มูลค่ารวมแข้งย้ายทีมแพงสุดตลอดกาล

กีฬา > บทความ  :  24 ส.ค. 2560

ในโลกฟุตบอลทุกวันนี้ค่าตัวของนักเตะแต่ละคนเริ่มที่จะมีมูลค่าสูงขึ้นเรื่อย ๆ หากเปรียบเทียบจากในอดีต

   ขณะเดียวกันก็มีนักเตะจำนวนไม่น้อยที่ย้ายทีมอยู่บ่อยๆ อันเป็นไปตามกลไกและวิถีของเกมลูกหนัง ซึ่งวันนี้จะขอรวบมรวมมูลค่าการย้ายทีมของบรรดาแข้งชื่อดัง ที่นับตั้งแต่เริ่มต้นเส้นทางอาชีพจนกระทั่งปัจจุบันพวกเขาสร้างมูลค่าให้กับตัวเองไปเท่าไหร่

5. ฮาเมส โรดริเกซ
สโมสร : เอ็นวิกาโด, แบนฟิลด์, ปอร์โต, โมนาโก, เรอัล มาดริด, บาเยิร์น มิวนิค
มูลค่ารวม : 117.49 ล้านปอนด์ (ราว 4,900 ล้านบาท)​

    เพลย์เมคเกอร์ชาวโคลอมเบีย วัย 26 ปี เริ่มต้นเส้นทางอาชีพลูกหนังกับ เอ็นวิกาโด สโมสรเล็กๆในลีกบ้านเกิด และเป็นสโมสรแห่งนี้เองที่ให้โอกาสเขาได้ลงสัมผัสเกมลูกหนังระดับอาชีพ ขณะที่อายุได้เพียง 15 ปี กระทั่งถูก แบนฟิลด์ สโมสรในอาร์เจนตินาคว้าตัวมาร่วมทีมในปี 2008 ด้วยค่าตัว 238,000 ปอนด์(ราว 10ล้านบาท) ซึ่งนั่นคือค่าตัวเริ่มแรก ก่อนที่อีก 6 ปีต่อมาค่าตัวของเขาจะขยับขึ้นไปสูงถึง 64 ล้านปอนด์ (ราว 2,700 ล้านบาท) เมื่อยักษ์ใหญ่ในสเปนอย่าง เรอัล มาดริด ดึงตัวไปร่วมทีม
    “Diario Ole” เว็บไซต์กีฬาชื่อดังอาร์เจนตินา เคยเปรียบ ฮาเมส เป็นดั่ง คริสเตียโน โรนัลโด ของฝั่งอเมริกาใต้ โดยตลอดระยะเวลา 3 ฤดูกาล ที่รับใช้ทีมราชันชุดขาว “ฮาเมส” ผ่านการทำงานกับโค้ชชื่อดังถึง 3 ราย ตั้งแต่ยุค คาร์โล อันเชล็อตติ, ราฟาเอล เบนิเตซ และ ซีเนดีน ซีดาน ที่เป็นคนปล่อยตัวเขามาอยู่กับ บาเยิร์น มิวนิค ด้วยสัญญายืมตัว 2 ปี โดยเสือใต้ต้องเสียค่ายืมตัวครั้งนี้ 9 ล้านปอนด์(ราว 370 ล้านบาท)

4. กอนซาโล อิกวาอิน
สโมสร : ริเวอร์เพลท, เรอัล มาดริด, นาโปลี , ยูเวนตุส
มูลค่ารวม : 119.85 ล้านปอนด์ (ราว 5,030 ล้านบาท)

    จากอดีตศูนย์หน้าที่เรอัล มาดริด ไม่สนใจที่จะเก็บไว้ใช้งาน หัวหอกอาร์เจนไตน์รายนี้ใช้เวลา 3 ปี ทำให้“ราชันชุดขาว”ต้องยอมรับว่าคิดผิดที่ยอมปล่อยตัวเขาออกจากรั้วเบร์นาเบว เมื่อ ยูเวนตุส ยอมควัก 75 ล้านปอนด์(ราว 3,100 ล้านบาท) ให้กับนาโปลี เพื่อแลกกับการให้เขามาล่าตาข่ายยังตูริน
    อิกวาอิน แจ้งเกิดขึ้นมากับ ริเวอร์เพลท ยักษ์ใหญ่ในลีกบ้านเกิด ก่อนถูก เรอัล มาดริด คว้าตัวมาร่วมทีมด้วยค่าตัว 33.15 ล้านปอนด์(ราว 1,400 ล้านบาท) โดยเขาอยู่รับใช้ทีมเมืองหลวงของสเปน นานถึง 7 ฤดูกาล ก่อนที่จะเป็น คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือในตอนนั้นที่เป็นคนเลือกปล่อยตัวเขามาอยู่กับ นาโปลี เมื่อปี 2013 ซึ่งเป็นที่นี่เองที่ทำให้เขากลับมาสู่ฟอร์มของยอดดาวยิงได้อีกครั้ง เมื่อจัดการกดไป 91 ประตู ตลอด 3 ปี ที่ค้าแข้งในถิ่นสตาดิโอ ซาน เปาโล
    โดยฤดูกาล 2015-16 อิกวาอิน ทำลายสถิติดาวซัลโว กัลโช เซเรีย อา อิตาลี ที่ยิงสูงสุดต่อ 1 ฤดูกาล เมื่อยิงไป 36 ลูก พาทีมเข้าป้ายรองแชมป์ในซีซั่นสุดท้ายที่อยู่รับใช้สโมสร กระทั่งย้ายไปกอบโกยความสำเร็จกับทีมม้าลายดังเช่นปัจจุบัน

3. ซลาตัน อิบราฮิโมวิช
สโมสร : มัลโม, อาแจ็กซ์, ยูเวนตุส, อินเตอร์,บาร์เซโลนา, มิลาน, เปแอสเช, แมนฯยูไนเต็ด
มูลค่ารวม 143.74 ล้านปอนด์ (ราว 6,030 ล้านบาท)

    แม้เที่ยวล่าสุด หัวหอกวัย 35 ปี จะย้ายมาร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แบบไม่มีค่าตัว เมื่อช่วงซัมเมอร์ ฤดูกาล 2016-17 พร้อมกับทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ยิงไป 28 ประตู กับ 9 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 46 เกมรวมทุกรายการ มีส่วนช่วยพา “ปีศาจแดง”กวาดแชมป์มา 3 รายการ ไล่ตั้งแต่แชมป์คอมมูนิตี ชิลด์, อีเอฟแอล คัพ และ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก
    อย่างไรก็ตามหากย้อนกลับไปดูเส้นทางค้าแข้งที่ผ่านมา ก็ต้องยอมรับว่ามีศูนย์หน้าน้อยคนนักที่จะสามารถประสบความสำเร็จกับการลงเล่นทั้ง 4 ลีกดังของยุโรป (พรีเมียร์ลีก อังกฤษ, กัลโช เซเรีย อา, ลีก เอิง, ลา ลีกา) จากเด็กปั้นของ มัลโม ในลีกบ้านเกิด เคยถูก บาร์เซโลนา ทุ่มเงินซื้อไปด้วยราคา 59.08 ล้านปอนด์ (ราว 2,500 ล้านบาท) เมื่อปี 2009 แม้จะไม่ประสบความสำเร็จในคัมป์ นูเท่าที่ควร จนระเห็จมาสร้างชื่อกับ เอซี มิลาน และ เปแอสเช แต่ทุกทีมที่กล่าวมา ซลาตัน สามารถพาทีมกวาดแชมป์ลีกมาครองได้ทั้งหมด
    ข่าวล่าสุดระบุว่า แมนฯยูไนเต็ด ต้องการเซ็นสัญญากับ อิบราฮิโมวิช อีกครั้ง ก่อนเส้นตายตลาดนักเตะในช่วงซัมเมอร์นี้ หลังจากนักเตะฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บที่หัวเข่าได้อย่างรวดเร็ว

2. อังเคล ดิ มาเรีย
สโมสร : โรซาริโอ, เบนฟิกา, เรอัล มาดริด, แมนฯยูไนเต็ด, เปแอสเช
มูลค่ารวม : 152.15 ล้านปอนด์ (ราว 6,400 ล้านบาท)

    หลังจากเริ่มต้นอาชีพนักเตะกับ โรซาริโอ เซ็นทรัล ทีมจากบ้านเกิด “ดิ มาเรีย” ย้ายมาค้าแข้งในยุโรปในปี 2007 กับ เบนฟิกา ในโปรตุเกส ก่อนที่จะโชว์ฟอร์มได้เข้าตาทีมยักษ์ใหญ่อย่าง เรอัล มาดริด ที่ซื้อเขาไปร่วมทีมในเวลาต่อมาด้วยค่าตัว 28 ล้านปอนด์(1,170 ล้านบาท) จากนั้นถูก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซื้อตัวมาด้วยคาตัวแพงสุดของเกาะอังกฤษในตอนนั้น 63.75 ล้านปอนด์(ราว 2,670 ล้านบาท)
    แม้ชีวิตในรั้วโอลด์ แทรฟฟอร์ด จะไม่ค่อยได้รับการยอมรับจากแฟนบอลปีศาจแดงจนโดนปล่อยมาอยู่กับ เปแอสเช ซึ่งเป็นที่ที่เขากลับมาอยู่ในฟอร์มที่ดีอีกครั้ง หลังจากพาทีมคว้าแชมป์ลีก เอิง ฝรั่งเศส ได้ทันทีตั้งแต่ปีแรกที่ย้ายมาร่วมทีม ถึงจะไม่ใช่ผู้เล่นที่มีดีกรีโด่งดังอะไรมากมาย แต่ ดิ มาเรีย ก็ผ่านการเล่นร่วมกับดาวเตะระดับโลกมามากมาย ไล่ตั้งแต่ คริสเตียโน โรนัลโด, ลิโอเนล เมสซี, เวย์น รูนีย์, ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ซึ่งต้องยอมรับว่าน้อยคนนักจะมีโอกาสเช่นเดียวกับเขา

1. เนย์มาร์
สโมสร : ซานโตส, บาร์เซโลนา, เปแอสเช
มูลค่ารวม : 272.97 ล้านปอนด์ (ราว 11,000 ล้านบาท)

    นอกจากขึ้นแท่นเป็นดาวเตะค่าตัวแพงที่สุดของโลกแล้ว ค่าตัว 198 ล้านปอนด์(ราว 8,300 ล้านบาท) ที่เปแอสเช จ่ายให้กับ บาร์เซโลนา ยังทำให้สตาร์แซมบ้า กลายเป็นนักเตะที่มีมูลค่ารวมในการย้ายทีมมากที่สุดจากการย้ายสังกัดเพียงแค่ 3 หน เท่านั้น
    ตัวเลขที่ เนย์มาร์ ย้ายจาก ซานโตส บ้านเกิดมาอยู่กับ บาร์เซโลนา ถูกระบุไว้ที่ 74.97 ล้านปอนด์ (ราว 3,140 ล้านบาท) และเมื่อรวมกับค่าตัวตอนย้ายมาอยู่กับเปแอสเช ทำให้มูลค่ารวมขึ้นไปแตะที่ 272.97 ล้านปอนด์(ราว 11,000 ล้านบาท) และเพียงแค่การประเดิมสนามนัดแรกในลีก เอิง ของฝรั่งเศส เจ้าตัวก็จัดการเปิดตัวอย่างสวยหรู เมื่อทั้งยิงทั้งจ่ายในนัดบุกเอาชนะ แก็งก็อง 3-0 ขณะที่แมตช์ต่อมาเขายิงสองประตูและอีกสองแอสซิสต์ต่อหน้าแฟนๆในชัยชนะเหนือ ตูลูส 6-2 ช่วยให้ เปแอสเช เก็บชัยชนะ 3 นัดรวด พร้อมนำเป็นจ่าฝูงอยู่ในขณะนี้
    สาเหตุที่ทำให้นักเตะคนหนึ่งต้องการย้ายทีม อันดับแรกย่อมหนีไม่พ้นเรื่องของโอกาสประสบความสำเร็จกับทีมระดับโลก แต่ถ้าจะมีนักฟุตบอลสักคนที่ยอมย้ายออกจากสโมสรที่มั่นคง เพื่อโอกาสในการก้าวไปเป็นหมายเลขหนึ่งของโลก แน่นอนว่าชื่อของ เนย์มาร์ จะเป็นหนึ่งในนั้น

    สุดท้ายนี้เชื่อว่ามูลค่ารวมในการย้ายทีมของบรรดาแข้งชื่อดังจะยังไม่หยุดแค่ตัวเลขนี้อย่างแน่นอน และแฟนบอลยังมีโอกาสที่จะได้เห็นดีลระดับโลกนี้เกิดขึ้นอีกในไม่ช้าก็เร็ว

"เมื่อโลกลูกหนังยุคปัจจุบัน ยังพร้อมที่จะเดินหน้าและขับเคลื่อนด้วยเม็ดเงินจำนวนมหาศาล"
    


เปิดอ่าน