์นาเมนต์เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 ที่จะต้องเล่น 8 เกมจนถึงนัดชิงชนะเลิศ 15 ธันวาคม จากนั้นก็จะมีอุ่นเครื่องที่ไทยอีก 1 นัด และเดินทางไปอุ่นเครื่องที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์อีกหนึ่งนัด ก่อนเข้าสู่ทัวร์นาเมนต์เอเชี่ยนคัพ 2019 ต่อไป

นายพาทิศ กล่าวต่อว่า หลังจากจบฟุตบอลลีก ก็จะเรียกนักเตะทีมชาติไทยเข้าเก็บตัวตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม โดยจะยกเว้นนักเตะที่อยู่ในข่ายเข้าชิงชนะเลิศโตโยต้า ลีกคัพ และช้าง เอฟเอ คัพ ซึ่ง ซูซูกิคัพ จะลงทะเบียนนักเตะได้ 50 คน แต่จะต้องตัดก่อนเข้าทัวร์นาเมนต์ให้เหลือ 23 คน และจะต้องใช้ผู้เล่นนี้ไปตลอด ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้อีกแม้จะมีอาการบาดเจ็บก็ตาม ดังนั้นจะต้องเลือกผู้เล่นอย่างระมัดระวังที่สุด ส่วนผู้เล่นที่เล่นอยู่ต่างประเทศ จะให้ ราเยวัช เป็นผู้ตัดสินใจ

สำหรับเป้าหมายที่สมาคมฯ วางเอาไว้ แน่นอนว่าซูซูกิ คัพ ไทยไม่มีทางเลือกนอกจากการเป็นแชมป์เท่านั้น แม้ว่ารายการอื่นๆ ที่เป็นระดับเยาวชนในปีนี้จะไม่ประสบความสำเร็จเท่าไหร่ แต่ซูซูกิคัพวัดกันที่ชุดใหญ่ ซึ่งมั่นใจว่าเราจะป้องกันแชมป์ไว้ได้ ส่วนเอเชี่ยนคัพ เป็นครั้งแรกที่ไทยเข้ารอบสุดท้ายในรอบ 12 ปี เป้าหมายต้องเข้ารอบน็อกเอาท์ให้ได้ แม้ว่าจะอยู่ร่วมกับเจ้าภาพอาจจะเป็นงานยากเล็กน้อย แต่ก็ต้องวางเป้าหมายที่การเข้ารอบเอาไว้

มิโลวาน ราเยวัช หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย กล่าวว่า ทีมได้มีการวางแผนเตรียมทีมเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ช่วงเวลาที่เหลือจะเป็นการติดตามดูฟอร์มการเล่นของผู้เล่นในลีก และตัดสินใจครั้งสุดท้ายเกี่ยวกับเรื่องตัวผู้เล่นอีกครั้ง

ส่วนกรณีของนักเตะที่เล่นอยู่ในต่างประเทศทั้งหมด ได้แก่ “เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์, “มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา, “อุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน และ “ตอง” กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ นั้น ราเยวัช กล่าวว่า ได้มีการพูดคุยกับทั้ง 4 คนแล้วว่าจะไม่เรียกทั้งหมดมาร่วมทีมในซูซูกิคัพ รวมถึงเกมอุ่นเครื่องในช่วงฟีฟ่าเดย์เดือนตุลาคมนี้ เนื่องจากว่าทั้ง 4 คนไม่สามารถอยู่ช่วยทีมได้ตลอดทุกนัด ดังนั้นจะใช้โอกาสนี้ในการหาผู้เล่นใหม่ๆ เข้ามาเพื่อทดแทนตำแหน่งที่ขาดหายไป อย่างไรก็ตามได้บอกทุกคนให้เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับเอเชี่ยนคัพ เพราะทุกคนจะเป็นหนึ่งในแคนดิเดตที่จะติดทีมแน่นอน

ราเยวัช กล่าวต่อว่า การแข่งขันทุกครั้งมีความกดดันอยู่เสมอ เพราะแฟนบอลคาดหวังกับผลการแข่งขัน อย่างซูซูกิคัพแฟนบอลคาดหวังอย่างมาก ก็จะทำผลงานให้ดีที่สุด เลือกผู้เล่นที่ดีที่สุด ส่วนเอเชี่ยนคัพก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะอยากจะพาทีมไปให้ไกลที่สุด เพื่อเป็นการสร้างความสุขให้กับแฟนบอลไทย

“ผู้เล่นชุดเอเชี่ยนเกมส์มีผลงานดีหลายคน แต่ปัญหาคือเรื่องของการรักษาฟอร์มการเล่น จะเห็นได้ว่าบางนัดดี บางนัดแย่ ดังนั้นจะต้องตามดูฟอร์มอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้จะต้องบาลานซ์ผู้เล่นในทีมให้ดีทั้งซีเนียร์และดาวรุ่ง จะต้องเลือกผู้เล่นที่ดีที่สุดมาติดทีมชาติเท่านั้น”

ผู้สื่อข่าวสอบถามต่อถึงกรณีที่นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ออกมากล่าวเกี่ยวกับเรื่องการเลือกตัวผู้เล่นว่ามีเอเยนต์ หรือเอเจนซี่ เป็นคนแนะนำนักเตะให้ติดทีมชาตินั้น ราเยวัช กล่าวว่า “เป็นครั้งแรกที่เคยได้ยินเรื่องแบบนี้ ตลอดการทำทีมชาติมาไม่เคยให้เอเยนต์หรือเอเจนซี่คนใดมีผลต่อการตัดสินใจเลือกตัวผู้เล่น โค้ชเป็นผู้รับผิดชอบต่อผลงานทั้งหมด ดังนั้นก็จะต้องเลือกตัวผู้เล่นที่ดีที่สุดมาติดทีมชาติ”