5ดีลมูลค่าสูงสุดตลาดนักเตะซัมเมอร์2018-19

กีฬา > บทความ  :  3 ก.ย. 2561

ปิดตัวลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับตลาดซื้อขายนักเตะของลีกยุโรปประจำช่วงซัมเมอร์ของฤดูกาล 2018-19 เมื่อวันที่ 31 ส.ค.ที่ผ่านมา

     สำหรับการซื้อ-ขายนักเตะ ถือเป็นอีกหนึ่งสีสันของวงการลูกหนังอาชีพ เพราะถือเป็นการเสริมทัพเพื่อทำให้ทีมต่างๆมีความแข็งแกร่งมากขึ้นในการลงเล่นซีซั่นใหม่ นอกจากนั้นยังเป็นโอกาสอันดีที่จะได้เห็นนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์ย้ายไปเล่นให้กับทีมที่หลายคนอาจจะนึกไม่ถึงมาก่อน

    โดยตลาดนักเตะรอบที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าจะไม่มีดีลสถิติโลกที่ทำลายค่าตัวของ เนย์มาร์ กองหน้าทีมชาติบราซิล ที่ย้ายไปจาก บาร์เซโลนา ไปอยู่กับ ปารีส-แซงต์ แชร์กแมง เมื่อช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้วด้วยจำนวนเงินถึง 222 ล้านยูโร (ราว 8.35 พันล้านบาท) แต่ก็ยังมีบิ๊กดีลที่เรียกได้ว่าเซอร์ไพรส์แฟนลูกหนังอยู่พอสมควร และมีการทำลายสถิติกันในบางตำแหน่งอีกด้วย

     ทำให้วันนี้ทางทีมข่าวกีฬา “คม ชัด ลึก” ได้จัดอันดับ 5 ผู้เล่นที่มีการย้ายทีมด้วยค่าตัวแพงที่สุดประจำตลาดนักเตะซัมเมอร์ ฤดูกาล 2018-19 โดยไม่นับแข้งที่เซ็นสัญญาล่วงหน้าไว้ก่อนจบซีซั่นที่แล้วอย่าง คิลิยัน เอมบัปเป กองหน้า ปารีส แซงต์ แชร์กแมง และนาบี เกอิตา กองกลาง ลิเวอร์พูล

5.อลิสซอน เบคเกอร์ (โรมา ไป ลิเวอร์พูล 62.5 ล้านยูโร)

     เป็นที่ทราบกันดีว่า ลิเวอร์พูล ภายใต้ยุคของ เจอร์เกน คลอปป์ มีปัญหาเรื่องตำแหน่งผู้รักษาประตูมาโดยตลอด เหตุนายทวารมือ 1 และมือ 2 อย่าง ลอริส คาริอุส และซิมง มินโญเลต์ ต่างผลัดกันก่อความผิดพลาดให้ทีมจนได้รับความเสียหายมาแล้วในหลายต่อหลายแมตช์
     เป็นเหตุให้เฮดโค้ชชาวเยอรมนี ยอมทุ่มงบจำนวนมหาศาลว่า 62.5 ล้านยูโร (ราว 2.35 พันล้านบาท) ซึ่งถือว่าเป็นการยอมจ่ายเงินก้อนใหญ่อย่างต่อเนื่องหลังคว้าตัว เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ เซ็นเตอร์ฮาล์ฟของ เซาแฮมป์ตัน จากร่วมทีมเป็นค่าตัวสถิติโลกของกองหลังเมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมาเพื่อเซ็นสัญญากับ อลิสซอน เบคเกอร์ นายด่านของทีม อาแอส โรมา มาเฝ้าเสา
      โดยมือกาวรายนี้ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกับต้นสังกัดเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ทั้งการเก็บคลีนชีตได้ถึง 17 เกมในลีก, เก็บคลีนชีตในฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ได้ถึง 5 นัดจาก 6 นัด พร้อมมีอัตราการผ่านบอลแม่นยำถึง 83 % อีกด้วย
     ด้วยค่าตัวอันมหาศาลทำให้โกล์ทีมชาติบราซิล ได้รับการคาดหวังเรื่องผลงาน ซึ่งเจ้าตัวก็พิสูจน์ในเห็นแล้วว่ามีดีพอสำหรับเงินที่ “หงส์แดง” จ่ายไป เพราะจากการลงสนามให้ต้นสังกัดใหม่ทั้งหมด 4 เกม เขาสามารถเก็บคลีนชีตไปถึง 3 เกม

4.ริยาด มาห์เรซ (เลสเตอร์ ซิตี ไป แมนฯซิตี 67.8 ล้านยูโร)

     เชื่อว่าหลายคนคงจะจำเทพนิยายของศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่ทีมเล็กๆอย่าง เลสเตอร์ ซิตี สามารถผงาดคว้าแชมป์มาครองได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสรเมื่อปี 2015-16
     โดยนักเตะที่โชว์ฟอร์มได้โดดเด่น และเป็นคีย์แมนสำคัญที่ช่วยให้ “จิ้งจอกสยาม” ประสบความสำเร็จดังกล่าวคงจะหนีไม่พ้นปีกทีมชาติแอลจีเรีย ที่มีจุดเด่นทั้งการเลี้ยงบอล รวมไปถึงการแอสซิสต์ให้เพื่อนร่วมทีมทำประตู ซึ่งหลังจากนั้นแม้ผู้เล่นตัวหลักคนอื่นๆ จะย้ายออกจากถิ่น คิง เพาเวอร์ สเตเดียม แต่ มาห์เรซ ยังอยู่ช่วยทีมต่อไปเคียงข้างกับ เจมี วาร์ดี ด้วยคำมั่นสัญญาว่าเจ้าตัวจะได้รับการอนุญาตให้ย้ายออกจากทีมได้เมื่อฤดูกาลที่แล้ว โดยมี แมนเชสเตอร์ ซิตี ให้ความสนใจ
     ถึงกระนั้นเมื่อช่วงตลาดหน้าหนาวที่ผ่านมา เจ้าตัวกลับชวดย้ายไปอยู่กับ “เรือใบสีฟ้า” เหตุบอร์ดบริหารไม่ยอมปล่อยตัว เพราะทีมกำลังอยู่ในสถานการณ์สุ่มเสี่ยงต่อการตกชั้น ซึ่งส่งผลให้เขาผิดหวังเป็นอย่างมากถึงขนาดไม่มาซ้อมกับทีมเป็นเวลาหลายสัปดาห์
     ทว่าสุดท้ายแล้วเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แข้งวัย 27 ปี ก็ได้ย้ายไปอยู่ในถิ่น เอติฮัด สเตเดียม สมใจด้วยค่าตัว 67.8 ล้านยูโร (ราว 2.55 พันล้านบาท) ถึงกระนั้นเจ้าตัวยังต้องพิสูจน์ตัวเองในการเบียดบรรดาซูเปอร์สตาร์ของต้นสังกัดใหม่ขึ้นมาเป็นตัวจริง

 

3.โธมัส เลอมาร์ (โมนาโก ไป แอต.มาดริด 70 ล้านยูโร)

     สำหรับปีกทีมชาติฝรั่งเศสรายนี้ ตกเป็นข่าวว่าจะย้ายออกจากบ้านเกิดตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้ว หลังพาทีมคว้าแชมป์ลีกเอิง ได้แบบพลิกความคาดหมาย โดยมีทั้ง ลิเวอร์พูล, อาร์เซนอล และบาร์เซโลนา ให้ความสนใจ แต่ทาง โมนาโก ตั้งค่าตัวสูงเกินไปจนสุดท้ายไม่มีทีมใดยื่นข้อเสนอเข้ามา
     ขณะที่ในฤดูกาลที่ผ่านมา แข้งวัย ปีรายนี้ ประสบปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวน ทำให้ฟอร์มการเล่นของเจ้าตัวดูตกลงไป แต่ก็ยังมีชื่อเป็น 1 ใน 23 ขุนพลของทัพ “ตราไก่” ที่คว้าแชมป์โลก 2018 มาครองเมื่อช่วงเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา
     ด้วยดีกรีที่มีทำให้ “ตราหมี” ยอมทุ่มเงินถึง 70 ล้านยูโร (ราว 2.63 พันล้านบาท) กระชากตัว เลอมาร์ มาเติมเกรุก เพื่อมาประสานงานกับ อองตวน กรีซมันน์ เพื่อนร่วมชาติ และดิเอโก คอสตา ในเกมรุก และเขาก็สามารถประเดิมแชมป์แรกกับต้นสังกัดใหม่ได้แล้วจากการคว้าแชมป์ ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ ด้วยการเอาชนะ เรอัล มาดริด 4-2

2.เกปา อาร์รีซาบาลากา (แอธเลติก บิลเบา ไป เชลซี 80 ล้านยูโร)

     เชื่อว่าก่อนที่ผู้รักษาประตูรายนี้จะย้ายไปอยู่กับ เชลซี แฟนบอลหลายคนคงจะไม่คุ้นหน้าว่าเจ้าตัวคือใครแต่สามารถทำให้ “สิงห์บลูส์” ยอมจ่ายเงินค่าตัวเป็นสถิติสูงสุดของตำแหน่งนายด่านเพื่อคว้าตัว อาร์รีซาบาลากา มาเฝ้าเสา
     สาเหตุหลักที่ “สิงโตน้ำเงินคราม” ยอมทุ่มเงินจำนวนมหาศาลเป็นเพราะ ติโบต์ กูร์กตัวส์ โกล์มือ 1 ของทีม ได้ย้ายไปอยู่กับ เรอัล มาดริด ทำให้ เชลซี ต้องการตัวแทนมือกาวในการสู้ศึกฤดูกาลใหม่ที่กำลังมาถึงนอกจากนั้นเหตุผลสำคัญที่ เมาริซิโอ ซาร์รี ยอมจ่ายเงินถึง 80 ล้านยูโร (ราว 3.1 พันล้านบาท) เพื่อเซ็นสัญญากับโกล์มือ 2 ทีมชาติสเปนรายนี้ไปร่วมทีมแทนที่มือโกล์ระดับโลกคนอื่นๆที่มีชื่อเสียงมากกว่า ทั้ง แยน โอบลัค และจอร์แดน พิคฟอร์ด เนื่องด้วยสไตล์การเล่นที่เข้ากับระบบทีมเป็นอย่างดี
     สำหรับ อาร์รีซาบาลากา ขึ้นชื่ออย่างมากเรื่องความเหนียวในการป้องกันประตู ที่เขามักจะเซฟลูกยากๆได้แบบเหลือเชื่อหลายครั้ง รวมถึงมีปฏิกิริยาที่รวดเร็ว และออกบอลด้วยเท้าอย่างแม่นยำ
     โดยมือกาววัย 23 ปี รายนี้ลงประเดิมสนามให้ต้นสังกัดใหม่ไปแล้ว 4 เกม ซึ่งแม้จะเสียไป 3 ประตู แต่เจ้าตัวก็ได้รับเสียงชื่นชมจากฟอร์มโดยรวม

1.คริสเตียโน โรนัลโด (เรอัล มาดริด ไป ยูเวนตุส 117 ล้านยูโร)

     ถือเป็นเรื่องช็อกพอสมควรที่ดาวเตะเจ้าของฉายา “ซีอาร์ เซเว่น” ตัดสินใจปิดฉากช่วงเวลา 9 ปีกับ เรอัล มาดริด และย้ายไปอยู่กับ ยูเวนตุส ยอดทีมแห่งศึกกัลโช เซเรีย อา อิตาลี แทน
     ในช่วงซีซั่นที่แล้วมีข่าวลือมาโดยตลอดว่ากองหน้าทีมชาติโปรตุเกส ต้องการย้ายออกจากถิ่น ซานติอาร์โก เบร์นาเบว เหตุไม่พอใจที่สโมสรปกป้องตนเองได้ไม่ดีเท่าที่ควรจากการโดนศาลสเปนสั่งฟ้องกรณีเลี่ยงภาษีเงินที่ได้จากลิขสิทธิ์ทางภาพลักษณ์ระหว่างปี 2011-14 ด้วยมูลค่าสูงถึง 14.7 ล้านยูโร (ราว 553 ล้านบาท)
     และหลังจากจบศึกฟุตบอลโลก 2018 แข้งวัย 33 ปี ก็ตัดสินใจย้ายไปอยู่กับ “ม้าลาย” ด้วยค่าตัว 117 ล้านยูโร (ราว 4.4 พันล้านบาท) พร้อมเซ็นสัญญา 4 ปี โดยให้เหตุผลว่า “หลายปีที่ผ่านมากับ เรอัล มาดริด ทั้งกับสโมสร และการใช้ชีวิตที่เมืองนี้คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตของผม อย่างไรก็ตามผมเชื่อว่าถึงเวลาแล้วที่ผมจะต้องเปิดโอกาสสำหรับความท้าทายใหม่ๆของชีวิต และนี่เป็นเหตุผลว่าทำไมผมจึงเรียกร้องให้สโมสรรับข้อเสนอจาก ยูเวนตุส”
     หลังจากย้ายทีม โรนัลโด ก็ได้ปลุกกระแสให้ กัลโช เซเรีย อา กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งอย่างเห็นได้ชัด จากเรตติงการถ่ายทอดสดที่เพิ่ม ขึ้น รวมไปถึงยอดขายตั๋วทั้งทีมเหย้า และเยือนที่แทบจะหมดเกลี้ยงในแมตช์ที่เจ้าตัวลงเล่น

      ทั้งหมดนี้คือ 5 ดีลมูลค่าสูงสุดประจำช่วงตลาดซัมเมอร์ที่ผ่านมา ซึ่งต้องมาดูว่าเหล่านักเตะข้างต้นจะสามารถตอบแทนสโมสรได้คุ้มกับค่าตัวมหาศาลดังกล่าวหรือไม่