ส่องรังเหย้าใหม่ไฉไลกว่าเดิม

กีฬา > บทความ  :  1 ส.ค. 2560

โดย ธนรัรัชต์ คูสมบัติ

ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2016 ต่อเนื่องจนมาถึงปัจจุบันที่เข้ากลางปี 2017 อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวในวงการฟุตบอลต่างประเทศนอกจากการซื้อขายตัวผู้เล่น การเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีม หรือเกมการแข่งขันความพร้อมอุ่นเครื่องช่วงปรีซีซั่น นั่นคือข่าวการเปลี่ยนแปลงสนามที่เป็นรังเหย้าของบรรดาสโมสรดังๆ 

บางทีมถึงขนาดย้ายสนามจากฐานที่มั่นเดิมที่ใช้มาเป็นร้อยปี ลงทุนสร้างสนามแห่งในพื้นที่ใหม่ มีตัวอย่างมาแล้วในอดีต เช่นแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เลิกใช้ “เมนโรด” รังเหย้าที่ใช้มาถึง 80 ปี ไปสร้างสนามใหม่คือ “เอติฮัด สเตเดี้ยม”ในปี 2003  หรืออาร์เซน่อล ที่ตัดสินใจย้าสนามเหย้าอย่าง “ไฮบิวรี่” ที่ใช้มาตั้งแต่ปี 1913 ไปสร้างสนาม “เอมิเรตส์ สเตเดียม” ในปี 2006  หรือล่าสุดคือเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ที่เปลี่ยนมาใช้ “ลอนดอนสเตเดี้ยม” แทน “อัพตัน พาร์ค” ที่ทีมขุนค้อนเป็นเจ้าของสนามมาถึง 112 ปี

ขณะที่บางทีมเลือกใช้วิธีการปิดปรับปรุงเนรมิตให้ใหม่ให้ไฉไลกว่าเดิม ทั้งการเพิ่มความจุ สิ่งอำนวยความสะดวกและความทันสมัย แต่ก็ต้องแลกมากับการอดใช้งานไประยะหนึ่ง โดยต้องหาสนามเหย้าใช้ชั่วคราวไปก่อน

 

เอฟเวอร์ตัน- แบรมลีย์ มัวร์

เอฟเวอร์ตัน ได้ออกมาประกาศว่ามีแผนจะสร้างสนามใหม่ในริมฝั่งน้ำเขตท่าเรือ แบรมลีย์ มัวร์ แทนรังเหย้าเดิมอย่างกูดิสัน ปาร์คที่ใช้งานมายาวนานตั้งแต่ปี ค.ศ. 1892 หรือนับเป็นเวลา 125 ปีมาแล้ว

โดยทีมทอฟฟี่สีน้ำเงินและกลุ่มทุนพีลโฮลดิ้ง กรุ๊ป ได้ตกลงในเงื่อนไขหลักกับสภาเมืองลิเวอร์พูลที่จะยื่นซื้อที่ดินเพื่อสร้างโครงการสนามฟุตบอลบริเวณริมน้ำเมืองลิเวอร์พูลโดยงบประมาณสร้างสนามจะอยู่ที่ 300-500 ล้านปอนด์  (1.3- 2.2 หมื่นล้านบาท) ความจุ 60,000 ที่นั่ง ขณะที่ มูลค่ารวมโครงการรวมทั้งสิ้น 5 พันล้านปอนด์ (2.19 แสนล้านบาท)

ซึ่งมีการวางเป้าหมายไว้ว่า จะสร้างให้เสร็จและเปิดตัวใช้งานในกีฬาคอมมอนเวลธ์ เกมส์ ปี 2022  และเอฟเวอร์ตันจะใช้เป็นรังเหย้าแห่งใหม่ในฤดูกาล 2022-2023

 

บาร์เซโลน่า - สนามคัมป์ นู (ปรับปรุง)

ทีมดังจากแคว้นคาตาลันในสเปน ประกาศไว้ตั้งแต่ปี 2016 แล้วว่าจะมีการปรับปรุงสนามคัมป์ นู รังเหย้าที่มีฉายาว่า “ชามอ่างยักษ์” ชนิดให้ยักษ์กว่าเดิม จากเดิมที่จุผู้ชมได้ประมาณ 9.9 หมื่นคนเศษ เป็น 105,000 คน

ซึ่งจะใช้ งบประมาณถึง 500 ล้านปอนด์ (2.1 หมื่นล้านบาท) ภายในระยะเวลา 5 ปี โดยให้บริษัท นิกเก้น เซกเคอิ บริษัทชื่อดังของญี่ปุ่น ร่วมกับปาสกาล ไอ ออซิโอ อาร์คิเท็คเตส ในแคว้นคาตาลัน ร่วมกันดำเนินการต่อเติม ไปทีละส่วน ไม่ถึงขนาดต้องปิดการใช้งานแต่อย่างใด

ถ้าหากการปรับปรุงทั้งหมดเสร็จสิ้น สนามฟุตบอลแห่งนี้จะเป็นสนามที่มีความจุมากที่สุดในยุโรป และ อันดับสองของโลก และคาดว่าจะเปิดใช้ได้ในช่วงต้นฤดูกาล 2021/2022 หากทุกอย่างสำเร็จตามแผน

 

เชลซี - นิว สแตมฟอร์ด บริดจ์ (ปรับปรุง)

ทีมสิงโตน้ำเงินคราม นั้นมีแผนที่จะเพิ่มจำนวนผู้ชมในสนามให้ได้มาหลายปีแล้ว หลังจากที่พยายามปรับปรุงแสตนด์ในสนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ ครั้งล่าสุดเมื่อปี 2001 แต่ก็ขยายความจุได้เต็มที่แค่ 41,600 คน

ก่อนหน้านี้ โรมัน อบราโมวิช เจ้าของเชลซีพยายามหาพื้นที่ในการสร้างสนามใหม่ให้ทีมในลอนดอน แต่ต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องยากที่จะหาพื้นที่ขนาดใหญ่ในเมืองหลวงของอังกฤษ ยังไม่รวมไปถึงมูลค่าที่ดินที่แพงมหาศาล ดังนั้นจึงใช้แผนการปรับปรุงสนามไม่ใช่การย้ายไปยังที่แห่งใหม่ แต่เป็นการทุบสนามเดิมเพื่อสร้างสนามใหม่ซึ่งจะจุแฟนบอลเพิ่มจาก 41,600 คน เป็น 60,000 คน ด้วยงบประมาณ500 ล้านปอนด์ (2.1หมื่นล้านบาท)

โดยดำเนินการทำเรื่องมาตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน ปี ค.ศ. 2015 และคาดว่าจะใช้งานได้ในปี 2022  ซึ่งรังใหม่นี้ได้สถาปนิกจาก บริษัท เฮอร์ซอก แอนด์ เดอ มูรอน ที่เคยสร้างสนามกีฬาแห่งชาติปักกิ่งในประเทศจีน และอัลลิอันซ์ อารีนา รั้งเหย้าของบาเยิร์น มิวนิค มาออกแบบให้ด้วย

 

ท็อตแนม ฮอทสเปอร์ - สนาม นิว ไวท์ฮาร์ทเลน  (ปรับปรุง)

เมื่อฤดูกาล 2016-2017 ที่ผ่านมาทีมไก่เดือยทองได้เตรียมความพร้อมปิดการใช้งานสนาม ไวท์ฮาร์ทเลนบางส่วนไว้แล้วเพื่อที่จะทำการปรับปรุงขนานใหญ่ โดยใช้เงินประมาณ 400 ล้านปอนด์ (1.7 หมื่นล้านบาท) ความจุ 61,000 คน อีกทั้งยังมีการเพิ่มเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก การพัฒนาตรงอุโมงค์นักเตะให้ดูหรูหราทันสมัยมากขึ้นด้วย

ก่อนที่การปรับปรุงจะแล้วเสร็จตามกำหนดการคือช่วงปี 2018  ในฤดูกาล 2017-2018  สเปอร์จะใช้สนามเวมบลีย์ เป็นสนามเหย้าชั่วคราวของทีมไปก่อน

 

แอตเลติโก มาดริด - วันดา เมโทรโปลิตาโน

เมื่อปี 2007 สภาเมืองมาดริดตัดสินใจยึดที่ดินบนสนามบิเซนเต กัลเดรอน คืน ทำให้แอต. มาดริด ต้องเตรียมบอกลารังเหย้าที่พวกเขามานานกว่า 50 ปี ซึ่งทางทีมก็ขอกับทางสภาเมืองชะลอการคืนพื้นที่จนกว่าสนามใหม่จะเสร็จสิ้น

จนในที่สุดทีมตราหมี ได้เปิดเผยสนามใหม่ของทีมที่มีชื่อว่า วันดา เมโทรโปลิตาโน โดยชื่อสนามนั้นเป็นการร่วมชื่อสปอนเซอร์ของทีมอย่าง"วันดา" เข้ากับชื่อรังเหย้าเก่าก่อนหน้า บิเซนเต กัลเดรอน ของแอต.มาดริด ซึ่งใช้เงินก่อสร้างประมาณ 270 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1.1 หมื่นล้านบาท) และความจุมากกว่า 70,000 ที่นั่ง โดยจะเปิดใช้ในซีซั่นที่จะถึงนี้

 

สนามเหย้าของทีมฟุตบอลนอกจากจะเป็นหน้าตาภาพลักษณ์ของสโมสรแล้ว ยังเป็นสถานที่สำคัญในการหารายได้ให้กับทีมทั้งค่าตั๋วเข้าชมเกม (ยิ่งมีความจุมากก็ได้มาก)หรือแม้กระทั่งเงินสนับสนุนจากสปอนเซอร์

ที่สำคัญยังเปรียบเสมือนศูนย์รวมจิตใจของแฟนบอล สะท้อนประวัติศาสตร์รากเหง้าและอัตลักษ์ความเป็นมาของทีม


เปิดอ่าน