3ปัญหาผ่าปมวิกฤติ“อาร์เซนอล”

กีฬา > บทความ  :  31 ส.ค. 2560

เมื่อช่วงสัปดาห์ที่แล้ว ต่อเนื่องมาจนถึงสัปดาห์นี้ถือเป็นช่วงเวลาแห่งความปวดร้าวของแฟนๆ อาร์เซนอล เป็นอย่างมาก เนื่องจากผลงานของพวกเขาไม่สู้ดีนัก

      เริ่มจากฟอร์มเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา “ไอ้ปืนใหญ่” บุกไปพ่ายต่อ ลิเวอร์พูล ทีมในบิ๊กโฟร์ด้วยกันแบบหมดรูปถึง 0-4 ซึ่งเป็นการแพ้ด้วยสถิติที่สุดย่ำแย่ด้วยการยิงไม่เข้ากรอบเลยแม้แต่ครั้งเดียวเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี หลังพวกเขาเคยยิงไม่ตรงกรอบเลยในการเจอ เชลซี เมื่อวันที่ 5 ต.ค. 2014 รวมไปถึงเป็นการพ่ายแพ้ด้วยผลต่างประตู 4 ลูกขึ้นไปเป็นเกมที่ 8 ในลีกอีกด้วย จนขณะนี้ทีมร่วงไปอยู่ในอันดับ 16 ของลีก จากการที่มีเพียง 3 คะแนน จาก 3 นัด
     

     จากฟอร์มดังกล่าวทำให้เกิดปัญหาต่างๆในทีมตามมาอย่างมากมาย ทั้งการที่ อาร์แซน เวนเกอร์ ผู้จัดการทีม ถูกวิจารณ์อย่างหนักเรื่องการจัดตัวผู้เล่น รวมถึงแผนการเล่นที่ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง รวมถึงบรรดาแข้งของทีม “เดอะ กันเนอร์ส” ที่ดูเหมือนหมดไฟในการลงสนาม เนื่องจากหลายคนกำลังจะย้ายออกจากถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดียม นำโดย อเล็กซิส ซานเชซ กองหน้าทีมชาติ ชิลี, อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ปีกทีมชาติอังกฤษ และ ชโคดราน มุสตาฟี กองหลังทีมชาติเยอรมัน
     

      ทำให้ในขณะนี้แชมป์ลีก 13 สมัยกำลังประสบกับช่วงเวลาลำบากของสโมสรเป็นอย่างมาก และมี 3 ปัญหาใหญ่ที่ต้องเร่งแก้ไขในช่วงพักเบรคทีมชาติครั้งนี้ก่อนทุกอย่างจะสายเกินแก้

แผนการเล่น 3-5-2 ยังไม่ลงตัว
     อาร์แซน เวนเกอร์ เริ่มปรับทีมจากระบบ 4-2-3-1 มาเป็น 3-5-2 ตั้งแต่ช่วงปลายฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งผลปรากฏว่าแผนการดังกล่าวส่งผลให้ทีมสามารถคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ มาครองได้ หลังพิชิต เชลซี 2-1
     ทำให้ในฤดูกาลนี้ กุนซือชาวฝรั่งเศสยังยึดระบบการเล่นดังกล่าวมาใช้อยู่ แต่กลับเกิดปัญหาตั้งแต่เกมแรกของ พรีเมียร์ลีก เนื่องจากกองหลัง 3 คน ประกอบด้วย ร็อบ โฮลดิง, นาโช มอนเรอัล และ โลร็องต์ กอสเซียลนี เสียประตูง่ายเกินไป เนื่องจากความไม่เข้าใจกันในบางจังหวะ จนเสียหายถึงขั้นเสียประตู
     ส่วนในตำแหน่งวิงแบ็ก เอ็คตอร์ เบเยริน สุดยอดดาวรุ่งที่โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมเมื่อซีซั่นที่แล้ว แต่ในฤดูกาลนี้ฟอร์มของเขากลับตกลงไปอย่างชัดเจน เนื่องจากถูกโยกจากตำแหน่งแบ็กขวา ไปเล่นในตำแหน่งวิงแบ็กฝั่งซ้าย ซึ่งไม่ใช่ตำแหน่งที่เขาถนัด และทำให้เขากลายเป็นจุดอ่อนของทีมอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในเกมกับ ลิเวอร์พูล ที่เขามีส่วนกับหลายลูกที่ “ปืนใหญ่” เสียประตู
     ตามมาด้วยตำแหน่งกองกลางที่มี กรานิต ชาก้า, เมซุต โอซิล และ อารอน แรมซีย์ เป็นแกนหลัก แต่ทั้ง 3 คนกลับไม่สามารถรีดฟอร์มเก่งของตัวเองออกมาได้ ทั้ง ชาก้า ที่ไม่ค่อยมีจังหวะวางบอลยาวสวยๆเหมือนตอนเพิ่งย้ายมา, โอซิล ที่ไม่สามารถสร้างสรรค์เกมได้ และมีปัญหาเรื่องการช่วยเกมรับ รวมถึง แรมซีย์ ที่ดูเหมือนจะขาดความมั่นใจหลังจากบาดเจ็บไปนาน จนเป็นจุดอ่อนอีกจุดที่ เวนเกอร์ ต้องแก้ไขโดยด่วน
     ด้านตำแหน่งกองหน้า ถือว่าเป็นตำแหน่งที่ดูลงตัวสุดหลังได้ อเล็กซองดร์ ลากาแซ็ตต์ กองหน้าทีมชาติฝรั่งเศสเข้าสู่ทีม และสามารถผลิตสกอร์ได้ตั้งแต่นัดแรกที่ลงสนาม แต่เจ้าตัวมักจะได้โอกาสในเกมน้อยไป เช่นเกมกับ สโต๊ค ก็ถูกเปลี่ยนตัวออกในช่วงครึ่งหลัง ส่วนเกมกับ ลิเวอร์พูล ก็ตกเป็นตัวสำรองแบบพลิกความคาดหมาย
     ทำให้ เวนเกอร์ ต้องแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้โดยด่วย โดยการอาจเปลี่ยนแผนกลับมาเล่น 4-2-3-1 เหมือนเดิม เนื่องจากจะมีแผงกองหลัง และกองกลางที่แน่นขึ้น หรืออาจเปลี่ยนแผนการเล่นใหม่เพื่อทำให้ทีมเกิดความสมดุลให้มากที่สุด

เตรียมพร้อมกับการเสียแข้งหลัก
     อีกปัญหาหนึ่งที่ อาร์เซน่อล หลีกหนีไม่พ้นอย่างแน่นอนในซีซั่นนี้ คือการที่แข้งตัวหลักหลายคนของทีมเตรียมพร้อมพาเหรดกันย้ายสโมสรในช่วงก่อนปิดตลาดนักเตะช่วงซัมเมอร์นี้
     เริ่มต้นที่ตำแหน่งแผงหลัง ชโคดราน มุสตาฟี ปราการหลังทีมชาติเยอรมัน คือเต็งหนึ่งที่จะย้ายออกจากถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดียม แม้ว่าเพิ่งย้ายมาร่วมทีมเพียง 1 ซีซั่นเท่านั้น โดยถึงแม้ว่าเจ้าตัวจะโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาลที่ผ่านมา แต่พอเริ่มฤดูกาลนี้เขากลับต้องนั่งเป็นตัวสำรองอยู่ตลอด จนสุดท้ายแล้ว อินเตอร์ มิลาน ทีมดังแห่งศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เตรียมกระชากตัวแข้งรายนี้ไปร่วมทีม ซึ่งแฟนๆของ “ปืนใหญ่” ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย เนื่องจากมองว่า มุสตาฟี คือ 1 ในแผงหลังที่แข็งแกร่งที่สุดในทีม
     ตามมาด้วย อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน กองกลางความเร็วสูง ที่ไม่ยอมต่อสัญญากับทีม “ปืนใหญ่” แม้จะได้รับค่าเหนื่อยสูงถึง 180,000 ต่อสัปดาห์ก็ตาม และย้ายไปร่วมทีม ลิเวอร์พูล เรียบร้อยแล้วท ด้วยค่าตัว 40 ล้านปอนด์ (ราว 1,685 ล้านบาท)
     รวมไปถึง อเล็กซิส ซานเชซ กองหน้าตัวเก่ง ที่มีข่าวว่าต้องการย้ายทีมมาตั้งแต่ซีซั่นที่แล้ว จนมาถึงซีซั่นนี้แม้ อาร์แซน เวนเกอร์ อยากให้แข้งวัย 28 ปีอยู่กับทีมก็ตาม พร้อมยื่นค่าเหนื่อยกว่า 300,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ให้ดาวเตะวัย 28 ปีรายนี้พิจารณา แต่ อเล็กซิส ก็ไม่สนใจ เนื่องจากเจ้าตัวแสดงเจตจำนงชัดเจนแล้วว่า ต้องการย้ายไป แมนเชสเตอร์ ซิตี เพื่อร่วมงานกับ เป๊ป กวาร์ดิโอลา เจ้านายเก่าสมัยที่อยู่กับ บาร์เซโลนา
     จากการเสียแข้งหลักทั้ง 3 คนต้องส่งผลกระทบต่อทีมในระยะยาวอย่างแน่นอน ดังนั้น เวนเกอร์ ควรแก้ด้วยการพยายามรั้งแข้งเหล่านี้ไว้กับทีมให้ได้อย่างน้อย 1 ซีซั่น หรือต้องหาตัวแทนอย่างเร็วที่สุด เนื่องจากขุมกำลังที่มีอยู่คงไม่พอสำหรับการแข่งขันทั้งหมดของฤดูกาลนี้อย่างแน่นอน

สปิริต และความมั่นใจที่หายไป
    สิ่งหนึ่งที่เป็นปัญหาของ อาร์เซนอล ในตอนนี้อย่างเห็นได้ชัดคือการขาดความมั่นใจของนักเตะภายในทีม โดยดูจากการแข่งขัน 3 นัดแรกของศึกพรีเมียร์ลีกแข้งของทีม “ปืนใหญ่” เล่นเหมือนไม่มีแรงผลักดัน และความกระหายในชัยชนะเท่าที่ควร
    เริ่มตั้งแต่นัดกับ สโต๊ค ซิตี หลังจากที่ทีมถูกขึ้นนำไปก่อน หลังจากนั้นพวกเขากลับไม่โหมเกมบุกเท่าที่ควร ทำให้สุดท้ายต้องพ่ายไปแบบพลิกความคาดหมาย รวมถึงในเกมกับ ลิเวอร์พูล ที่แม้จะตามหลัง “หงส์แดง” แต่นักเตะ อาร์เซนอล ก็ไม่ขึ้นมาไล่บอล และยืนคุมโซนของตัวเองจนสุดท้ายโดน ลิเวอร์พูล ที่ไล่บอลและบีบพื้นที่อย่างหนักทั้งๆที่เป็นฝ่ายได้เปรียบไล่ถลุงอย่างยับเยิน
     นอกจากนั้น อาร์แซน เวนเกอร์ ไม่ค่อยออกมากระตุ้นลูกทีม โดยส่วนใหญ่จะนั่งอยู่ที่ข้างสนาม และสั่งการผ่านผู้ช่วยเท่านั้น รวมถึงการเปลี่ยนตัวที่ดูขัดใจทั้งนักเตะ และแฟนบอล จนเกิดรอยร้าวฉานเล็กๆในทีมมาจนถึงปัจจุบัน และทำให้เกิดกระแสต่อต้านมากมายในขณะนี้

     และที่กล่าวไปข้างต้นคือ 3 ปัญหาสำคัญที่พลพรรค “เดอะ กันเนอร์ส” ควรแก้ไขอย่างเร่งด่วน เนื่องจากเป็นแค่ช่วงต้นฤดูกาลเท่านั้น โดยหากยังปล่อยปัญหาทั้งหมดลุกลามไปมากกว่านี้ คำว่า “ทีมแตก” คงจะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้ และหมดยุคความยิ่งใหญ่ของ อาร์เซนอล ไปโดยปริยายอย่างแน่นอน
 


เปิดอ่าน