"บ็อกซิงเดย์" ช่วงเวลาวัดใจของพรีเมียร์ลีก

กีฬา > บทความ  :  26 ธ.ค. 2560

เวลานี้ได้เข้าสู่ช่วงเทศกาลสำคัญอีกเทศกาลหนึ่งของคนตะวันตกซึ่งก็คือ เทศกาลคริสต์มาส ที่แพร่หลายไปทั่วโลก

  อย่างไรก็ตามสำหรับวงการลูกหนังอังกฤษหลังจบคริสต์มาส พวกเขาก็จะเข้าสู่ช่วงเวลาที่สำคัญและถือเป็นช่วงวัดใจของฤดูกาลที่เรียกว่า บ็อกซิงเดย์ หรือ วันแกะกล่องของขวัญ

ความเป็นมา

    ทุกวันที่ 26 ธันวาคมของทุกปี จะเป็นวัน “บ็อกซิ่งเดย์” (Boxing Day) ในต่างประเทศเช่น อังกฤษและประเทศในเครือจักรภพ ถือว่าวันนี้เป็นวันหยุดธนาคารหรือวันหยุดราชการ (หากวันที่ 26 ธันวาคม ตรงกับวันเสาร์หรือวันอาทิตย์ ก็จะประกาศให้หยุดชดเชยวันจันทร์)
    สำหรับที่มาของวันเปิดกล่องของขวัญนั้นมีอยู่ 2 ตำนาน
    ตำนานแรก คือ สมัยก่อนยุคที่คนอังกฤษเดินทางโดยเรือเดินสมุทรไปค้าขายรวมถึงออกมองหาเมืองขึ้นด้วย ในเรือคนอังกฤษจะมีกล่องประจำเรืออยู่กล่องหนึ่งที่จะปลุกเสก ซึ่งทำพิธีโดยบาทหลวง และในกล่องนั้นจะมีเงินใส่ไว้จำนวนหนึ่งถือเป็นกล่องศักดิ์สิทธิ์ประจำเรือ จนเมื่อเดินทางถึงบ้านโดยปลอดภัย กัปตันเรือจะขนกล่องที่มีเงินในกล่องดังกล่าวไปให้กับพระหรือบาทหลวง เป็นการขอบคุณ บาทหลวงท่านก็จะเก็บไว้ รอจนถึงทำพิธีคริสต์มาสเสร็จ วันรุ่งขึ้น (26 ธ.ค.) ก็จะเปิดกล่อง แล้วนำเงินในกล่องไปซื้อของขวัญบรรจุกล่องใหม่เป็นกล่องเล็กๆ ส่งต่อไปให้คนยากจน
    ตำนานที่ 2 ในช่วงคริสต์มาสขุนนางหรือสุภาพสตรีสูงศักดิ์จะจัดงานเลี้ยงสำคัญและพอเสร็จงานก็จะทำอาหารใส่กล่องไปแจกบรรดาลูกน้อง หรือผู้เช่าที่ดินของตนในวันรุ่งขึ้นหลังคริสต์มาส จนกลายเป็นประเพณีแจกกล่องไปอีกเหมือนกัน โดยค่อยๆเปลี่ยนจากกล่องอาหารเป็นกล่องของขวัญอื่นๆในภายหลัง
    นอกจากนี้ยังอีกกระแสหนึ่งเชื่อว่า ที่มาของ “บ็อกซิงเดย์” เกิดจากกรณีที่ในช่วงวันคริสตมาส (25 ธ.ค.) ซึ่งควรจะเป็นวันหยุด แต่มีลูกจ้างส่วนหนึ่งที่ยังถูกร้องขอให้ทำงานในวันคริสต์มาสเนื่องจากเป็นงานเร่งด่วน เมื่องานเสร็จในวันรุ่งขึ้น ทางนายจ้างก็จะให้ “ของขวัญ”เป็นเชิงขอบคุณเพิ่มเติมไปจากค่าจ้างปกติ ทำให้กลายเป็นประเพณีที่นายจ้างหรือผู้ใหญ่มักจะให้ของขวัญแก่ลูกน้อง
    อย่างไรก็ตามหากพูดถึงวงการลูกหนังแล้ว “บ็อกซิ่งเดย์” เป็นวันที่ทุกคนจะพาครอบครัวออกไปชมเกมในวันหยุดกันแบบพร้อมหน้าพร้อมตา ขณะที่นักฟุตบอลก็จะต้องเผชิญกับโปรแกรมอันหฤโหดที่จะต้องลงพะเนืองแข้งกันอย่างหนักในเวลานี้

บ็อกซิงเดย์ในความทรงจำ

    นอกจากเป็นช่วงที่มีโปรแกรมลงเตะแบบถี่ยิบแล้ว อีกสิ่งที่ถือเป็นไฮไลท์ของบ็อกซิงเดย์ คือ การยิงกันแบบถล่มทลายจนเป็นที่กล่าวขานถึงช่วงเวลาดังกล่าว
ปี 2012 : อาร์เซนอล 7-3 นิวคาสเซิล
    หากบอกเพียงสกอร์ที่เกิดขึ้นอย่างเดียว หลายคนอาจนึกว่าเป็นการแข่งขันเทนนิสเกมใดเกมหนึ่งก็เป็นได้
    เกมที่มีการยิงประตูรวมกันสองฝั่ง 10 ลูก ทั้งที่ครึ่งแรกเสมอกันอยู่ที่ 1-1 แต่ทุกอย่างมาเปลี่ยนไปในครึ่งเวลาหลัง เมื่อต่างฝ่ายผลัดกันทะลวงตาข่ายจนสกอร์มาเท่ากัน 3-3 เวลานั้นไม่มีใครคาดคิดว่าอีก 20 นาทีที่เหลือเจ้าถิ่นจะมายิงเพิ่มได้อีกถึง 4 ประตูรวด และคนที่โดดเด่นที่สุดหนีไม่พ้น ธีโอ วัลคอตต์ ที่เหมาซัดแฮตทริกในเกมดังกล่าว
    นอกจากนี้เกมที่เอมิเรตส์ สเตเดียม ยังถูกยกให้เป็นหนึ่งในแมตช์มหัศจรรย์ของเกมบ็อกซิงเดย์ที่จะถูกจดจำไปอีกนาน

ปี 2008 : แมนฯ ซิตี 5-1 ฮัลล์ ซิตี
    นี่คือช่วงที่ทีม“เรือใบสีฟ้า” ประกาศตัวเป็นมหาเศรษฐีของเกาะอังกฤษอย่างเต็มตัวหลังกลุ่มทุนอาบูดาบีเข้ามาฮุบกิจการ โดยครึ่งแรก ฟิลิปเป ไซเซโด และ โรบินโญ สตาร์แซมบ้า เหมาคนละ 2 ลูก ให้ทีมนำห่าง 4 ประตู ในครึ่งแรก แม้ครึ่งหลัง เคร็ก ฟาแกน จะยิงตีไข่แตกให้ทีมเยือน แต่สุดท้าย สตีเฟน ไอร์แลนด์ ซึ่งตอนนั้นคือคีย์แมนคนสำคัญในแดนกลางของ“เรือใบสีฟ้า”จะเป็นคนยิงปิดท้ายให้กับทีมพร้อมกับรับตำแหน่งแมนออฟเดอะแมตช์ไปครอง
    อย่างไรก็ตามนอกจากสกอร์ที่ยิงกันสลุตแล้ว ไฮไลท์ของเกมนี้ที่พูดถึงอย่างมาก คือ การที่ ฟิล บราวน์ กุนซือฮัลล์ ดันเรียกลูกทีมไปรวมตัวกันกลางสนามพร้อมกับด่ากราดแบบเรียงตัวจนทำเอาแฟนบอลเมืองผู้ดีเอาเรื่องนี้มาหยอกล้อกันเป็นที่สนุกสนาน

ปี 1963 : เบิร์นลีย์ 6-1 แมนฯ ยูไนเต็ด
    ตอนนั้นลีกสูงสุดของอังกฤษ ยังถูกเรียกว่า ดิวิชั่น 1 และ เบิร์นลีย์ กำลังอยู่ในยุคทอง ที่สามารถไล่ถลุง แมนฯ ยูไนเต็ด เพื่อนร่วมแคว้นแลงคาเชียร์ ถึงครึ่งโหลได้แบบสบายๆ ซึ่งหากไปบอกให้คอลูกหนังยุคปัจจุบันทราบอาจต้องบอกว่าคำว่าเหลือเชื่อยังน้อยไป
    เกมดังกล่าว แอนดี ลอชเฮด ตำนานของ“เดอะ คลาเร็ตส์” เหมาคนเดียว 4 ประตู และ วิลลี มอร์แกน บวกเพิ่มอีก 2 ลูก ส่วนประตูเดียวของปีศาจแดงได้มาจาก เดวิด เฮิร์ด แถมเกมนี้ทีมเยือนต้องเหลือผู้เล่น 10 คน แพต ครีแรนด์ โดนไล่ออกจากสนามในนาทีที่ 77
    เกมดังกล่าวยังมีเรื่องให้พูดถึงเล็กน้อยเมื่อ จอร์จ เบสต์ ตำนานปีกรูปหล่อ ได้ยื่นข้อแลกเปลี่ยนขอเดินทางกลับบ้านเกิดที่ไอร์แลนด์เหนือหลังสิ้นเสียงนกหวีดในเกมดังกล่าวทันที เพื่อแลกกับการที่เขาจะกลับมายังสโมสรในสัปดาห์ถัดไป โดยครั้งนั้นตำนานชาวไอร์แลนด์เหนือให้เหตุผลว่าเป็นเพราะเขาคิดถึงมารดาของตนนั่นเอง
    ขณะเดียวกันอาจเป็นความบังเอิญในรอบ 54 ปี ที่ทั้งคู่จะได้โอกาสกลับมาเผชิญหน้ากันอีกครั้งในช่วงบ็อกซิงเดย์ โดยต่างกันเพียงคราวนี้จะไปเล่นกันที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด

ไฮไลท์ฤดูกาลนี้

    ตัดภาพกลับมาที่ปัจจุบัน โปรแกรมแกะกล่องของขวัญจะมีคิวลงเตะกันทั้งหมด 8 คู่ ซึ่งไฮไลท์สำคัญเริ่มด้วยคู่เปิดหัว ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ จะเปิดรังรับการมาเยือนของ เซาธ์แฮมป์ตัน 
    นอกจากเป็นการเผชิญหน้ากับทีมเก่าของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน กุนซือไก่เดือยทองคนปัจจุบันแล้ว เกมนี้อาจได้เห็นสถิติใหม่ของ แฮร์ เคน ดาวยิงคนเก่งของสเปอร์ส ที่กำลังจ่อทำลายสถิติยิงประตูสูงสุดในปีเดียว (1ม.ค.-31ธ.ค.) หลังจากเวลานี้ เคน พังตาข่ายในลีก ของปี 2017 ไปแล้ว 36 ลูก เทียบเท่ากับสถิติของ อลัน เชียเรอร์ ตำนานดาวยิง นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด และ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ที่ทำเอาไว้ในปี 1995
    จากนั้นข้ามมายัง คู่ 4 ทุ่มตรงบ้านเรา เชลซี ซึ่งล่าสุดออกอาการสะดุดให้เห็นอีกครั้ง หลังเสมอกับ เอฟเวอร์ตัน 0-0 ทั้งที่มีโอกาสยิงถึง 25 ครั้ง ซึ่งคราวนี้ลูกทีมของ อันโตนิโอ คอนเต จะได้โอกาสแก้ตัวอีกครั้งด้วยการเปิดรังรับ ไบรท์ตัน น้องใหม่ ซึ่งไม่น่าเป็นงานยากเท่าไหร่ในการเรียกความมั่นใจกลับมา ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่พลาดเก็บสามแต้มเช่นกันในเกมสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาจะได้ประมือกับ เบิร์นลีย์ 
    ส่วนคู่ดึกปิดท้ายจะเป็น ลิเวอร์พูล ที่เปิดแอนฟิลด์พบกับ สวอนซี ที่เพิ่งสั่งปลด พอล คลีเมนต์ แล้วให้ ลีออน บริตตันขึ้นมาคุมทัพชั่วคราว ซึ่งหากสังเกตให้ดีช่วงบ็อกซิงเดย์นี้จะเป็นการเปิดโอกาสให้ 3 ทีมยักษ์อย่าง เชลซี, แมนฯยูไนเต็ด และ ลิเวอร์พูล กลับมาแก้มืออีกครั้งหลังพลาดสะดุดในโปรแกรมสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ก็ไม่แน่ว่าจะเป็นการแก้มือหรือซ้ำแผลเก่าของบางทีมหรือไม่
    ขณะที่ แมนฯซิตี ของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ที่เก็บชัยในลีกไปแล้ว 17 นัดติด จะมีคิวลงเล่นในคืนวันพุธที่ 27 ธันวาคม ด้วยการบุกเยือน นิวคาสเซิล ซึ่งก็ต้องมาดูว่าจะมีสถิติใหม่เกิดขึ้นหรือไม่ ฝั่ง อาร์เซนอล อาจจะได้พักนานกว่าทีมคู่แข่งเล็กน้อย เมื่อจะได้บุกเยือน คริสตัล พาเลซ ในคืนวันพฤหัสที่ 28 ธันวาคม

โปรแกรมบ็อกซิงเดย์( 8 คู่)
26 ธ.ค. 2560

19 : 30 น.    สเปอร์ส            -    เซาธ์แฮมป์ตัน
22 : 00 น.    บอร์นมัธ           -    เวสต์แฮม
22 : 00 น.    เชลซี               -    ไบรท์ตัน
22 : 00 น.    ฮัดเดอร์สฟิลด์    -     สโต๊ค
22 : 00 น.    แมนฯยูไนเต็ด    -     เบิร์นลีย์
22 : 00 น.    วัตฟอร์ด           -     เลสเตอร์ ซิตี
22 : 00 น.    เวสต์บรอมวิชฯ   -     เอฟเวอร์ตัน
00 : 30 น.    ลิเวอร์พูล          -     สวอนซี


เปิดอ่าน