ไทยมีลุ้นจัดยูธโอลิมปิกเกมส์ 2026

'บิ๊กตู่' หวังเห็นนักกีฬาไทยพัฒนาไปสู่ระดับโอลิมปิกมากกว่านี้

โธมัส บาค ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) ชาวเยอรมนี พร้อมด้วย ชีค อาหมัด อัล ฟาฮัด อัล ซาบาห์ ประธานสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย (โอซีเอ) , นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ นายสกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เดินทางไปเข้าพบ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 17 เมษายน

ภายหลังจากการหารือด้านการพัฒนากีฬาร่วมกัน นายสกล เปิดเผยว่า ในการพบปะกันได้มีการพูดคุยกันใน 2 ประเด็นหลักๆ คือการที่ไทยจะขอเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันยูธโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 5 ในปี 2026 กับเรื่องของการผลักดันกีฬามวยไทยให้บรรจุในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2024 

ทั้งนี้  โธมัส บาค ได้กล่าวกับพล.อ.ประยุทธ์ว่าทุกอย่างนั้นจะต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการไอโอซี สำหรับกีฬามวยไทยนั้น จำเป็นจะต้องผ่านเกณฑ์ในหลายๆข้อ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความนิยมทั่วโลก, การพัฒนาของชนิดกีฬา, ประวัติความเป็นมา และยังรวมถึงการพัฒนาในระดับเยาวชนด้วย ทั้งหมดนั้นจะต้องให้ประเทศสมาชิกยอมรับจึงจะมีโอกาสเข้าไปอยู่ในโอลิมปิกเกมส์ได้

“สำหรับยูธโอลิมปิกเกมส์นั้น โธมัส บาค ได้ชื่นชมประเทศไทยอย่างมากหลังจากที่ได้ไปชมศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา ของ กกท.และเชื่อว่ารัฐบาลนั้นมีแผนงานที่ชัดเจนในการสนับสนุนกีฬา ทำให้มองว่ามีโอกาสไม่น้อยที่ไทยจะสามารถเป็นเจ้าภาพได้ แต่ต้องขึ้นอยู่กับว่ามีชาติใดเสนอตัวเป็นเจ้าภาพบ้าง” นายสกลกล่าว

“บิ๊กเสือ” กล่าวอีกว่า ประธานโอลิมปิกสากล  ได้ขอบคุณประเทศไทยที่เป็นเจ้าภาพการจัดประชุม “สปอร์ตแอคคอร์ด 2018” และเชื่อมั่นว่านักกีฬาไทยมีศักยภาพที่จะคว้าเหรียญรางวัลในโอลิมปิกเกมส์ได้ นอกเหนือจาก 3 ชนิดกีฬาที่เคยได้เหรียญมาก่อนหน้านี้ คือ มวยสากลสมัครเล่น, ยกน้ำหนัก และเทควันโด ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ ก็บอกว่าอยากให้นักกีฬาไทยได้เหรียญรางวัลมากกว่า 3 ชนิดกีฬานี้เช่นกัน และหวังว่าชนิดกีฬาอื่นๆ จะพัฒนาตัวเองขึ้นมาจนคว้าเหรียญรางวัลได้