“กษม”...นำฟุตบอลสู่โรงเรียน สานภารกิจสร้างคนดีสู่สังคม

กีฬา > บทความ  :  4 ธ.ค. 2560

โดย...โสภณ เพชรแท้

       การลงนามความร่วมมือระหว่างทีมฟุตบอล” ขอนแก่น เอฟซี” กับโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝ่ายประถมศึกษา (ศึกษาศาสตร์) ในเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา ภายใต้แนวทางที่จะพัฒนากีฬาและวิชาการร่วมกัน โดยทั้ง 2 ฝ่ายเห็นถึงความสำคัญที่จะนำกีฬาฟุตบอลมาสร้างศักยภาพให้นักเรียนของสถานศึกษาแห่งนี้ โดยบุคลากรจากทีมฟุตบอลขอนแก่น เอฟซี นับตั้งแต่ฝ่ายบริหารไปจนถึงสตาฟฟ์ของทีมที่จะมาร่วมทำหน้าที่ถ่ายทอดศาสตร์ฟุตบอลด้านต่างๆ สัปดาห์ละครั้งให้นักเรียนในระดับประถมศึกษา ถือเป็นการนำฟุตบอลเข้าไปสู่สถาบันการศึกษาอย่างน่าสนใจ

       ที่ผ่านมาภาพที่คุ้นเคยระหว่างสถานศึกษากับสโมสรฟุตบอล ที่เห็นได้โดยทั่วไปคือ การจัดกิจกรรมในรูปแบบคลินิกฟุตบอล ที่นำนักฟุตบอลไปให้ความรู้ในการสร้างทักษะระยะสั้นโดยใช้เวลาสูงสุดไม่เกิน 2 วัน แต่โครงการภายใต้ความร่วมมือระหว่าง ขอนแก่น เอฟซี ทีมในไทยลีก 2 ประจำฤดูกาล 2018 กับโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝ่ายประถมศึกษา (ศึกษาศาสตร์) คือโครงการที่พร้อมจะจัดทำขึ้นในระยะยาว

       ที่น่าสนใจคือรูปแบบการให้ความรู้ด้านฟุตบอลไม่ได้มุ่งเน้นไปที่กิจกรรมฟุตบอลในสนามเท่านั้น แต่ยังเป็นการถ่ายทอดความรู้ผ่านการศึกษาในห้องเรียนควบคู่กันไปด้วย ทั้งนี้ในการสร้างความร่วมมือ โดยนำเอาฟุตบอลเข้าไปเป็นส่วนร่วมกับชุมชนหรือท้องถิ่น กรณีของ โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ไม่ได้ถือเป็นโครงการแรก ในทางตรงกันข้ามกลับเป็นส่วนหนึ่งในหลายแผนงานที่ขอนแก่น เอฟซี นำฟุตบอลไปเชื่อมความร่วมมือกับท้องถิ่น กระจายไปในทุกอำเภอ อาทิ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับ "โครงการซิโก้น้อย” ที่สนับสนุนให้นักฟุตบอล ในระดับเยาวชนที่ผ่านการคัดตัวได้เข้าสู่ทีมขอนแก่น เอฟซี ในระดับเยาวชน

       โครงการ “เมืองไทยประกันภัย-ทีเร็กซ์ อคาเดมี” ด้วยการจัดทำ “ฟุตบอลโค้ชชิ่งคอร์ส 2016” ที่เป็นความร่วมมือระหว่าง ขอนแก่น เอฟซี, บริษัทเมืองไทย ประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดย นวลพรรณ ล่ำซำ, มหาวิทยาลัยขอนแก่น และ วิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย สร้างพื้นฐานด้านฟุตบอลให้เยาวชนอายุระหว่าง 8-14 ปี เป็นการจุดประกาย สร้างวิธีคิดใหม่ให้ผู้เรียน สอนถึงความเป็นนักกีฬาที่จะต้องมีพื้นฐานความเสียสละ ปลูกฝังความคิดการเป็นผู้นำให้เยาวชน เพื่อให้ตระหนักถึงการเป็นนักกีฬาที่มีคุณภาพ รวมทั้งจัดรายการแข่งขันให้เยาวชนในกลุ่มอายุ 10 ปี “ทีเร็กซ์ อคาเดมี ลีก” ก็ล้วนเป็นเครื่องมือที่ “ขอนแก่น เอฟซี” นำเอาฟุตบอลไปสร้างความสัมพันธ์ทั้งต่อชุมชน หน่วยงานการศึกษา และสร้างความร่วมมือกับผู้ปกครอง ตอกย้ำให้เห็นว่าทีมฟุตบอลเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนและชุมชนเป็นส่วนหนึ่งของทีมฟุตบอล

       “สิ่งที่สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือฟีฟ่า ศึกษาไว้ก็คือ เด็กในช่องว่างของอายุระหว่าง 8-12 ปี ถือเป็นวัยที่สามารถปลูกฝังให้เกิดความรักความชื่นชอบได้ โดยเฉพาะกับฟุตบอล สำหรับฟุตบอลไทย เราจะเห็นได้จาก ธีรศิลป์ แดงดา และชนาธิป สรงกระสินธ์ เริ่มสร้างพื้นฐานฟุตบอลด้วยวัยขนาดนี้ สำหรับขอนแก่น เอฟซี เราทำโครงการที่ชื่อว่า “สุภาพชนคนทีเร็กซ์” เป็นการนำเอาความรู้ด้านฟุตบอลให้กระจายไปสู่โรงเรียนในอำเภอต่างๆ เป็นความร่วมมือที่เกิดขึ้นทั้งจากองค์การบริหารส่วนจังหวัด สมาคมกีฬาจังหวัดขอนแก่น และสถานศึกษาที่ร่วมเป็นพันธมิตร รวมทั้งมูลนิธิต่างๆ ที่มีโรงเรียนอยู่ในการดูแล นี่คือสิ่งที่ขอนแก่น เอฟซี ปูพื้นฐานเอาไว้ กระทั่งการขยายความร่วมมือมายังโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ด้วยการลงนามความร่วมมือระหว่างกัน" ผศ.ดร.กษม ชนะวงศ์ อธิการบดีวิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย และประธานสโมสรขอนแก่น เอฟซี ให้สัมภาษณ์ “คม ชัด ลึก”

       ดร.กษม ย้ำว่า สิ่งที่ขอนแก่น เอฟซี ร่วมมือกับสถานศึกษาต่างๆ ไม่ได้มุ่งเน้นไปที่การสร้างพื้นฐานด้านฟุตบอลเท่านั้น แต่ครึ่งหนึ่งในการถ่ายทอดความรู้ไปสู่ยุวชนที่จะก้าวขึ้นมาเป็นอนาคตของชาติ ยังเป็นการให้ความรู้เพื่อสร้างทัศนคติที่ดี เป็นการปูพื้นฐานไปที่ยุวชนที่ไม่ต่างไปจากรากแก้ว 

       “ถ้าเราทำให้ยุวชนเหล่านี้รักฟุตบอลได้ พัฒนาให้เกิดทักษะฟุตบอลได้แล้ว ก็เอามาประยุกต์ให้เขาเข้าใจชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ก็ต้องสร้างกันตั้งแต่ตอนนี้ สร้างกันอย่างจริงจัง พ่อแม่ก็มีความสุขที่เห็นลูกเป็นพลเมืองดี เป็นคนดีของสังคม มีภาวะผู้นำ ซึ่งภาวะผู้นำที่ผมสอนนั้นคือการมีความสุขเพียงคนเดียวไม่ได้ไม่พอ ภาวะผู้นำคือไปไหนคนอยากไปด้วย สั่งอะไรแล้วได้ความร่วมมือ พูดไปแล้วมีคนฟัง เป็นสเน่ห์ของมนุษย์ เป็นเสน่ห์ของนักฟุตบอลที่ต้องมี เพราะการทำงานของนักฟุตบอล เมื่อทำงานก็ต้องทำงานกันเป็นทีม กลับไปถึงบ้านก็มีอีกทีมหนึ่งที่หมายถึงครอบครัว เมื่อไปที่โรงเรียนก็มีอีกทีมหนึ่งที่หมายถึงเพื่อนในห้องเรียน เมื่อทำให้ตัวเองมีสเน่ห์ เป็นคนที่เสียสละ กลายเป็นคนที่ให้ ก็ยิ่งได้กลับมา เป็นคนที่สังคมต้องการ"

       ประธานสโมสรขอนแก่น เอฟซี กล่าวด้วยว่า การไปทำหน้าที่เป็นวิทยากรให้ความรู้ยุวชนเป็นการนำเอาบทบทบาทการเป็นผู้ปกครองมาปรับใช้ “ลูกชายผม 2 คนชอบฟุตบอล แต่เขาทั้งคู่เล่นไม่เก่ง ผมไปที่โรงเรียนดูพัฒนาการของเขา หลายสิ่งหลายอย่างที่เห็นครูสอน ผมก็จำมา เอาสิ่งดีที่ครูสอนมาถ่ายทอดให้เด็กๆ อยากให้เด็กทุกคนได้สิ่งที่ดี ลอกจากสิ่งที่เรามีความสุข เอาไปแชร์ความสุขให้คนอื่น นำสิ่งที่เป็นประสบการณ์ของตัวเองมาถ่ายทอด กีฬาสำหรับผมแล้วคือเครื่องมือ ทำให้ลูกเข้าใจพ่อแม่ เข้าใจเพื่อน เข้าใจสังคม ต้องเข้าใจว่ามนุษย์เกิดมาชีวิตไม่แพ้ไม่ใช่ชีวิต คนเราเกิดมาต้องพร้อมอยู่กับความพ่ายแพ้อย่างมีเกียรติ อยู่กับความพ่ายแพ้อย่างมีคุณค่า ผมเองก็แพ้มาโดยตลอด แพ้มากกว่าชนะ แต่คำว่าแพ้สำหรับผมคือสิ่งที่เป็นกำลังใจ กีฬาทุกประเภทสอนได้ทั้งนั้น มนุษย์ทุกคนต่างมีความเป็นโค้ชอยู่ในตัวเอง ขึ้นอยู่กับว่าอยากถ่ายทอดมากน้อยแค่ไหน สิ่งที่ผมทำไปคือความสุข แม้จะเป็นเพียงเรื่องเล็กแต่ก็มีความสุข วันนี้ผมและคนรอบข้างที่เป็นขอนแก่น เอฟซี มีความสุขที่ได้ทำหน้าที่เป็นผู้ให้ ได้ถ่ายทอดความรู้ให้สังคมเล็กๆ ที่จะก้าวขึ้นมาเป็นอนาคตของชาติต่อไป"

       เป็นการตกผลึกทางความคิดในการทำหน้าที่เป็นผู้ให้ความรู้ของประธานสโมสรขอนแก่น เอฟซี ผ่านโครงการ “สุภาพชนคนทีเร็กซ์”


เปิดอ่าน