ดรีส์ เมอร์เทนส์ ว่าที่“พระเจ้า”องค์ใหม่ของชาวเนเปิลส์

กีฬา > บทความ  :  21 ธ.ค. 2560

โดย ทีมข่าวกีฬาคมชัดลึก

       ในบรรดายอดนักเตะของโลกทุกยุคทุกสมัย ส่วนใหญ่สร้างชื่อเสียงมาตั้งแต่ครั้งยังเป็นดาวรุ่ง ไม่ว่าจะเป็น “ไข่มุกดำ”เปเล ตำนานนักเตะทีมชาติบราซิล, ดิเอโก มาราโดนา ผู้เป็นเหมือน “พระเจ้า” ของชาวอาร์เจนติน่า รวมมาถึง คริสเตียโน โรนัลโด และ ลิโอเนล เมสซี สองสุดยอดนักเตะของโลกที่ยังโลดแล่นอยู่ในวงการลูกหนังปัจจุบัน

       แต่มีไม่บ่อยนักที่เราจะได้เห็นนักเตะที่เพิ่งสร้างชื่อขึ้นมาด้วยวัยที่เข้าใกล้เลข 3 และ “ดรีส์ เมอร์เทนส์” แนวรุกชาวเบลเยียมแห่งสโมสร นาโปลี ก็ถือเป็นหนึ่งในนั้น หลังจากโชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรงในช่วง 2 ปีหลัง จนเป็นที่หมายตาของทีมยักษ์ใหญ่ทั่วยุโรป

       โดยศึก กัลโช เซเรีย อา ในช่วง 2 ซีซั่นที่ผ่านมา ทีมที่มีเกมรุกร้อนแรงที่สุดคือ นาโปลี ที่ยิงรวมกันไปแล้วถึง 132 ประตูนับจนถึงปัจจุบัน ซึ่งนักเตะที่ระเบิดฟอร์มมากกว่าใครในแนวรุกของทีม “อัซซูรา” คือ ดรีส์ เมอร์เทนส์ เจ้าของเสื้อหมายเลข 14 ผู้นี้นี่เอง

       ปี 2016 เมอร์เทนส์ ได้รับการโหวตจากแฟนบอลในเบลเยียม ให้คว้าตำแหน่ง นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี หลังจากทำผลงาน ยิง 28 ประตู กับอีก 11 แอสซิสต์ ใน เซเรีย อา ซึ่งเป็นฟอร์มการเล่นที่เหนือกว่าทั้ง เอแด็น อาซาร์ ของ เชลซี, เควิน เดอ บรอยน์ จาก แมนเชสเตอร์ ซิตี รวมถึง รัดยา นาอิงโกลัน จาก โรมา
มาถึงฤดูกาลนี้ แนวรุกเจ้าของฉายา ”มาราโดนาเท้าขวา” ผู้นี้ ก็ยังมีผลงานที่ร้อนแรงไม่หยุด แต่กว่าที่เขาจะฉายแสงได้ดังเช่นทุกวันนี้ ก็ต้องโชว์ผลงานเพื่อพิสูจน์ตัวเองมามิใช่น้อย

ฉายแสงในลีกดัตช์

       ดรีส์ เมอร์เทนส์ ปัจจุบันวัย 30 ปี เกิดเมื่อวันที่ 6 พ.ค. 1987 ที่เมือง ลูเวน ประเทศเบลเยี่ยม เริ่มต้นการเล่นฟุตบอลด้วยการเป็นเด็กฝึกหัดกับสโมสร สต๊าด ลูเวน ทีมในบ้านเกิด ก่อนจะเป็นทีม เกนท์ ที่มอบสัญญานักเตะอาชีพให้เป็นครั้งแรกด้วยวัย 18 ปี แต่ด้วยประสบการณ์ที่ยังน้อยทำให้เจ้าตัวต้องย้ายไปเก็บเลเวลกับทีมอื่นๆ ก่อนจะได้โอกาสออกค้าแข้งต่างแดนครั้งแรก ด้วยการไปอยู่กับ อเพลดอร์น ทีมในลีกรองของประเทศเนเธอร์แลนด์ ในปี 2006 ด้วยสัญญายืมตัว

       การย้ายไปเล่นในลีกดัตช์ช่วยเพิ่มทักษะและประสบการณ์ให้ เมอร์เทนส์ ได้มาก โดยในซีซั่น 2006-07 เจ้าตัวได้ลงสนามถึง 35 นัด ทำไป 2 ประตู ส่งผลให้ อเพลดอร์น ตัดสินใจซื้อขาดแนวรุกดาวรุ่งผู้นี้ทันที และใน 2 ซีซั่นถัดมา เขาก็ตอบแทนความไว้วางใจของสโมสรด้วยการยิงไปถึง 29 ประตู 14 แอสซิสต์จากการลงสนาม 77 นัดจนได้โอกาสย้ายมาอยู่กับ อูเทร็คท์ ทีมในลีกสูงสุดของเนเธอร์แลนด์ ในกลางปี 2009 ด้วยค่าตัว 6 แสนยูโร

       แม้จะย้ายมาอยู่กับทีมใหญ่ แต่ เมอร์เทนส์ ก็ยังทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่อง โดย 2 ปีที่อยู่กับ อูเทร็คท์ เจ้าตัวซัดไปอีก 21 ประตูกับอีก 34 แอสซิสต์จากการลงสนาม 86 เกม จนยักษ์ใหญ่แห่งลีกดัตช์อย่าง พีเอสวี ไอน์โฮเฟน ต้องยอมทุ่มเงิน 13 ล้านยูโรเพื่อคว้าตัวปีกรายนี้ไปร่วมทีมเมื่อปี 2011 พร้อมกับ เควิน สตรูทมันน์ เพื่อนร่วมทีม

       การย้ายไปอยู่กับ พีเอสวี ที่มีแนวรุกฝีเท้าดีอยู่ล้นทีม ไม่ได้ทำให้ผลงานของ เมอร์เท่นส์ ตกลงไป โดยตลอด 2 ปีที่อยู่กับทีมดังแห่ง ฟิลิปป์ สเตเดียม เจ้าตัวทำไปอีกถึง 45 ประตู 43 แอสซิสต์จากการลงสนาม 88 นัดในทุกรายการ จนในที่สุดก็เป็น นาโปลี ภายใต้การคุมทีมของ ราฟาเอล เบนิเตซ ที่มาคว้าตัวนักเตะรายนี้ไปร่วมทัพได้สำเร็จ ด้วยค่าตัว 9.5 ล้านยูโร ซึ่งนับเป็นนักเตะรายแรกของ “ราฟา” ในการคุมทีมนาโปลีด้วย

จากปีกสู่กองหน้าตัวเป้า

       จุดเปลี่ยนที่ทำให้เขาถูกจับตามองมาจนถึงปัจจุบัน มาจากการที่ซีซั่นก่อน อาร์คาดิอุสซ์ มิลิค ดาวยิงทีมชาติโปแลนด์ ที่ถูกซื้อไปแทนที่ กอนซาโล อิกวาอิน โชคร้ายได้รับบาดเจ็บหนักต้องพักยาว ทำให้ เมาริซิโอ ซาร์รี กุนซือ “อัซซูรา”ตัดสินใจปรับตำแหน่งของเมอร์เทนส์ จากปีกไปเป็นกองหน้าตัวเป้าแทน และตำแหน่งใหม่นี้เองที่ช่วยให้เจ้าตัวกลายร่างเป็นยอดดาวยิง เมื่อจัดการกดไป 23 ประตูจาก 24 นัดแรกในการเล่นเป็นกองหน้าตัวจบสกอร์ ก่อนจะจบฤดูกาลด้วยการสร้างสถิติทำประตูในซีซันเดียวได้มากที่สุดในชีวิต โดยซัดไป 28 ประตู ใน เซเรีย อา ฤดูกาลที่แล้ว ทำลายสถิติเดิมของตัวเองที่เคยยิง 21 ประตู ให้กับ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟน ในศึก เอเรดิวิชี ลีก ฤดูกาล 2011-12 พร้อมคว้าตำแหน่งรองดาวซัลโวของ เซเรีย อา โดยยิงน้อยกว่า เอดิน เชโก ที่ทำได้ 29 ประตู เพียงลูกเดียว

       และนับตั้งแต่เปลี่ยนปฏิทินเป็นปี 2017 เป็นต้นมา ดรีส์ เมอร์เทนส์ คือนักเตะเพียง 1 ใน 2 คนของเวที เซเรีย อา ที่ยิงและจ่ายไม่น้อยกว่า 10 ลูก โดยทำไป 27 ประตู 13 แอสซิสต์ (อีกคนคือ อีวาน เปริซิช จากอินเตอร์ มิลาน 14 ประตู 13 แอสซิสต์)

มาราโดน่าเท้าขวา

       ดรีส์ เมอร์เทนส์ มีจุดเด่นก็คือเล่นได้ทุกตำแหน่งในแนวรุก และแม้จะเป็นนักเตะที่ถนัดเท้าขวา แต่ก็มีทักษะในการใช้เท้าซ้ายที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน โดยเจ้าตัวทำประตูด้วยเท้าขวาข้างถนัดไปถึง 55 ลูก ตั้งแต่ย้ายจาก พีเอสวี ไปค้าแข้งที่เมืองเนเปิลส์ เมื่อปี 2013 แต่ทุกๆ ซีซัน เขาก็มีประตูจากเท้าซ้ายมาฝากอยู่เป็นระยะ นับรวม 17 ลูกในช่วง 4 ปีหลังสุด แถมยังมีพัฒนาการเรื่องการยิงฟรีคิกที่ทำได้ดีขึ้นจนกลายเป็นตัวเลือกแรกๆในการสังหารฟรีคิกของนาโปลีไปแล้ว

       และจากการที่เขาเล่นเป็นปีกมาเป็นเวลานาน ทักษะการเลี้ยงบอลของเขาจึงยอดเยี่ยม สถิติระบุว่านับตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้ว เขาคือ กองหน้าตัวเป้าที่พยายามเลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งมากที่สุดใน เซเรีย อา (144 ครั้ง) และหลบหลีกการสกัดได้ถึง 69 ครั้ง โดยจุดอ่อนเดียวของเขาก็มีเพียงเรื่องลูกโหม่ง เนื่องจากมีส่วนสูงเพียง 169 ซม. เท่านั้น

       ซึ่งจากทักษะทั้งหมดดังที่กล่าวมานี่เอง ทำให้บรรดาสื่อในอิตาลีรวมถึงแฟนบอลต่างก็มอบฉายา “มาราโดน่าเท้าขวา” ให้กับ เมอร์เทนส์ เนื่องจากเป็นสไตล์การเล่นที่ถอดแบบมาจาก ดิเอโก มาราโดนา ตำนานนักเตะของนาโปลีในช่วงทศวรรษที่ 80 นั่นเอง ต่างกันแค่มีเท้าถนัดอยู่คนละข้างเท่านั้น

       ณ เวลานี้ นาโปลี นำเป็นจ่าฝูงของศึก เซเรีย อา ด้วยการมี 42 คะแนนจาก 17 นัด นำหน้า ยูเวนตุส กับ อินเตอร์ มิลาน 1 และ 2 แต้มตามลำดับ ซึ่งหากพลพรรค “อัซซูรา” คว้าสคูเด็ตโตได้สำเร็จ ดรีส์ เมอร์เทนส์ ก็จะได้ขึ้นชื่อเป็น “พระเจ้า” องค์ใหม่ของชาวเนเปิลส์ทันที หลังจากพระเจ้าองค์ก่อนอย่าง ดิเอโก มาราโดนา เคยบันดาลแชมป์ลีกมาให้ทีมตั้งแต่ปี 1990 หรือ 27 ปีก่อน


เปิดอ่าน