5แข้งดังที่เคยล้มเหลวในศึกลาลีกา

กีฬา > บทความ  :  20 ต.ค. 2560

หากจะพูดถึงลีกฟุตบอลอาชีพที่ได้รับความนิยม และมีแฟนๆติดตามรองมาจาก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คงจะหนีไม่พ้น ลาลีกา สเปน

    โดยจากผลสำรวจพบว่าลีกดังแห่งแดนกระทิงดุดังกล่าว ได้รับโหวตว่าเป็นลีกที่มีความสนุกมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากลีกสูงสุดแดนผู้ดี เนื่องจากมีค่าเฉลี่ยการทำประตูมากกว่า 2.9 ต่อเกมเลยทีเดียว
     และจากความสำเร็จของ “ราชันชุดขาว” ในฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก 2 ฤดูกาลล่าสุดก็ส่งผลให้เป็นลีกที่ดึงดูดสตาร์ดังๆให้มาค้าแข้งที่นี่ไม่ต่างอะไรกับ พรีเมียร์ลีก ซึ่งปัจจุบันก็มีทั้ง คริสเตียโน โรนัลโด (เรอัล มาดริด), เซร์คิโอ รามอส (เรอัล มาดริด), ลิโอเนล เมสซี (บาร์เซโลนา) และ หลุยส์ ซัวเรซ (บาร์เซโลนา) เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดนี้ก็พิสูจน์ผลงานของตนเองแล้วว่าเป็นแข้งระดับโลกในปัจจุบัน
      อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้มีซูเปอร์สตาร์หลายต่อหลายคนที่เคยมาค้าแข้งในศึกลาลีกา แต่กลับไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรจนต้องย้ายไปอยู่ในลีกอื่น ก่อนจะสร้างชื่อเสียง และเป็นที่รู้จักมาจนถึงทุกวันนี้

5.นูริ ซาฮิน (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์)

     สำหรับนักเตะทีมชาติตุรกีรายนี้ ถือว่าเป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญของทีม โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ภายใต้การคุมทัพของ เจอร์เกน คล็อปป์ จนกระทั่งปี 2011 เจ้าตัวถูก เรอัล มาดริด มหาอำนาจลูกหนังโลกดึงตัวไปร่วมทีมตามคำขอของ โชเซ่ มูรินโญ กุนซือของ “ราชันชุดขาว” ในขณะนั้น ด้วยสัญญา 6 ปี
     อย่างไรก็ตามเจ้าตัวกลับไม่ได้รับโอกาสให้ลงสนามมากนัก เนื่องจากมีปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนตั้งแต่เดือน ส.ค. จนกระทั่งปลายปี ซึ่งสุดท้ายในซีซั่นต่อมา เขาถูก ลิเวอร์พูล ยืมตัวไปร่วมทีมเนื่องจากไม่มีตำแหน่งในทีมอีกต่อไป และในฤดูกาลต่อมาเขาก็ยังไม่ได้รับโอกาสในถิ่นซานติอาร์โก เบร์นาเบว อีก และต้องย้ายกลับมาอยู่กับทีม “เสือเหลือง” แบบยืมตัว
      ก่อนที่สุดในปี 2014 กองกลางเชิงสูงต้องย้ายกลับมาอยู่กับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ แบบถาวร ซึ่งสรุปแล้วว่า ซาฮิน ลงสนามให้กับ เรอัล มาดริด เพียงแค่ 4 เกมเท่านั้น และถือเป็นช่วงเวลาที่เลวร้ายสำหรับอาชีพการค้าแข้งของเจ้าตัว

4.ซูโซ (เอซี มิลาน)
     อดีตแข้งดาวรุ่งของ ลิเวอร์พูล รายนี้ ที่ปัจจุบันไปเจิดจรัส และเป็นจอมทัพของทีม เอซี มิลาน ก็เคยเป็นหนึ่งในนักเตะที่เคยเจอช่วงเวลาที่ยากลำบากในการค้าแข้งในศึกลาลีกา แม้จะเป็นบ้านเกิดของตนเองก็ตาม

     หลังจากที่ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ผู้จัดการทีม “หงส์แดง” ในขณะนั้นตัดสินใจปล่อยตัว ซูโซ ไปให้กับ อัลเมเรีย เมื่อซีซั่น 2013-14 เพื่อให้ไปเก็บประสบการณ์ในการค้าแข้งต่างแดน ซึ่งเจ้าตัวก็ได้โอกาสในการลงสนามอยู่บ่อยครั้ง และมีจุดเด่นที่การจ่ายบอลให้เพื่อนทำประตู
      แต่หลังจากผ่านช่วงครึ่งปีแรก ซูโซ กลับต้องนั่งอยู่บนม้านั่งสำรองอยู่บ่อยครั้ง จนกระทั่งจบฤดูกาลด้วยการลงสนามให้ อัลเมเรีย ทั้งหมด 33 นัด ยิงไป 3 ลูก
ถึงกระนั้นดาวเตะสแปนิช กลับไปสร้างชื่อด้วยการไปอยู่กับ “ปีศาจแดงดำ” และกลายเป็นนักเตะที่ได้รับการจับตามองอย่างมากในฐานะจอมทัพของ “รอสโซเนรี” คนใหม่ด้วยวัยเพียง 23 ปี

3.ซลาตัน อิบราฮิโมวิช (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)

     หากจะถามถึงช่วงเวลาอันเลวร้ายที่สุดในอาชีพการค้าแข้งของดาวเตะฉายา “พระเจ้า” ที่สร้างความสำเร็จมาแล้วนับไม่ถ้วนคงจะหนีไม่พ้นช่วงเวลาที่เจ้าตัวอยู่กับทีม บาร์เซโลนา เมื่อปี 2009-10
     โดย ซลาตัน เข้าสู่ถิ่นคัมป์ นู จากการที่ โจน ลาปอร์ตา ประธานของทีม “เจ้าบุญทุ่ม” ในขณะนั้นยอมทุ่มเงินถึง 59 ล้านปอนด์ (ราว 2.5 พันล้านบาท) บวกกับ ซามูเอล เอโต กองหน้าทีมชาติแคเมอรูน ไปให้กับ อินเตอร์ มิลาน และการได้ประสานงานกับยอดนักเตะอย่าง ลิโอเนล เมสซี, ชาบี เอร์นานเดซ และ อันเดรส อิเนียสตา นั้น คงเหมือนฝันสำหรับหัวหอกทีมชาติสวีเดนรายนี้ แต่มันกลับกลายเป็นฝันที่ร้ายอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากเจ้าตัวเล่นไม่เข้าระบบกับ บาร์ซา ซึ่งเป็นฟุตบอลที่เคลื่อนตัวตลอดเวลา และเต็มไปด้วยการเพรสซิ่งอย่างหนัก
     นอกจากนั้นในช่วงท้ายฤดูกาลเจ้าตัวก็ได้มีปัญหากับ เป๊ป กวาร์ดิโอลา เทรนเนอร์ของทัพ “อาซูลกรานา” ในตอนนั้น ด้วยแผนการเล่นที่มี เมสซี เป็นกองหน้าตัวเป้า และทำให้อดีตกองหน้ายูเวนตุสต้องกระเด็นเป็นตัวสำรองและไม่มีอิสระในสนามอย่างที่ต้องการ
     แม้ในฤดูกาลดังกล่าว เจ้าตัวจะทำไป 21 ประตูจาก 45 เกมในทุกรายการ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า อิบราฮิโมวิช ล้มเหลวอย่างชัดเจน ก่อนโดนปล่อยตัวให้ เอซี มิลาน ยืมตัวใช้งานในฤดูกาลต่อมา และไม่เคยกลับมายังทีมดังกล่าวอีกเลย

2.ฟาบินโญ (โมนาโก)

     น้อยคนนักที่จะรู้ว่า มิดฟิลด์ตัวหลักของ โมนาโก ที่ช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ลีกเอิง ฝรั่งเศส และเข้าถึงรอบรองชนะเลิศของศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก เมื่อซีซั่นที่แล้วจนได้รับความสนใจจาก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดรายนี้ จะเคยมาค้าแข้งที่สเปน รวมถึงกับยอดทีมอย่าง เรอัล มาดริด ด้วย
     ย้อนไปเมื่อปี 2012 สมัยที่ดาวเตะทีมชาติบราซิลมีอายุได้เพียง 19 ปี เจ้าตัวได้รับโอกาสถูกยืมตัวไปอยู่กับ “ราชันชุดขาว” ชุดบี หลังเซ็นสัญญากับ ริโอ เอฟ ทีมในศึกพรีไมรา ลีกา เป็นเวลา 6 ปี ซึ่งเขาก็ทำผลงานได้อย่างเข้าตา จนกระทั่งถูก เรอัล มาดริด ยืมตัวต่อเนื่องในซีซั่น 2013 แถมดึงตัวขึ้นไปอยู่ในทีมชุดใหญ่อีกด้วย
     แต่ความฝันของเขาที่จะได้ลงเล่นในถิ่นซานติอาร์โก เบร์นาเบว นั้นมีระยะเวลาสั้นเพียง 14 นาทีเท่านั้น เมื่อเขาได้รับโอกาสลงเล่นแทน ฟาบิโอ โครเอนเทรา ในเกมที่ เรอัล มาดริด เปิดรังถล่ม มาลากา 6-2 ในวันที่ 8 พ.ค. ซึ่งจากนั้นเขาก็ไม่เคยได้รับโอกาสให้ลงเล่นกับทีม “ลอส บลังโกส” อีกเลย ก่อนจะย้ายไปอยู่กับ โมนาโก แบบยืมตัวในฤดูกาลต่อมา

1.โทบี อัลเดอร์ไวเรลด์ (ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์)
     ส่วนนักเตะชื่อดังที่ได้รับการจัดอันดับว่าล้มเหลวที่สุดในการย้ายมาค้าแข้งในศึกลาลีกา สเปน นั่นก็คือ โทบี อัลเดอร์ไวเรลด์ กองหลังจอมแกร่งของ “ไก่เดือยทอง” ที่ครั้งนึงเคยมีประสบการณ์ค้าแข้งที่เจ้าตัวคงอยากลืมมากที่สุดกับทีม แอตเลติโก มาดริด
     โดยหลังจากที่สร้างชื่อกับ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ในยุคทองระหว่างปี 2008-2012 ที่มีเพื่อนร่วมทีมอย่าง ราฟาเอล ฟาน เดอ ฟาร์ท, ไรอัน บาเบล, เวสลีย์ สไนจ์เดอร์ และแยน แฟร์ทองเกน เขาก็ได้รับความสนใจจากบรรดาบิ๊กทีมในยุโรป ทั้ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ลิเวอร์พูล, อาร์เซนอล และเรอัล มาดริด
     แต่สุดท้ายแล้วในปี 2013 ปราการหลังทีมชาติเบลเยียม ตัดสินใจย้ายไปอยู่กับทีม “ตราหมี” ด้วยค่าตัว 6 ล้านปอนด์ (ราว 257 ล้านบาท) เท่านั้น อย่างไรก็ตามเขากลับถูกอาการบาดเจ็บเล่นงานตลอดปีดังกล่าว โดยได้ลงสนามเพียงแค่ 12 เกม แต่ แอตเลติโก มาดริด ก็สามารถคว้าแชมป์ลาลีกา ในฤดูกาลนั้นมาครองได้
     อย่างไรก็ตามในซีซั่นต่อมา แม้เขาจะหายจากอาการบาดเจ็บกลับมา แต่ก็ยังไม่สามารถเรียกฟอร์มเก่งพอที่จะชนะใจของ ดิเอโก ซิเมโอเน ให้ส่งเขาลงสนามได้ จนสุดท้าย อัลเดอร์ไวเรลด์ ต้องถูกปล่อยมาให้กับ เซาธ์แฮมป์ตัน ยืมตัวในปี 2014 ซึ่งที่นี่เขาก็สามารถคืนฟอร์มอันแข็งแกร่ง จนเป็นเหตุให้ สเปอร์ส คว้าตัวเขามาร่วมทัพถาวรในปี 2015 และกลายเป็นหัวใจสำคัญในแผงหลังของทีมดังจากลอนดอนมาจนถึงปัจจุบัน

     ทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นคือ 5 ดาวเตะที่มีชื่อเสียงซึ่งเคยล้มเหลวในการค้าแข้งในลีกสเปน ด้วยเรื่องของการปรับตัว, โอกาสการลงสนาม หรือสไตล์การเล่นที่ไม่เข้ากับตนเอง อย่างไรก็ตามพวกเขาก็ใช้ความพยายาม และพิสูจน์แล้วว่าสามารถก้าวสู่การเป็นสุดยอดนักเตะได้ในลีกอื่นๆแทน


เปิดอ่าน