5 สวิงคลื่นลูกใหม่แห่งแอลพีจีเอ 2018

กีฬา > บทความ  :  16 เม.ย. 2561

ฤดูกาล 2018 การดวลวงสวิงในศึกแอลพีจีเอ ทัวร์ นอกจากการขับเคี่ยวของบรรดาโปรกอล์ฟชื่อดังแล้ว

อีกสิ่งที่น่าจับตามองไม่แพ้กันคงหนีไม่พ้นการผลัดกันก้าวขึ้นมาสร้างสีสันของเหล่าโปรดาวรุ่งซึ่งต้องยอมรับว่าคลื่นลูกใหม่เหล่านี้มีฝีไม้ลายมือที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว


นานนา โคแอร์สท์ซ แมดเซน (เดนมาร์ก)

ก้านเหล็กสาวจากเดนมาร์กเคยผ่านประสบการณ์ติดทีมสวิงโคนมไปลุยโอลิมปิกเกมส์ 2016 ที่นครริโอ เด จาเนโร ที่บราซิลมาแล้ว

โดยโปรสาวที่มี เจสัน เดย์ เป็นไอดอล ได้รับทัวร์การ์ดลงเล่นในแอลพีจีเอทัวร์ประจำปี 2018 เต็มฤดูกาล หลังหอบแชมป์ในซิเมตรา ทัวร์ (การแข่งขันกอล์ฟหญิงของโปรมือสมัครเล่น และโปรอาชีพจากที่ต่างๆ ทั่วทุกมุมโลกที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิกของแอลพีจีเอ) ได้ 3 รายการเมื่อปีที่แล้ว โดยติดอันดับ 4 ของนักกอล์ฟทำเงินสูงสุด 93,115 ดอลลาร์ในรายการดังกล่าว และยังเป็นผู้เล่นที่ทำแต้มต่ำสุดของศึกซิเมตรา ทัวร์ ในรอบ 7 ปี ด้วยการกดไป 22 อันเดอร์พาร์ จาก 72 หลุม พ่วงด้วยผู้เล่นที่มีคะแนนเฉลี่ยต่ำที่สุด 69.694 จาก 12 รายการที่ลงแข่งขัน

อย่างไรก็ตามผลงานหลังออกสตาร์ทในแอลพีจีเอ ทัวร์ ปีนี้ ต้องบอกว่าโปรจากโคเปนเฮเกนต้องเจอความท้าทายที่หนักกว่าทุกครั้งเมื่อยังไม่สามารถก้าวขึ้นไปติด 10 อันดับแรกจาก 5 รายการที่ผ่านมาได้เลยและจากจำนวนทั้งหมดไม่ผ่านตัดตัวไปอีก 2 รายการด้วยกัน

 

จอร์เจีย ฮอลล์ (อังกฤษ)

ถูกวางเป็นตัวเต็งลำดับต้นๆ ในการขับเคี่ยวกับ โค จิน ยอง โปรสาวเกาหลีใต้ สำหรับการชิงชัยตำแหน่งนักกอล์ฟหน้าใหม่แห่งปี

โดยโปรสาววัย 21 ปีจากเกาะอังกฤษ เริ่มเล่นกอล์ฟตั้งแต่อายุเพียง 7 ขวบ กระทั่งมาเทิร์นโปรเมื่อปี 2014 เคยสร้างประวัติศาสตร์เป็นโปรสาวเมืองผู้ดีในรอบกว่า 100 ปี ที่สามารถคว้าเหรียญทองมาได้ในรายการยูธโอลิมปิกเกมส์ 2013 ที่ออสเตรเลีย ซึ่งลงแข่งในฐานะตัวแทนจากทีมสหราชอาณาจักร 

ขณะที่ในรายการระดับอาชีพปี 2017 ถือเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดของนักกอล์ฟสาวจากเมืองบอร์นมัธเลยก็ว่าได้ เมื่อได้รับเลือกให้คว้าตำแหน่งนักกอล์ฟแห่งปีและผู้เล่นที่ทำเงินรางวัลรวมสูงสุดใน “เลดี้ ยูโรเปี้ยนทัวร์” 368,935 ดอลลาร์ จาก 10 รายการที่ลงแข่งขัน

ส่วนในแอลพีจีเอ “ฮอลล์” สร้างชื่อให้ตัวเองเมื่อสามารถเบียดบรรดาโปรชื่อดังด้วยการเข้าป้ายเป็นที่ 3 ในรายการระดับเมเจอร์ “ริโกห์ วีเมนส์ บริติช โอเพ่น” ที่สกอต์แลนด์ จากนั้นรักษาฟอร์มต่อเนื่องมาติด 10 อันดับแรกในกอล์ฟเมเจอร์เอวิยอง แชมเปี้ยนชิพ ที่ฝรั่งเศส

แม้ผลงานการผ่านเข้ามาเล่นแอลพีจีเอแบบเต็มตัวปีนี้เป็นปีแรกจะไม่เปรี้ยงปร้างเท่าใดนักแต่ด้วยฝีไม้ลายมือและวงสวิงที่น่าจับตาเชื่อว่าอีกไม่นานสาวน้อยจากเมืองผู้ดีรายนี้จะบันทึกชื่อบนความสำเร็จในระดับกอล์ฟอาชีพหญิงได้ไม่ยาก

 

ฮันนาห์ กรีน (ออสเตรเลีย)

โปรสาวชาวออสเตรเลีย ซึ่งมี แคร์รี เวบบ์ กับ อดัม สกอตต์ 2 โปรชื่อดังเป็นแรงบัลดาลใจในการเล่นกอล์ฟก้าวขึ้นมาอยู่ในระดับท็อป 100 ของวงการได้ตั้งแต่อายุ 21 ปี

คลื่นลูกใหม่จากเมืองเพิร์ธเริ่มเทิร์นโปรเมื่อตุลาคมปี 2017 หลังจากสร้างผลงานได้อย่างโดดเด่นในการแข่งขันระดับซิเมตรา ทัวร์ เมื่อปีที่แล้ว โดยสามารถกวาดแชมป์ไป 3 รายการ, ติด 5 อันดับแรก 9 ครั้ง, 10 อันดับแรก อีก 12 เที่ยว จากการลงแข่งทั้งหมด 20 รายการ จนเข้าป้ายนักกอล์ฟทำเงินรางวัลสะสมรวมสูงสุดลำดับที่ 2 จำนวน 113,880 ดอลลาร์ พร้อมสิทธิ์รับทัวร์การ์ดลงเล่นในแอลพีจีเอทัวร์ ประจำปี 2018 เต็มฤดูกาล

อย่างไรก็ตามผลงานที่ดีที่สุดของฮันนาห์ กรีน คือการเข้าป้ายรองแชมป์กอล์ฟ “เลดี้ ยูโรเปี้ยนส์ ทัวร์” ที่นิวซีแลนด์ เมื่อปี 2015 โดยแพ้ให้แชมป์อย่าง ลิเดีย โค โปรสาวชื่อดังไป 4 สโตรค

ขณะที่ผลงานออกสตาร์ทรายการแรกในแอลพีจีเอทัวร์ปีนี้ที่บาฮามาสอาจไม่ได้หวือหวาอะไรมากนักเมื่อจบที่ 11 ร่วม แต่ก็ยังถือว่าโชว์ผลงานได้ดีในระดับหนึ่งกระทั่งมาท็อปฟอร์มด้วยการจบอันดับ 3 ในรายการ “ไอเอสพีเอส ฮานดา วีเมนส์ ออสเตรเลียน โอเพ่น” บนดินแดนบ้านเกิด

“ฉันต้องการลงเล่นในระดับเมเจอร์ทั้งหมดและการจะไปถึงจุดนั้นได้คือต้องพยายามกวาดเงินรางวัลสะสมให้มากที่สุด ซึ่งที่ผ่านมาฉันคิดว่าตัวเองทำเงินรางวัลในแอลพีจีเอได้มากขึ้นกว่าปีที่แล้วในซิเมตรา ทัวร์ ทั้ง 20 รายการ” กรีน ให้สัมภาษณ์ผ่านถึงเป้าหมายในการลงเล่นแอลพีจีเอ ทัวร์ เป็นปีแรก 

“แน่นอนมันแตกต่างกันมาก แต่ก็คุ้มค่ามากๆ ในเวลานี้” โปรสาววัย 21 ปี ทิ้งท้าย

 

โค จิน ยอง (เกาหลีใต้)

กลายเป็นที่พูดถึงอย่างมากหลังสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักกอล์ฟคนแรกในรอบ 67 ปี ที่คว้าแชมป์แอลพีจีเอได้ตั้งแต่รายการแรกที่ลงแข่งขันต่อจากเบเวอร์ลีย์ แฮนสัน ที่ทำไว้เมื่อปี 1951

โปรสาววัย 22 ปี ซึ่งเกิดที่ซูวอน เมืองแห่งมรดกโลกของเกาหลีใต้ เริ่มเทิร์นโปรตั้งแต่ปี 2013 และมีดีกรีเป็นแชมป์กอล์ฟอาชีพหญิงของเกาหลีใต้ (เคแอลพีจีเอ) 10 สมัย

เริ่มเป็นที่จับตามองหลังได้รองแชมป์แอลพีจีเอ ทัวร์ ระดับเมเจอร์ในรายการ “ริโกห์ วีเมนส์ บริติช โอเพ่น” ที่เมืองเทิร์นเบอร์รี ของสกอตแลนด์ เมื่อปี 2015 โดยตอนนั้นเธอเพิ่งจะอายุแค่ 20 ปี และต้องมาพลาดเสียแชมป์ให้แก่ ปาร์ค อินบี โปรกอล์ฟรุ่นพี่ไปอย่างน่าเสียดายเนื่องจากขึ้นนำอยู่ 3 สโตรคในวันตัดสินแต่มาโดนแซงเอาตอนเหลือ 9 หลุมสุดท้าย

อย่างไรก็ตามด้วยหัวจิตหัวใจอันมุ่งมั่น โค จิน ยอง ลบฝันร้ายด้วยการกลับมาเดินหน้าสร้างผลงานได้โดเด่นจนสามารถก้าวขึ้นมาเป็นแชมป์ “ไอเอสพีเอส ฮานดา วีเมนส์ ออสเตรเลียน โอเพ่น” ที่ออสเตรเลีย ได้สำเร็จในทัวร์าเมนท์แอลพีจีเอ รายการที่ 2 ของปีเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

หลังจากความสำเร็จบนดินแดนจิงโจ้เวลานี้โปรสาวจากซูวอนขยับขึ้นมารั้งในอันดับ 18 จากการจัดอันดับของ “โรเล็กซ์ เวิลด์ แรงกิ้ง” พร้อมโกยเงินรางวัลไปแล้วทั้งสิ้นกว่า 300,000 ดอลลาร์ จากการลงแข่งในไปแล้ว 7 รายการ

 

ปาร์ค ซอง ฮยอน (เกาหลีใต้)

ถือเป็นโปรกอล์ฟสาวที่พุ่งแรงที่สุดหลังจากก้าวขึ้มาเป็นนักกอล์ฟหญิงลำดับ 2 ในประวัติศาสตร์แอลพีจีเอ ทัวร์ ที่กวาดทั้งตำแหน่งผู้เล่นหน้าใหม่และผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีทั้ง 2 รางวัลในปีเดียวกัน ต่อจาก แนนซี โลเปซ อดีตตำนานโปรสาวมะกันที่ทำไว้เมื่อปี 1978

ก่อนจะก้าวขึ้นมาเล่นในระดับแอลพีจีเอทัวร์ ปาร์ค ซอง ฮยอน ประสบความสำเร็จอย่างสูงจากการแข่งขัน “เคแอลพีจีเอ” (KLPGA) การแข่งขันกอล์ฟอาชีพหญิงของเกาหลีใต้ ซึ่งเป็น 1 ใน 5 ทัวร์ ที่ได้รับการยอมรับว่าดีที่สุดของบรรดานักกอล์ฟหญิง โดยปี 2016 ประสบความสำเร็จเป็นแชมป์ได้ถึง 7 รายการ และครองอันดับนักกอล์ฟที่ทำเงินรางวัลสูงสุด แถมในปีเดียวกันยังเป็นนักกอล์ฟหญิงที่ถูกจัดอยู่ในอันดับท็อป 10 ของโลกทั้งที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิกของแอลพีจีเอแบบเต็มตัว

นอกจากนี้ในวัยเพียงแค่ 24 ปี แต่ ปาร์ค ซอง ฮยอน สามารถบันทึกชื่อตัวเองบนความสำเร็จในระดับกอล์ฟเมเจอร์หญิงได้แล้วเมื่อเข้าป้ายแชมป์ “ยูเอส วีเมนส์ โอเพ่น” เมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้วแถมความสำเร็จดังกล่าวยังเป็นการเข้ามาโลดแล่นในฐานะสมาชิกแอลพีจีเอทัวร์แบบเต็มตัวเป็นปีแรกอีกด้วย โดยในปี 2017 ที่ผ่านมายังเป็นนักกอล์ฟที่กวาดเงินรางวัลรวมไปสูงสุด 2,335,883 ดอลลาร์ จากการเป็นแชมป์ 2 รายการ, รองแชมป์อีก 2 ครั้ง และติดใน 10 อันดับแรกอีก 11 รายการด้วยกัน

แม้ปี 2018 โปรสาวมาดนิ่งที่ปัจจุบันรั้งอันดับมือ 4 ของโลก จะยังไม่คว้าแชมป์รายการใดๆ มาครองได้เลย แต่จากผลงานในช่วง 2-3 รายการหลังก็เริ่มแสดงให้เห็นว่าแล้วว่าวงสวิงของเธอเริ่มจะกลับมาเข้าที่อีกครั้งซึ่งทำให้มั่นใจได้ว่าความสำเร็จในปีนี้ยังรอให้โปรสาวแดนโสมก้าวไปพิชิตได้ในไม่ช้า

ปีที่ผ่านมาถือเป็นฤดูกาลที่บรรดานักกอล์ฟหน้าใหม่ก้าวขึ้นมาสร้างผลงานได้อย่างแข็งแกร่ง โดยโปรสาว 12 จาก 37 ราย สามารถขึ้นไปติดใน 100 อันดับแรกของนักกอล์ฟทำเงินรางวัลรวมสูงสุด ขณะที่ในปีนี้เหล่ากูรูก็ยังเชื่อว่าจะมีก้านเหล็กคลื่นลูกใหม่อีกหลายรายที่จะขึ้นมาสร้างสีสันให้แอลพีจีเอ ทัวร์ ได้อีกเช่นเคย

เรียบเรียงโดย : พชร นาคจู