"อาร์เจนตินา"โฉมใหม่พร้อมความหวังแชมป์โลกสมัยที่3

กีฬา > บทความ  :  9 มิ.ย. 2561

เหลืออีกเพียงไม่กี่อึดใจแล้วที่มหกรรมฟุตบอลซึ่งยิ่งใหญ่ที่สุดของมวลมนุษยชาติอย่าง "ฟุตบอลโลก" จะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง โดยในปีนี้จะเป็นครั้งที่ 21

     โดยในขณะที่เหล่าบรรดา 32 ทีมสุดท้ายที่ได้สิทธิ์ลงแข่งขันในศึกเวิลด์ คัพ ครั้งนี้ก็อยู่ในช่วงการเข้าแคมป์เก็บตัว รวมถึงทำกระชับมิตรกับทีมต่างๆเพื่อเป็นการลองระบบผู้เล่น รวมไปถึงตัดตัวนักเตะให้เหลือ 23 คนสุดท้ายที่ดีที่สุดสำหรับการลงชิงชัยที่รัสเซีย

     สำหรับเต็งหนึ่งในปีนี้สื่อต่างๆทั่วโลก ยกให้ เยอรมัน แชมป์โลก 4 สมัย (1954, 1974, 1990, 2014) และบราซิล แชมป์โลก 5 สมัย (1958, 1962, 1970, 1994, 2002) มีภาษีที่ดีพอกัน เนื่องด้วยตัวผู้เล่น, กึ๋นของกุนซือ รวมไปถึงประสบการณ์ในเวทีฟุตบอลโลกที่ดูเหมือนว่าจะได้เปรียบทีมอื่นๆอยู่เล็กน้อย

     อย่างไรก็ตามในฟุตบอลโลก 2018 ครั้งนี้พวกเขาต้องพบกับคู่แข่งที่น่ากลัวหลากหลายทีม ทั้ง สเปน, ฝรั่งเศส, อังกฤษ รวมไปถึง อาร์เจนตินา ดีกรีแชมป์ 2 สมัย ที่หมายมั่นปั้นมือว่าจะหยิบโทรฟีในปีนี้มาครองให้ได้

     ก่อนที่การแข่งขันจะเริ่มขึ้นเรามาสำรวจความพร้อมของ “ทัพฟ้าขาว” ถึงเส้นทางการเข้ารอบสุดท้าย, ตัวนักเตะ และโค้ช รวมไปถึงโอกาสการคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 3 ของพวกเขาว่าจะมีความเป็นไปได้มากหรือน้อยเพียงใด

รายชื่อนักเตะ
     สำหรับ 23 ขุนพลชุดสุดท้ายของทีม “ฟ้าขาว” ที่ได้ไปลุยศึกฟุตบอลโลกนั้นต้องเรียกได้ว่าจัดเต็ม เพราะนำโดยสตาร์ดังมากมาย ทั้ง ฮาเวียร์ มาสเคราโน, อังเคล ดิ มาเรีย, ลิโอเนล เมสซี, เปาโล ดิบาลา , กอนซาโล อิกวาอิน และเซร์คิโอ อเกวโร แต่ไม่มีชื่อของ เมาโร อิคาร์ดี ศูนย์หน้าดาวซัลโว ของอินเตอร์ มิลาน และเซร์คิโอ โรเมโร นายทวารจอมเก๋าของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ผู้รักษาประตู : นาอวย กุซมันน์, วิลลี่ กาบาเยโร, ฟรังโก้ อาร์มานี
กองหลัง : คริสเตียน อันซัลดี, เฟเดริโก้ ฟาซิโอ, นิโคลัส โอตาเมนดี, มาร์กอส โรโฮ , นิโคลัส ทาเกลียฟิโก, มาร์กอส อากุนญา, กาเบรียล แมร์คาโด
กองกลาง : เอดูอาร์โด้ ซัลวิโอ, ลูคัส บิเกลีย, โจวานี โล เซลโซ, เอแวร์ บาเนกา, ฮาเวียร์ มาสเคราโน, มานูเอล ลานซินี, มักซิมิเลียโน่ เมซา, อังเคล ดิ มาเรีย, คริสเตียน ปาวอน
กองหน้า : ลิโอเนล เมสซี, เปาโล ดิบาลา , กอนซาโล อิกวาอิน, เซร์คิโอ อเกวโร

โค้ช : “ฮอร์เก ซามเปาลี”
     ต้องยอมรับว่าศึกฟุตบอลโลก 2018 ไม่ใช่การแข่งขันที่ราบรื่นสำหรับ อาร์เจนตินา สักเท่าไหร่ เพราะพวกเขาต้องใช้โค้ชถึง 3 คนกว่าจะผ่านเข้ามาสู่การแข่งขันรอบสุดท้ายได้ เนื่องด้วยผลงานทีมที่ย่ำแย่ เกราร์โด มาร์ติโน เมื่อปี 2016 หลังพาทีมชวดแชมป์โกปา อเมริกา พร้อมพาทีมเก็บได้เพียง 10 แต้มจาก 5 นัดในรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก โซนอเมริกาใต้
    หลังจากนั้น “ฟ้าขาว” ก็แต่งตั้งให้ เอ็ดการ์โด เบาซา เข้ามาคุมทัพแทน แต่ผลงานทีมกลับไม่ดีขึ้นด้วยการไม่ชนะถึง 5 นัดจาก 8 นัดหลังสุดพร้อมทำให้ทีมสุ่มเสี่ยงที่จะไม่ได้ไปเล่นในรอบสุดท้ายเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1970 จนสุดท้ายต้องถูกตะเพิดจากตำแหน่ง
    เป็นเหตุให้ สมาคมฟุตบอลอาร์เจนตินา (เอเอฟเอ) ต้องเฟ้นหาเฮดโค้ชที่มีดีกรี และความสามารถเพื่อกู้สถานการณ์ของทีมให้ได้ และผู้นั้น คือ ฮอร์เก ซามเปาลี อดีตเทรนเนอร์ทีมชาติชิลี และเซบียา ที่มีดีกรีเคยพาทีมชาติชิลีคว้าแชมป์ โคปา อเมริกา เมื่อปี 2015 ซึ่งเจ้าตัวก็เข้ามาเปลี่ยนโฉมหน้าทีมด้วยการเริ่มให้โอกาสผู้เล่นคนใหม่ๆซึ่งผลงานดี แม้จะไม่ค่อยมีชื่อเสียงมากนัก รวมไปถึงการเปลี่ยนสไตล์การเล่นของทีมให้เน้นเกมรุก และเพรสซิงสูง
    ผลปรากฏว่าแม้จะเป็นแค่ช่วงเวลา 4 นัดที่เจ้าตัวได้คุมทัพ แต่ทีม “ฟ้าขาว” ก็ดูดีขึ้นอย่างชัดเจนจนสุดท้ายคว้าอันดับ 3 ของโซนพร้อมผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายได้สำเร็จ อย่างไรก็ตาม ซามเปาลี ก็ยังถูกสื่อ รวมถึงแฟนบอลวิจารณ์อยู่เรื่อยๆเกี่ยวกับฝีมือว่าเขาเหมาะสมจะเป็นกุนซือของทีมชาติอาร์เจนตินาจริงๆหรือไม่
     ทำให้ในศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้เป็นโอกาสอันดีที่เทรนเนอร์วัย 57 ปีจะได้พิสูจน์ตัวเองว่าเขาดีพอที่จะคุมทีมระดับบิ๊กเนมของโลกดังกล่าวแค่ไหน และจะพาทีมไปได้ไกลเพียงใดในการแข่งขันครั้งนี้

ผู้เล่นน่าจับตามอง : ลิโอเนล เมสซี
    เป็นที่ทราบกันดีว่า อาร์เจนตินา มีขุมกำลังนักเตะที่แข็งแกร่ง และมีชื่อชั้นระดับโลกอยู่ในทีมมากมาย นำมาโดย ลิโอเนล เมสซี กองหน้ากัปตันทีม บาร์เซโลนา
    ส่วนในตำแหน่งต่างๆใน 23 คนสุดท้าย ไล่ต้องแต่ผู้รักษาประตู, กองหลัง, กองกลาง และกองหน้าก็ถือว่าน่าพอใจ เพราะมีทั้งผู้เล่นประสบการณ์สูง และผู้เล่นฟอร์มสดผสมกัน ทั้ง นิโคลัส โอตาเมนดี, ฮาเวียร์ มาสเคราโน, อังเคล ดิ มาเรีย, เซร์คิโอ อเกวโร , กอนซาโล อิกวาอิน และเปาโล ดีบาลา แต่ที่ขัดใจแฟนบอลคือการไม่มีชื่อของ เมาโร อิคาร์ดี ที่ยิงไป 29 ประตู จาก 34 นัด พร้อมคว้าดาวซัลโวกัลโช เซเรีย อา ประจำฤดูกาลนี้ เนื่องจาก ซามเปาลี มองว่าแนวรุกของพวกเขาเพียงพอแล้ว
    โดยผู้เล่นที่น่าจับตามองคงจะหนีไม่พ้น เมสซี ที่ยิงในทีมชาติไปแล้ว 64 ประตู และเป็นคีย์แมนสำคัญของทีม โดยจากสถิติพบว่า “ฟ้าขาว” เก็บได้เพียง 7 คะแนนจาก 8 นัดเมื่อทีมไม่มีแข้งวัย 30 ปีรายนี้ในทีม ซึ่งในครั้งนี้เจ้าตัวถือมีความมุ่งมั่นเป็นอย่างมาก เพราะเขายังขาดเพียงตำแหน่งแชมป์โลกเท่านั้นในอาชีพการค้าแข้ง
    ส่วนอีก 1 แข้งที่ควรจะจับตามอง คือ อังเคล ดิ มาเรีย ปีกจอมพริ้วจาก ปารีสา แซงต์ แชร์กแมง ที่เป็นอีก 1 กลไกสำคัญในเกมรุกของทีม เพราะเจ้าตัวคือ 1 ใน 2 ผู้เล่นที่ได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงใน 18 เกมของรอบคัดเลือก และเป็นตัวพลิกเกมได้ในหลายๆแมตช์ โดยจุดเด่นของแข้งรายนี้คือจังหวะการเลี้ยงริมเส้นที่ยอดเยี่ยม รวมถึงการแอสซิสต์ที่แม่นยำให้กับเพื่อนร่วมทีม
      นอกจากนั้นยังมีบรรดาผู้เล่นอย่าง เซร์คิโอ อเกวโร , กอนซาโล อิกวาอิน และเปาโล ดีบาลา ที่จะสร้างปัญหาให้เกมรับฝั่งตรงข้ามจึงทำให้สื่อคาดการณ์ว่าพวกเขาน่าจะผ่านรอบแรกที่ต้องอยู่ร่วมสายกับ ไอซ์แลนด์, โครเอเชีย และไนจีเรีย ได้อย่างไม่ยากเย็น แต่ในรอบต่อๆไปต้องมาลุ้นว่าคู่แข่งจะเป็นใคร

สถิติที่น่าสนใจของ“ฟ้าขาว”ในฟุตบอลโลก
    อาร์เจนตินา เคยคว้าแชมป์โลก 2 ครั้งจากการเข้าชิงชนะเลิศ 5 ครั้งคือในปี 1978 และ1986 ส่วนการเข้าชิงชนะเลิศครั้งล่าสุดคือในปี 2014 ที่พวกเขาพ่ายต่อ เยอรมัน ไป 1-0
    นักเตะที่ลงเล่นในศึกเวิลด์ คัพ มากที่สุดของทีมชาติอาร์เจนตินา คือ ดิเอโก มาราโดนา ด้วยจำนวน 21 เกมจากศึกฟุตบอลโลก 4 ครั้ง (1982, 1986, 1990, 1994) ส่วนดาวซัลโวในศึกฟุตบอลโลกของอาร์เจนตินา คือ กาเบียล บาติสซูตา ด้วยจำนวน 10 ประตู
     ทีมชาติอาร์เจนตินา ลงเล่นในฟุตบอลโลกทั้งหมด 77 เกม ทำไป 131 ลูก และเสีย 84 ลูก