ไทยไม่สนเจ้าภาพเอเชี่ยนเกมส์

"บิ๊กจา" ยันเป้าใหญ่จัดยูธโอลิมปิก

พลตรี จารึก อารีราชการัณย์ รองประธานและเลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยถึงความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยจะกลับมารับเป็นเจ้าภาพจัดเเข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ หลังจัดหนสุดท้ายในครั้งที่ 13 ปี ค.ศ. 1998 โดยมองว่าเป็นเรื่องยากกว่าการจัดยูธโอลิมปิกเกมส์ ซึ่งเป็นมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในระดับยุวชน เเถมยังเป็นอีเวนท์ที่ไทยไม่เคยจัด เเละดูว่าไทยมีศักยภาพที่จะทำหน้าที่ได้

"บิ๊กจา" ยังกล่าวต่อว่า ส่วนตัวมองว่ายังไม่ถึงเวลาที่ไทยจะจัดเอเชียนเกมส์ เพราะเรามุ่งเป้าไปที่การจัดมหกรรมกีฬายูธโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 5 ในปีค.ศ. 2026 ซึ่งเรื่องนี้ถูกหยิบยกมาพูดถึงเป็นวงกว้างในช่วงที่ไทยเป็นเจ้าภาพในการประชุมสปอร์ตเเอคคอร์ด 2018 เมื่อเดือนเม.ย. ซึ่งการจัดยูธโอลิมปิกเกมส์ มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นจริงมากกว่า เพราะเรื่องนี้รัฐบาลมีเเนวโน้มในการเตรียมสนับสนุนการจัดกีฬาโอลิมปิกยุวชนขึ้นในไทย 

"เอเชียนเกมส์ไม่ได้อยู่ในเป้าหมาย เเม้เราจะร้างราจากที่เคยจัดครั้งสุดท้ายเมื่อ 20 ปีที่เเล้ว อย่างไรก็ตามหากหลายภาคส่วนในบ้านเรา รวมถึงคนไทยมีความเห็นอยากให้ไทยยื่นเสนอจัดอีกสักรอบ อย่างเร็วที่สุดในปี 2030"

พลตรี จารึก กล่าวทิ้งท้ายว่า น่าจะเป็นการยากที่เราจะจัด 2 กีฬาระดับโลกต่อเนื่องกันภายในระยะ 4 ปี เพราะต้องใช้เม็ดเงินมหาศาลในการจัดเตรียมการเเข่งขัน ซึ่งตนก็เชื่อว่า หากไทยสนจัดจริงๆ เมืองที่จัดจะไม่ใช่กรุงเทพฯ เเน่นอน โดยอาจจะเป็นเมืองหลักเมืองอื่นๆ อย่าง ชลบุรี, เชียงใหม่ หรือนครราชสีมา" 

ทั้งนี้เมืองหางโจว ของจีน จะรับหน้าที่จัดกีฬาเอเชียนเกมส์ ปี 2022 ตามด้วยเมืองนาโกยา ของญี่ปุ่น ปี 2026 ซึ่งปี 2030 ยังไมได้มีการคัดเลือกเมืองเจ้าภาพเเต่อย่างใด อย่างไรก็ตามมีรายงานข่าวว่า คณะกรรมการโอลิมปิคสากลของอินเดีย พร้อมยื่นเสนอเป็นเจ้าภาพเอเชียนเกมส์ ปี 2030 รวมถึงเตรียมยื่นเป็นเจ้าภาพยูธโอลิมปิกเกมส์ ปี 2026 เเข่งกับไทยด้วย