"ผู้แพ้" ที่น่ายกย่อง - "ผู้ชนะ" ที่น่ารังเกียจ

กีฬา > บทความ  :  3 ก.ค. 2561

ฟุตบอลเป็นเรื่องบ้าบอคอแตกจริง ๆ 

ทาคาชิ อินุอิ ยิงไกลสุดสวยให้ญี่ปุ่นนำเบลเยียม 2-0 แฟนบอลซามูไรดีใจสุดขีด แต่บางคนกลับรู้สึกว่าเบลเยียม สามารถกลับมาได้ทุกเมื่อ เพราะทั้งสองทีมนี้เล่นเกมบุกเข้าใส่กัน เกมจึงเต็มไปด้วยความสนุกสนานเร้าใจ 

นี่คือฟุตบอลโลกที่ทุกคนต้องการ 

 "ผู้แพ้" ที่น่ายกย่อง - "ผู้ชนะ" ที่น่ารังเกียจ

“ปีศาจแดงแห่งยุโรป” เป็นทีมที่ได้รับการคาดหมายว่าจะไปได้ไกลถึงแชมป์โลก เพราะนักเตะในทีมมี “อาวุธ” ครบเครื่องครบครัน 2 ประตูที่ตามตีเสมอ หนึ่ง คือ ลูกฟลุก สอง คือการโยนโหม่ง ต่อให้เป็นประตูที่ขี้เหร่ที่สุดก็ไม่มีใครปฏิเสธได้ลง 

ท้ายเกมเมื่อนักเตะอ่อนแรงและมีความกดดันสามารถเล่นเพลย์เซฟได้ แต่ญี่ปุ่นกลับยังเล่นเกมของตนเองด้วยต้องการเป็นผู้ชนะ เคสึเกะ ฮอนดะยิงฟรีคิกโคตรอันตรายหมายเป็นประตูชัย ทำให้ ติโบต์ กูร์ตัวส์ ต้องงัดซูเปอร์เซฟออกมาช่วยชีวิตเบลเยียมเอาไว้ 

จุดพีคจริงๆ เมื่อนายทวารร่างโย่งออกบอลเร็ว เล่นแบบโต้กลับในวินาทีสุดท้าย เควิน เดอ บรอยน์ ได้บอล จ่ายให้ โธมัส มูนิเออร์ ผ่านเข้ากลาง โรเมลู ลูกากู ข้ามบอลไปถึง นาเซอร์ ชาดลี ยิงให้เบลเยียมแซงชนะ 3-2 

ฟุตบอลเป็นเรื่องบ้าบอคอแตกจริง ๆ 

ไม่มีอะไรต้องพูดกันอีกสำหรับเกมนี้ ทุกคนต่างทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีที่สุดแล้ว นักเตะญี่ปุ่นนอนแผ่หรากลางสนาม ทั้งเหนื่อย ทั้งเศร้าเซ็ง ทั้งผิดหวัง แต่ความรู้สึกสุดท้ายคือ ความภาคภูมิใจที่ได้เล่นฟุตบอลแบบนี้ 

นอกสนามหญ้าสีเขียว แฟนบอลบนอัฒจันทร์เก็บขยะก่อนกลับบ้าน ในห้องแต่งตัวทีมชาติญี่ปุ่นถูกเก็บกวาดจนสะอาดเอี่ยมก่อนที่ทีมซามูไรจะเดินทางกลับออกไปพร้อมกระดาษโน้ตคำว่า “ขอบคุณรัสเซีย” 

นี่คือ ผู้ชนะอย่างแท้จริง 

 "ผู้แพ้" ที่น่ายกย่อง - "ผู้ชนะ" ที่น่ารังเกียจ

ในทางกลับกันทีมเต็ง 1 ของทัวร์นาเมนต์อย่าง บราซิล ไม่ลำบากยากเย็นนักในการเอาชนะเม็กซิโก 2-0 แต่ที่ยากในความรู้สึกก็คือ เนย์มาร์ พระเอกของทีมแซมบา

นักเตะที่สนใจเรื่องอื่นแทนที่จะเล่นฟุตบอลอย่างเดียวไปเป็นโจทก์ กับ มิเกล ลายุน จนกระทั่งแข้งเม็กซิกันแสร้งเหยียบที่ข้อเท้า ทำให้เนย์มาร์ ดิ้นพราด ๆ เหมือนว่าถูกตัดขาขาดสะบั้นไป

เนย์มาร์รู้ ทีมบราซิลรู้ ทีมเม็กซิโกรู้ แฟนบอลรู้ คนทั้งโลกต่างก็รู้ว่า ความเจ็บปวดไม่ได้มีอะไรหนักหนา แต่นักเตะที่ค่าตัวแพงที่สุดในโลก ดิ้นกระแด่ว ๆ อย่างน่าสมเพช เพียงเพราะต้องการให้คู่แข่งถูกใบเหลือง ใบแดง 

การเป็นผู้ชนะบางทีก็ไม่น่าชื่นชมหรือยกย่องอะไร เพราะพฤติกรรมที่น่ารังเกียจ

เราคงอยู่ในโลกที่เสแสร้งและหลอกลวงนานเกินไปจนชาชิน นักเตะที่เจ็บปวดเหมือนจะเป็นจะตายแล้วก็กลับมาเล่นต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น 

ความจริงถ้าฟีฟ่านำวีเออาร์มาใช้ในฟุตบอลโลกแล้ว น่าจะนำมาใช้ในการตัดสินแบบนี้ได้ ใครที่เล่นนอกเกม ทำร้ายคู่แข่ง อย่าง มิเกล ลายุน จะต้องถูกปรับหรือแบน ในขณะเดียวกัน เนย์มาร์ จะต้องถูกลงโทษเช่นเดียวกัน เพราะไม่ได้เล่นฟุตบอลแบบ “แฟร์เพลย์” พูดแบบตรงๆ คือ ทำให้ฟุตบอลเสื่อมเสีย 

คนจะมาเป็นนักฟุตบอลก็เพราะว่าตัวเองเลือกแล้ว  แต่การจะเป็นนักฟุตบอลแบบไหน ก็สุดแท้แต่ตัวเองจะเลือกเช่นเดียวกัน 

เนย์มาร์ คงเลือกแล้วว่าจะเป็นนักเตะอย่างไร จึงได้ “แสดง” ออกมาแบบนี้ 

"ผู้แพ้" ที่น่ายกย่อง - "ผู้ชนะ" ที่น่ารังเกียจ"ผู้แพ้" ที่น่ายกย่อง - "ผู้ชนะ" ที่น่ารังเกียจ