ปิดตำนานยอดลมกรด : ยูเซน โบลต์

กีฬา > บทความ  :  16 ส.ค. 2560

"ผมเล่นฟุตบอลไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่ก็มีเล่นคริกเก็ตอยู่บ้าง แต่พ่อแม่เห็นผมวิ่งเลยส่งเสริมให้ผมจริงจังกับกีฬาชนิดนี้มากกว่า ผมเลยเอาดีทางนี้แทนที่จะไปเล่นคริกเก็ต"

    ยูเซนต์ โบลต์ กล่าวถึงที่มาก่อนที่จะก้าวขึ้นมาเป็นนักกรีฑาที่ได้รับการยอมรับว่า เป็นนักวิ่งที่เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์
    อาจเป็นตอนจบที่ไม่สวยงามเท่าไหร่ สำหรับ ยอดนักวิ่งชาวจาเมกา ซึ่งโลดแล่นในวงการกรีฑามาอย่างยาวนานจนกลายเป็นนักกีฬาระดับตำนานและนักกีฬายอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาล นับตั้งแต่เข้าร่วมการแข่งขันระดับโลก ครั้งแรกเมื่ออายุ 15 ปี
    โบลต์ ปิดฉากอำลาลู่วิ่งในศึกกรีฑาชิงแชมป์โลก 2017 ที่กรุงลอนดอน ของอังกฤษ ด้วยการคว้าเหรียญทองแดงติดมือมาเพียงเหรียญเดียวเท่านั้น จากการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรชาย ขณะที่วิ่งผลัด 4x100 เมตร ซึ่งลงแข่งขันเป็นรายการสุดท้ายของอาชีพ เจ้าตัวกลับต้องพบกับปัญหาอาการบาดเจ็บจนต้องออกจากการแข่งขัน และทำให้ทีมของเขาไม่ได้เหรียญรางวัลใดๆ มาครอง
    แม้ผลงานในรายการชิงแชมป์โลกที่เพิ่งผ่านพ้นไปจะเป็นเหมือนฝันร้ายของยอดลมกรดรายนี้ แต่สำหรับในวงการกรีฑา ชื่อของ ยูเซนต์ โบลต์ ยังคงจะได้รับการจดจำในฐานะยอดนักวิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดคนหนึ่งของโลก จากผลงานที่ผ่านมาซึ่งต้องยอมรับว่ายากที่จะหาใครมาเทียบได้เลยทีเดียว

เจ้าของสถิติโลก
    ชื่อเต็มของเขาคือ ยูเซน เซนต์ ลีโอ โบลต์ เกิดที่ประเทศจาเมกา วันที่ 21 สิงหาคม ปี 1986 เป็นเจ้าของสถิติโลกวิ่ง 100 เมตร (9.58 วินาที) กวาดเหรียญทองโอลิมปิก 3 สมัย กับสามรายการใหญ่ 100 เมตร, 200 เมตร และ 4x100 เมตร รวม 8 เหรียญทอง (เดิม 9 ทอง แต่รายการ 4x100 ม. ที่ปักกิ่ง 2008 โดนริบเหรียญคืนเพราะมีเพื่อนร่วมทีมตรวจสารกระตุ้นไม่ผ่าน)
    โบลต์ ไม่เพียงจะประสบความสำเร็จในการวิ่งประเภท 100 เมตร แต่ยังรวมถึงประเภท 200 เมตร ด้วย โดยในโอลิมปิกที่กรุงปักกิ่ง เมื่อปี 2008 โบลต์ สามารถทุบสถิติการวิ่ง 200 เมตร ในเวลา 19.32 วินาที ที่ ไมเคิล จอห์นสัน ลมกรดชาวสหรัฐ ครองมานาน 12 ปี ลงได้ด้วยเวลา 19.30 วินาที จากนั้นก็ทำลายสถิติของตัวเองด้วยเวลา 19.19 วินาที ในการแข่งขันปีถัดมาที่กรุงเบอร์ลิน ของเยอรมัน
     ส่งผลให้เขากลายเป็นนักวิ่งเพียงคนเดียวที่ครองสถิติโลกในการวิ่งทั้งสองประเภท นับตั้งแต่ สหพันธ์กรีฑานานาชาติ (ไอเอเอเอฟ) เริ่มใช้ระบบจับเวลาอัตโนมัติในปี 1977

ทำไมถึงเร็วที่สุด
    เจ้าของเหรีญทองโอลิมปิก 3 สมัย เคยทำความเร็วในการวิ่งสูงสุดที่ 44.2 กิโลเมตร/ชั่วโมง ด้วยความสามารถระดับนี้จึงได้รับฉายาว่า “มนุษย์สายฟ้า” ซึ่งเชื่อว่าเป็นมนุษย์ที่วิ่งเร็วที่สุดในโลก โดยได้มีการวิเคราะห์มาว่ามีอยู่ 5 ปัจจัย ที่ว่า ทำไมเขาถึงวิ่งได้เร็วที่สุด

1. สรีระที่ดี
    จากการวิจัยพบว่า โบลต์ มีช่วงขายาวกว่านักวิ่งทั่วไปประมาณ 15% แต่จะมีน้ำหนักเบากว่าประมาณ 12% ทำให้สามารถสับขาได้เร็วและก้าวขาได้ไกลกว่า โดย โบลต์ ซึ่งมีความสูง 6 ฟุต 5 นิ้ว (195 เซนติเมตร) สามารถวิ่งในระยะ 100 เมตร ด้วยการก้าวที่ 41 ก้าว (ราว 2.4 เมตร/ก้าว) ในขณะที่นักวิ่งคนอื่นๆต้องวิ่งประมาณ 44 ก้าว นอกจากนี้ยังพบว่ามวลกระดูกของเขามีความหนาแน่นสูง ทำให้สามารถรองรับแรงกระแทกได้ดี และร่างกายของเขายังมีปริมาณเม็ดเลือดแดงมากกว่าปกติ ทำให้สามารถรับออกซิเจนที่หายใจเข้า นำมาใช้ได้มากขึ้น

2. สมดุลในการเคลื่อนไหว
    โบลต์ สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของร่ายกายได้ดี โดยสัมพันธ์กันทุกก้าวโดยไม่มีการผิดพลาด ซึ่งต้องอาศัยการฝึกฝนอย่างหนักเพื่อสร้างความสัมพันธ์ของสมองและกล้ามเนื้อให้เป็นหนึ่งเดียวกัน

3. ฝึกซ้อมอย่างหนัก
    ลมกรดจาเมกา มักใช้เวลาซ้อมอย่างหนักในช่วงระยะเวลา 6 เดือน เพื่อฝึกทักษะด้านต่างๆ ตั้งแต่ การฝึกการออกตัว การทรงตัว การวิ่งทางตรงตลอดจนทางโค้ง อีกทั้งยังมีการเข้าฟิตเนส สัปดาห์ละ 3 ครั้ง ประมาณครั้งละ 2 ชั่วโมง เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ

4. โภชนาการ
    ค่ายฝึกซ้อมที่คิงส์ตัน ประเทศจาเมกา บ้านเกิดของเขา มีพ่อครัวประจำศูนย์ฝึก ทำให้เขาได้รับอาหารที่มีคุณค่าต่อร่างกายทุกมื้อ โดยสารอาหารที่ได้รับจะเน้นไปที่คาร์โบไฮเดรตและโปรตีนเป็นหลัก

5. อารมณ์ผ่อนคลาย
    โบลต์ มักจะใช้เวลาว่างหลังการฝึกอยู่กับเพื่อนๆ และมีกิจกรรมผ่อนคลายคือการเล่นวิดีโอเกม ก่อนการแข่งขันก็จะตั้งสมาธิและทำตัวสบายๆ เพราะถ้าเครียดมากเกินไปก็จะส่งผลต่อการเกร็งของกล้ามเนื้อ ซึ่งจะส่งผลเสียไปยังการแข่งขัน

รอยด่างพร้อย

    นับแต่ปี 2008 เป็นต้นมา โบลต์ ชนะการแข่งโอลิมปิกและรายการชิงแชมป์โลกได้ทุกครั้ง โดย โอลิมปิกเกมส์ 2016 ที่นครรีโอ เด จาเนโร ของบราซิล เมื่อปีที่แล้ว เจ้าตัวสร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองโอลิมปิก 3 รายการ คือ 100 เมตร 200 เมตร และวิ่งผลัด 4x100 เมตร ได้สามสมัยซ้อน
    ส่วนในรายการชิงแชมป์โลก มีเพียงปี 2011 ที่แดกู ของเกาหลีใต้ โดนปรับแพ้เพราะทำฟาวล์ในการออกสตาร์ท และปีนี้ที่กรุงลอนดอน ซึ่งทำได้เพียงแค่เหรียญทองแดงที่กลายมาเป็นจุดด่างพร้อย ส่วนที่เหลือเขาสามารถกวาดแชมป์มาครองได้ทั้งหมด จากการเป็นแชมป์โลก 11 ครั้ง
    นอกจากนี้ โบลต์ เคยแพ้ในการแข่งขันประเภท 200 เมตร เพียงครั้งเดียว โดยผู้ที่เอาชนะเขาได้ก็คือ โยฮัน เบลค เพื่อนร่วมชาติชาวจาเมกา เมื่อปี 2012 ส่วนผู้ที่เคยอาชนะเขาในการวิ่ง 100 เมตร ได้แก่ จัสติน แกตลิน, คริสเตียน โคลแมน, อซาฟา พาวเวลล์ และ ไทสัน เกย์
    แม้การอำลาลู่วิ่งของยอดลมกรด วัย 30 ปี จะไม่ใช่ฉากจบอันสมบูรณ์แบบเท่าใดนัก ด้วยเหตุผลของสภาพร่างกาย และองค์ประกอบแวดล้อมอื่นๆ แต่สุดท้ายหากให้กล่าวถึงชื่อของนักกรีฑาขึ้นมาสักคน เชื่อว่า ชื่อของ ยูเซน โบลต์ จะเป็นคำแรกๆที่หลุดออกมาอย่างแน่นอน


เปิดอ่าน