มวยไทยพาเหรดทะลุชิงแชมป์โลก

เป้าหมาย 6 ทองไม่ไปไหน

การแข่งขันมวยไทยสมัครเล่นชิงแชมป์โลกศึก "อิฟม่า มวยไทย เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2018" เมื่อวันที่ 17 พ.ค.ที่เมืองแคนคุน ประเทศเม็กซิโก เป็นการชิงชัยในรอบรองชนะเลิศ โดยก่อนหน้านี้นักชกไทยสามารถผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศมาได้แล้ว 2 คน คือ รุ่นไลท์ฟลายเวท 48 กก. ชาย "เพชรพันล้าน เพชรสี่หมื่น" อภิเชษฐ์ นาคแก้ว นักมวยดาวรุ่งดวงใหม่ และ รุ่นฟลายเวท 51 กก. ชาย "นกกระจิบ ศิษย์พ่อแอ๊ด" อานนท์ พลกระโทก อดีตแชมป์เก่า 4 สมัย

นักชกไทยมีคิวลงสนามอีก 4 คน ได้แก่ รุ่นเฟเธอร์เวท 57 กก. "แสน ปิ่นสินชัย" วิวัฒน์ คำทา แชมป์เก่า 3 สมัย, รุ่นไลท์เวท 60 กก. "ขวัญ ส.เพลินจิต" ประวิทย์ ชิลนาค อดีตแชมป์ปี 60 ที่เบลารุส, รุ่นไลท์มิดเดิ้ลเวท 71 กก. "ยอดวิชา เข้มมวยไทยยิม" คมสัน ทันตะขบ นักชกหน้าใหม่ในนามทีมชาติ และ รุ่นแบนตั้มเวท 54 กก. "สปิ้นเตอร์ แป๋งกองปราบ" โชติชนินทร์ โคกกระชาย แชมป์เมื่อปีที่แล้ว 

ผลปรากฏว่า 3 นักชกไทยผ่านเข้าไปสู่รอบชิงชนะเลิศเป็นผลสำเร็จ ประกอบด้วย "แสน ปิ่นสินชัย"  ชนะคะแนน อัลมาส ซารีเมอร์คอฟ จากคาซัคสถาน 3-0 เสียง ผ่านเข้าไปชิงเหรียญทองกับ วาลาดีเมีย มาคาส ของยูเครน

"ขวัญ ส.เพลินจิต"  ชนะคะแนน วาดี้ เฟลิเป้ ของสวีเดน 3-0 เสียง ลอยลำเข้าไปชิงฯพบกับ อลิส บีเจ้นส์ ชาวรัสเซีย และ  "ยอดวิชา เข้มมวยไทยยิม" ชนะน็อค โอกัส เยดิเรม คู่แข่งชาวตุรกี ยกที่สอง  ผ่านเข้าไปชิงเหรียญทองพบ อังเดร คูราบิน นักชกตัวเก๋าของเบลารุส 

"สปิ้นเตอร์ แป๋งกองปราบ" โชติชนินทร์ แพ้ มิคาไล ซาวิโดกี้ จากเบลารุส   0-3 เสียง ได้เหรียญทองแดงไปปลอบใจ

อ.สุรัตน์ เสียงหล่อ เฮดโค้ชทีมชาติไทย เปิดเผยว่า จากนักมวยไทย 8 รุ่นที่มาถึงรอบตัดเชือกเวลานี้เราสามารถผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศได้แล้ว 5 รุ่น ยังเหลือมีลุ้นนักมวยหญิงอีก 2 คน คือ "โลมา ลูกบุญมี" สุภิสรา คนหลัก แชมป์เก่า และ "ชมมณี ส.เต๊ะหิรัญ" หยาดรุ้ง เต๊ะหิรัญ เจ้าของสุดสวยมวยไทยโลก หากทั้งสองคนสามารถผ่านรอบนี้ไปได้อีกก็จะทำให้ทัพมวยไทยเรามีลุ้นถึง 7 เหรียญทอง แต่น่ากังวลเรื่อววิธีการให้คะแนนของผู้ตัดสินมวยไทยในรายการนี้มันกลายพันธ์ุไปเสียแล้ว บางครั้งแค่เตะขัดขาหรืออีกฝ่ายทำให้คู่แข้งล้มลงไปก็ได้คะแนนแล้ว ทั้งที่จริงวิธีการให้คะแนนแบบสากลมันมีกฏกติกาอยู่อย่างชัดเจนว่า ทำอย่างไรถึงจะได้แต้ม บุกอย่างไรจึงจะได้คะแนน หรือ ตั้งรับอย่างไรไม่ให้ตัวเองเสียแต้ม แต่ไม่รู้ว่า ทำไมการตัดสินจึงออกมาค้านสายตาหลายคู่ ส่วนตัวก็ได้ย้ำนักมวยไทยทั้งหมดว่า ต้องทำคะแนนให้ขาด เพื่อเป้าหมาย 6 เหรียญทอง 

สำหรับนักมวยไทยที่ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศเป็นที่เรียบร้อย ได้แก่ รุ่นไลท์ฟลายเวท 48 กก. ชาย "เพชรพันล้าน เพชรสี่หมื่น" อภิเชษฐ์ นาคแก้ว นักมวยดาวรุ่งดวงใหม่ กับ รุ่นฟลายเวท 51 กก. ชาย "นกกระจิบ ศิษย์พ่อแอ๊ด" อานนท์ พลกระโทก อดีตแชมป์เก่า 4 สมัย, รุ่นเฟเธอร์เวท 57 กก. "แสน ปิ่นสินชัย" วิวัฒน์ คำทา ดีรกีแชมป์เก่า 3 สมัย, รุ่นไลท์เวท 60 กก. "ขวัญ ส.เพลินจิต" ประวิทย์ ชิลนาค อดีตแชมป์ปี 60 ที่เบลารุส และ รุ่นไลท์มิดเดิ้ลเวท 71 กก. "ยอดวิชา เข้มมวยไทยยิม" คมสัน ทันตะขบ นักชกหน้าใหม่ที่มารับใช้ชาติเป็นครั้งแรก ส่วนนักชกหญิงอีก 2 คนที่จะลงทำการแข่งขันคือ รุ่นฟินเวท 45 กก. "โลมา ลูกบุญมี" สุภิสรา คนหลัก แชมป์เก่าปีที่แล้ว และ รุ่นแบนตั้มเวท 54 กก. "ชมมณี ส.เต๊ะหิรัญ" หยาดรุ้ง เต๊ะหิรัญ