3เหตุผลส่ง“วอร์ริเออร์ส”คว้าแชมป์เอ็นบีเอ

กีฬา > บทความ  :  16 มิ.ย. 2560

จบไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับบาสเกตบอล เอ็นบีเอ สหรัฐ ประจำซีซั่น 2016-2017 ที่ผลปรากฏว่าแชมป์ในปีนี้ตกเป็นของ โกลเดน สเตท วอร์ริเออร์ส

     โดยพวกเขาเปิดรัง โอราเคิล อารีนา ชำระแค้น คลีฟแลนด์ คาวาเลียร์ส ไป 129-120 ในรอบชิงชนะเลิศ นัดที่ 5 และปิดซีรีส์ไปด้วยสกอร์รวม 4-1 เกม ซึ่งจากผลดังกล่าวทำให้ โกลเดน สเตท วอร์ริเออร์ส คว้าแชมป์เอ็นบีเอไปครองเป็นสมัยที่ 2 ในรอบ 3 ปีหลังสุด และเป็นแชมป์สมัยที่ 5 ของทีม

      ในปีนี้ถือว่าเป็นปีทองของทีม “นักรบทองคำ” เลยก็ว่าได้ เนื่องจากมีฟอร์มการเล่นที่สุดยอด และสร้างสถิติต่างๆขึ้นมากมายจนจบฤดูกาลด้วยการเป็นแชมป์ในที่สุด ซึ่งมีเหตุผลอะไรบ้างที่ทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จมากถึงเพียงนี้

ฟอร์มอันสุดยอดของ“นักรบทองคำ”
      ในซีซั่นนี้ โกลเดน สเตท วอร์ริเออร์ส หมายมั่นปั้นมือว่าจะกลับมาคว้าแชมป์ให้ได้ หลังซีซั่นที่แล้วต้องพลาดท่าพ่าย คลีฟแลนด์ คาวาเลียร์ส ไปในรอบชิงชนะเลิศ อย่างไรก็ตามทีม “นักรบทองคำ” ต้องเจออุปสรรคตั้งแต่ออกสตาร์ทฤดูกาลเมื่อ สตีฟ เคอร์ หัวหน้าโค้ช มีปัญหาอาการบาดเจ็บหลังจนต้องเข้ารับการผ่าตัดตั้งแต่เดือน ก.ค. ปีที่แล้ว และมีอาการข้างเคียง เช่น คลื่นไส้ และปวดไมเกรน จนไม่สามารถคุมทีมได้
      ส่งผลให้ ลุค วอร์ตัน ผู้ช่วยโค้ช ต้องขึ้นมาคุมทีมแทน ทำให้หลายคนเป็นห่วงว่าฟอร์มของทีมอาจจะไม่ดีเหมือนกับตอนที่ เคอร์ ทำทีม อย่างไรก็ตามอดีตโค้ชของ นิวออร์ลีนส์ เพลิแกนส์ รายนี้ ซึ่งได้คุมทีมในช่วงซีซั่นปกติเป็นส่วนใหญ่ กลับพา วอร์ริเออร์ส โชว์ฟอร์มได้สุดยอดเกินคาด ด้วยการจบซีซั่นปกติด้วยผลงาน ชนะ 67 แพ้ 15 พร้อมคว้าตำแหน่งแชมป์ของสายตะวันตกมาครอง
      รวมไปถึงในรอบเพลย์ออฟที่ “นักรบทองคำ” ยังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เริ่มจากการถล่ม พอร์ทแลนด์ เทรลเบลเซอร์ส ทีมอันดับ 8 ของโซน 4-0 เกม ต่อด้วย ชนะ ยูทาห์ แจซซ์ ทีมอันดับ 5 ไปอีก 4-0 เกม รวมไปถึงรอบชิงแชมป์สายที่พวกเขาอัด ซานอันโตนิโอ สเปอร์ส ทีมอันดับ 2 ไปอีก 4-0 เกม ผ่านเข้าไปสู่รอบชิงชนะเลิศ พร้อมทำให้พวกเขาเอาชนะในรอบเพลย์ออฟได้ 12 เกมรวดอีกด้วย
       จนมาถึงรอบชิงชนะเลิศที่ต้องพบกับคู่ปรับตลอดกาลอย่าง คลีฟแลนด์ คาวาเลียร์ส ซึ่งถือว่าเป็นดรีม ไฟนอล และผลปรากฏว่าพวกเขาก็เอาชนะไปแบบไม่ยากเย็น 4-1 เกม กลับมาสู่บังลังก์แชมป์ของศึกเอ็นบีเอได้อีกครั้ง

ผู้ชายที่ชื่อ “เควิน ดูแรนท์”
     จากการที่ วอร์ริเออร์ส หมายมั่นเป็นอย่างมากว่าซีซั่นนี้พวกเขาต้องกลับมาคว้าแชมป์ให้ได้ โดยสิ่งแรกที่ต้องทำคือ การเสริมทัพ ซึ่งถือแม้พวกเขาจะมี สตีเฟน เคอร์รี การ์ดเอ็มวีพี และ เคลย์ ธอมป์สัน การ์ดจอมแม่นอยู่ในทีมแล้วก็ตาม แต่ทว่าคนอื่นๆในทีมกลับยังไม่สามารถรักษามาตรฐานของทีมได้เวลาไม่มี 2 คนดังกล่าวอยู่ในสนาม
     ส่งผลให้พวกเขาตัดสินใจทุ่มเงินค่าเหนื่อยกว่า 54.3 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.63 พันล้านบาท) ในการดึงตัว เควิน ดูแรนท์ ยอดฟอร์เวิร์ด จาก โอกลาโฮมา ซิตี ธันเดอร์ มาร่วมทัพด้วยสัญญา 2 ปี ซึ่งถ้าดูจากสถิติเมื่อซีซั่นที่แล้วของ ดูแรนท์ ที่เขาโชว์ฟอร์มได้สุดยอดด้วยการทำแต้มเฉลี่ยต่อเกมอยู่ที่ 28.2 คะแนน, เก็บ 8.2 รีบาวด์ และ จ่าย 5 แอสซิสต์ รวมถึงตำแหน่งการเล่นของเขานั้น ก็ถือว่าเจ้าตัวเขามาเติมเต็มทีม “นักรบทองคำ” ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว และทำให้ วอร์ริเออร์ส ได้รับการคาดการณ์ว่าเป็นทีมเต็งในการคว้าแชมป์ปีนี้ จากการคว้าตัว ดูแรนด์ เข้ามาอยู่ในถิ่น โอราเคิล อารีนา
      และการตัดสินใจดึงตัว ดูแรนท์ มาร่วมทีมก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เนื่องจากเขาระเบิดฟอร์มสุดยอดให้กับต้นสังกัดใหม่ ด้วยสถิติทำแต้มเฉลี่ยต่อเกมอยู่ที่ 27.8 คะแนน, เก็บ 8.1 รีบาวด์ และ จ่าย 4.2 แอสซิสต์ โดยเฉพาะในรอบชิงชนะเลิศที่เขาทำ แต้มเฉลี่ย 35.2 คะแนน 8.4 รีบาวด์ และ 5.4 แอสซิสต์ต่อเกม พร้อมช่วยให้ทีมคว้าแชมป์สมัยที่ 5 ของสโมสร และถือเป็นแชมป์เอ็นบีเอครั้งแรกของเจ้าตัวตั้งแต่เล่นอาชีพ นอกจากนั้นด้วยผลงานดังกล่าวยังส่งผลให้เขาได้รับรางวัลผู้เล่นทรงคุณค่า หรือ เอ็มวีพี ของรอบชิงชนะเลิศไปครองอีกด้วย จึงพูดได้ว่า ดูแรนท์ คือจิ๊กซอว์ที่ช่วยเติมเต็มให้ วอร์ริเออร์ส เป็นทีมที่สมบูรณ์แบบ

“คาวาเลียร์ส”ผลงานไม่ดี
      ในซีซั่นนี้ผลงานของแชมป์เก่า ถือว่าต่ำกว่ามาตรฐานอย่างชัดเจนด้วยการเข้ารอบเพลย์ออฟเป็นอันดับ 2 ของสายตะวันออก ด้วยสถิติชนะ 51 เกม และแพ้ 31 เกม ส่วนแชมป์สายคือ บอสตัน เซลติกส์ ที่มีสถิติชนะ 53 เกม และแพ้เพียง 29 เกม
      สำหรับจุดอ่อนของ “แคฟส์” ที่เห็นได้ชัดในปีนี้คือความไม่สม่ำเสมอทั้งฟอร์มการเล่นของทีม และตัวบุคคล โดยดูจากสถิติต่างๆ เช่นในช่วงซีซั่นปกติ ในช่วงเกมที่ 37-44 พวกเขาแพ้ถึง 6 จาก 8 เกม โดยใน 8 เกมดังกล่าว “แคฟส์” เสียฟาวล์ 20.1 ครั้งต่อเกม สูงกว่า 36 เกมแรก ที่เสีย 17.8 ครั้ง พร้อมเสียเทิร์นโอเวอร์เพิ่มขึ้นจากช่วง 36 เกมแรก 1.4 ครั้งต่อเกม
      ขณะที่ผู้เล่นในซีซั่นนี้ก็มีเพียง เลบรอน เจมส์ ฟอร์เวิร์ดวัย 32 ปี ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมเพียงคนเดียว พร้อมทำลายสถิติการทำแต้มสูงสุดในรอบเพลย์ออฟของ ไมเคิล จอร์แดน ตำนานนักยัดห่วงจากทีมชิคาโก บูลส์ ลงด้วยคะแนน 5,989 แต้ม ขณะที่ผู้เล่นคนอื่นๆที่เคยทำผลงานได้เจิดจรัสในฤดูกาลที่แล้วอย่าง ไครี เออร์วิง พอยต์การ์ดจอมแม่น และเควิน เลิฟ ฟอร์เวิร์ดเลือดร้อน กลับไม่สามารถช่วยทีมได้เท่าที่ควร และกลายเป็น เจมส์ ที่ต้องแบกทีมเพียงคนเดียว จนสุดท้ายพวกเขาไม่อาจต้านทานความแข็งแกร่ง และทีมเวิร์คของ วอร์ริเออร์ส ในรอบชิงชนะเลิศได้
      นอกจากนั้นอีกหนึ่งสาเหตุที่ส่งผลให้ คาวาเลียร์ส ทำผลงานไม่ดี คือการเกิดปัญหาภายในทีม โดยมีรายงานว่า เลบรอน เจมส์ กับ แดน กิลเบิร์ต เจ้าของทีม ขัดแย้งกันจากเรื่องเงินทุนในการสนับสนุนทีม โดย เลบรอน มองว่า กิลเบิร์ต ไม่ยอมทุ่นทุนเท่าที่ควรหลังคว้าแชมป์เอ็นบีเอฤดูกาลที่แล้ว และเขากดดัน กิลเบิร์ต ให้ทุ่มทุนในการดึงยอดนักยัดห่วงเข้ามาร่วมทีม ไม่เช่นนั้นจะไม่ต่อสัญญา ทั้งๆที่ปีก่อนนั้น คาวาเลียร์ส มีค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมดมากถึง 161 ล้านดอลลาร์ (ราว 5,266 ล้านบาท) และยังได้ชื่อเป็นแชมป์จ่ายหนักสุดตลอด 3 ฤดูกาลหลังอีกด้วย ซึ่งเรื่องดังกล่าวน่าจะกระทบต่อสปิริตของทีมพอสมควร

      และทั้งหมดนี้คือ 3 เหตุผลสำคัญที่ช่วยส่งให้ทีม “นักรบทองคำ” ผงาดคว้าแชมป์ศึกบาสเกตบอล เอ็นบีเอ ประจำฤดูกาลนี้ไปครอง ซึ่งต้องมาคอยติดตามกันว่าในฤดูกาลหน้าพวกเขาจะสามารถป้องกันแชมป์เอาไว้ได้ หรือจะมีทีมใดที่จะมาเขย่าบัลลังก์ได้บ้าง
 


เปิดอ่าน