3เหตุผลที่ผีแดงควรคว้า"เปริซิช"

กีฬา > บทความ  :  23 ก.ค. 2561

ไม่น่าเชื่อว่าฟุตบอลลีกอาชีพของยุโรป เตรียมกลับมาเปิดซีซั่นใหม่กันอีกครั้งแล้วหลังเพื่อปิดฉากฤดูกาลก่อนไปเมื่อช่วงปลายเดือน พ.ค.

      เหตุในปีนี้มีศึกฟุตบอลโลก 2018 เข้ามาคั่นกลางระหว่างหยุดพักซีซั่นพอดี ขณะนี้หลายสโมสรได้ทำการอุ่นเครื่องกันไปเป็นที่เรียบร้อย เพื่อเป็นการรื้อฟื้นความฟิตของนักเตะ, การลองระบบทีม รวมไปถึงการให้โอกาสนักเตะรายใหม่ของสโมสรลงประเดิมสนาม ก่อนจะมีการแข่งขันจริงจะเริ่มขึ้นในไม่ช้า

     

     โดยประเด็นที่กำลังได้รับการจับตามองในโลกลูกหนังอาชีพขณะนี้ คงจะหนีไม่พ้นเรื่องการซื้อ-ขาย นักเตะ ที่แต่ละสโมสร ต่างเล็งแข้งใหม่เพื่อเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้กับทีมในฤดูกาลที่กำลังจะเริ่มขึ้น

     สำหรับกลุ่มนักเตะที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ นั่นก็คือ ดาวเตะที่สามารถระเบิดฟอร์ม ในศึกเวิลด์ คัพ ครั้งที่ผ่านมา เนื่องจากสามารถการันตีได้ว่าแข้งรายนั้นๆผ่านการพิสูจน์ฝีเท้าในมหกรรมฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกมาแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักเตะของทีมแชมป์ และรองแชมป์อย่าง ฝรั่งเศส กับโครเอเชีย ที่ได้รับการจับตามองเป็นอย่างมาก

     และหนึ่งในนั้นต้องมีชื่อของ อิวาน เปริซิช ปีกตัวหลักของทีม “ตาหมากรุก” ที่ทำไป 3 ประตู และเป็นดาวซัลโวของทีมในทัวร์นาเมนต์ที่ผ่านมา ซึ่งนอกจากการทำประตูแล้ว เขายังเป็นนักเตะที่มีทักษะยอดเยี่ยม ทั้งการจ่ายบอลให้เพื่อน หรือการเล่นลูกนิ่งด้วยเท้าซ้ายสุดฉมัง ส่งผลให้แนวรุกของ อินเตอร์ มิลาน ได้รับความสนใจจากหลายบิ๊กทีมในยุโรป

    อย่างไรก็ตามทีมที่ติดตามฟอร์มของดาวเตะวัย ผู้นี้้มาอย่างยาวนาน คือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เนื่องจากเจ้าตัวเป็นลูกทีมเก่าของ โชเซ มูรินโญ ทำให้รู้พิษสงของ เปริซิช เป็นอย่างดี ซึ่งเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่แล้ว “ปีศาจแดง” เคยเกือบปิดดีลกับแข้งรายนี้ได้แล้ว แต่สุดท้ายการซื้อ-ขายต้องล่มไป

     ทว่าสื่อหลายสำนัก รายงานตรงกันว่า “เร้ด เดวิลส์” ได้หวนกลับมาตามล่าแข้งดีกรีรองแชมป์โลกรายนี้มาเสริมเกมรุกอีกครั้ง ซึ่งก็มีเหตุผลสนับสนุน 3 ประการที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ควรคว้าตัว เปริซิช มาร่วมทีมให้ได้

อุดช่องโหว่ตำแหน่งปีกขวา
    สำหรับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีปัญหาในตำแหน่งปีกขวามาอย่างยาวนาน เพราะนักเตะในเกมรุกของทีม ทั้ง ฆวน มาตา, เจสซี ลินการ์ด และอองโตนี มาร์กซิยาล ทำได้ไม่ดีนักเวลาลงเล่นในตำแหน่งดังกล่าว จนทำให้ “เดอะ สเปเชียล วัน” ต้องดัน อันโตนิโอ วาเลนเซีย ที่เป็นอดีตปีกขึ้นไปเล่นแทน
     โดยหาก “ปีศาจแดง” ได้ตัว เปริซิช เข้ามาร่วมทัพ พวกเขาจะมีนักเตะที่เล่นปีกขวาได้แบบไม่ขัดเขิน เพราะถึงแม้ว่าจะถนัดเท้าซ้าย แต่เจ้าตัวสามารถเล่นปีกได้ทั้ง 2 ฝั่ง ซึ่งถ้าเล่นปีกซ้าย ก็จะเป็นตำแหน่งตามธรรมชาติ แต่ถ้าเป็นปีกขวา เขาจะใช้การตัดเข้ากลางเข้าไปยิงด้วยซ้ายซึ่งยากต่อการป้องกันของผู้รักษาประตู ส่วนการเปิดบอลก็จะเป็นวิถีโค้งเข้าหาประตูซึ่งยากที่กองหลังฝั่งตรงข้ามจะสกัด
     การเปิดบอลไปหากองหน้าถือเป็นจุดอ่อนอีกอย่างนึงของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพราะยังไม่มีนักเตะที่เปิดได้แม่นยำเท่าที่ควร แต่ไม่ใช่กับแนวรุกชาวโครแอตรายนี้ ที่เปิดบอลจากจังหวะโอเพ่น เพลย์ ให้กับทีม “งูใหญ่” ไปถึง 197 ครั้งเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

 

นักเตะในอุดมคติของ “มูรินโญ”
    ในปัจจุบันนักเตะในตำแหน่งปีกของ “เร้ด เดวิลส์” ได้รับเสียงวิจารณ์อย่างมากว่าไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งเพื่อช่วยทีมได้เท่าที่ควร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อองโตนี มาร์กซิยาล ที่ช่วงหลังผลงานตกลงไปแบบน่าใจหาย ขณะที่ อเล็กซิส ซานเชซ แนวรุกคนใหม่ก็ยังไม่สามารถพิสูจน์ตัวเองได้แต่อย่างใด
     โดยธรรมชาติแล้ว โชเซ มูรินโญ ชอบนักเตะตัวรุกที่มีความขยัน และพร้อมจะเล่นเกมรับ และรุกในเวลาเดียวกัน ซึ่งยังหาได้ยาก และดูฝืน  ธรรมชาติสำหรับปีกที่ทีมมีอยู่ในปัจจุบัน แต่ไม่ใช่กับ เปริซิช ซึ่งถึงแม้อายุจะล่วงเลยไปถึง 29 ปี แต่เจ้าตัวยังมีความฟิตแบบเต็มถัง และพร้อมจะเล่นตามแท็คติกของโค้ช สังเกตได้จากในเวิลด์ คัพ ที่เขามักจะมาช่วย อีวาน สตรินิช แบ็กซ้ายอยู่เสมอในจังหวะที่ทีมต้องตั้งโซนรับ นอกจากนั้นดาวเตะของ อินเตอร์ มิลาน รายนี้ยังมีจุดเด่นตรงลูกกลางอากาศ ซึ่งเป็นสไตล์การเล่นที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มักจะใช้งานเวลาที่ทีมต้องการประตู
    ด้วยคุณสมบัติทั้งหมดจึงไม่น่าแปลกใจหาก เปริซิช จะเป็นนักเตะในฝันของเทรนเนอร์ชาวโปรตุกีส ที่จะเข้ามาเติมเต็มแผนการเล่นของเจ้าตัวได้เป็นอย่างดี

จุดพีคของอาชีพ
    ในช่วง 2 ซีซั่นที่ผ่านมาถือเป็นช่วงที่ เปริซิช สามารถโชว์ฟอร์มได้โดดเด่นเป็นอย่างมาก ทั้งในระดับทีมชาติ และสโมสร โดยทำไป 11 จากการลงสนาม 42 นัดในทุกรายการเมื่อปี 2016-2017 ซึ่งถือเป็นการทำสกอร์ได้สูงสุดนับตั้งแต่เจ้าตัวเคยทำได้ 22 ลูกกับ คลับ บรูช เมื่อปี 2010-2011 ขณะที่ในปี 2017-2018 เขาทำไป 15 ประตู กับ 9 แอสซิสต์
     โดยถึงแม้ว่าช่วงก่อนหน้านี้อดีตนักเตะของโวล์ฟสบวร์ก จะยังไม่เคยพิสูจน์ฝีเท้าของตน้องกับสโมสรระดับท็อปของโลก ถึงกระนั้นด้วยผลงานในช่วงหลัง รวมถึงในศึกฟุตบอลโลกที่ผ่านมาทำให้เชื่อว่าเขาจะสามารถลงเล่นกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้แบบไม่มีปัญหา
    ประจวบเหมาะกับจังหวะที่มีข่าวว่า อองโตนี มาร์กซิยาล เริ่มไม่อยากนั่งสำรองในถิ่น โอล์ด แทร็ฟฟอร์ด อีกต่อไป และส่อย้ายออกจากทีมในช่วงตลาดซัมเมอร์นี้ ทำให้การเข้ามาของดาวเตะวัย 29 ปีถือว่าเหมาะสมเป็นอย่างมากที่จะเข้ามาเติมเต็มในจุดนี้

     ทั้งหมดที่กล่าวมาคือ 3 เหตุผลที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ควรจะดึงตัวแนวรุกดีกรีรองแชมป์โลกรายนี้มาร่วมทีม เพราะจะช่วยยกระดับทีม รวมถึงเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปในเกมรุกของทีมได้ไม่มากก็น้อยอย่างแน่นอนในฤดูกาลที่กำลังมาถึง