“ราชาคอร์ตดิน”แห่งประวัติศาสตร์วงการลูกสักหลาด

กีฬา > บทความ  :  14 มิ.ย. 2560

เป็นนักเทนนิสคนแรกในประวัติศาสตร์ที่คว้าแชมป์แกรนด์สแลมรายการใดรายการหนึ่งได้ถึง 10 รายการ โดยตั้งแต่ลงแข่งเฟรนช์ โอเพ่น ปี 2005 เขาแพ้รายการนี้เพียงแค่ 2 แมตช์

สมราคาเจ้าของฉายา “ราชาแห่งคอร์ตดิน” สำหรับ ราฟาเอล นาดาล นักเทนนิสชาวสเปน ที่ผงาดคว้าแชมป์ชายเดี่ยวเฟรนช์ โอเพ่น ไปครองเป็นสมัยที่ 10 และเป็นแกรนด์สแลมที่ 15 ตลอดการเล่นเทนนิสอาชีพของเจ้าตัว หลังคว้าชัยเหนือ สตานิสลาส วาวรินกา คู่แข่งชาวสวิส ขาดลอย 6-2, 6-3 และ 6-1 ในรอบชิงชนะเลิศ ที่โรลังด์ การ์โรส กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 11 มิถุนายนที่ผ่านมา

นาดาล กลายเป็นนักเทนนิสคนแรกในประวัติศาสตร์ที่คว้าแชมป์ระดับแกรนด์สแลมรายการใดรายการหนึ่งได้ถึง 10 รายการ ขาดแชมป์แกรนด์สแลมเพียง 1 สมัย ก็จะทาบสถิติตลอดกาลของ มาร์กาเรต คอร์ต ตำนานหวดหญิงชาวออสเตรเลีย ที่ทำไว้ 11 สมัย 

ชัยชนะนัดนี้ยังทำให้ นาดาล เก็บแชมป์แกรนด์สแลมเป็นรายการที่ 15 ฉีก พีท แซมพราส ขึ้นไปยืนที่ 2 เดี่ยว และตามหลังแค่ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ คนเดียว ที่ทำได้ 18 แกรนด์สแลม

นักหวดชาวสแปนิช กล่าวว่า "ผมพยายามเต็มที่ทุกทัวร์นาเมนต์ แต่ความรู้สึกของที่นี่ยากเกินกว่าจะอธิบายและเปรียบเทียบกับที่อื่นๆ นี่เป็นทัวร์นาเมนต์ที่มีความหมายมากที่สุดตลอดการเล่นอาชีพ และมันจะอยู่ในหัวใจของผมเสมอ"

ด้าน วาวรินกา คู่แข่งชาวสวิส ยอมรับว่า ตอนนี้ราชาคอร์ตดินคืนฟอร์มเก่งของตัวเองชนิดยากจะหาใครต่อกรได้ หลังจาก นาดาล ไม่เสียเซตเลยตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์ แถมยังเสียเกมไปแค่ 35 เกมจาก 7 แมตช์ เป็นรองเพียง บียอร์น บอร์ก ที่เสียแค่ 32 เกม เมื่อคราวคว้าแชมป์เฟรนช์ โอเพ่น ปี 1978 

โดยแกรนด์สแลม เฟรนช์ โอเพ่น ถือเป็นทัวร์นาเมนต์ที่สุดพิเศษสำหรับ นาดาล ซึ่งหลังได้ลงแข่งครั้งแรกในปี 2005 ก็สามารถคว้าแชมป์ได้ทันทีและปราชัยแค่ 2 แมตช์ในรายการนี้

 

ตอกย้ำ“ราชาคอร์ตดิน”

นาดาล คว้าแชมป์เฟรนช์ โอเพน สมัยแรกเมื่อปี 2005 ซึ่งตอนนั้นเขาอายุเพียง 19 ปี จากนั้นยังทำผลงานได้ดีต่อเนื่อง ค่อยๆไล่กวาดแชมป์มาเรื่อยๆ เคยคว้าแชมป์ 5 สมัยรวดได้เป็นคนแรก ก่อนที่จะมาเป็นแชมป์สมัยที่ 10 ในปีนี้ และไม่แปลกที่จะถูกยกให้เป็นเจ้าพ่อที่โรลังด์ การ์โรส หลังได้แชมป์ 10 จาก 13 ครั้ง ทำสถิติรวมชนะ 79 แพ้ 2 โดยสองคนที่เคยโค่น นาดาล ที่ โรลังด์ การ์โรส คือ โรบิน โซเดอร์ลิง ในรอบ 16 คน ปี 2009 และ โนวัค ยอโควิช ในรอบ 8 คน ปี 2015 (ถอนตัว 1 ครั้งในปี 2016 เพราะอาการบาดเจ็บข้อมือ)

ขณะที่สถิติบนคอร์ตดิน 5 เซต สถิติรวมของ“เอล มาทาดอร์”อยู่ที่ชนะ 102 แพ้ 2 ซึ่งสาเหตุสำคัญที่มักทำผลงานได้ดีบนเคลย์คอร์ตนั้น เนื่องจาก นาดาล เป็นนักเทนนิสที่ร่างกายดี พอเล่นคอร์ตดิน จึงเหมือนสามารถดึงเอาพลังออกมาใช้ได้เยอะที่สุด ประกอบกับลูกที่เคลื่อนที่ช้ากว่าคอร์ตอื่น ทำให้ นาดาล สามารถวิ่งไล่เก็บลูกที่ไม่คิดว่าจะทันได้หลายลูกชนิดฆ่าไม่ตาย

เหตุผลสำคัญอีกอย่างที่ขาดไม่ได้ คือ สภาพร่างกาย โดยเฉพาะการสไลด์ไปรับลูกของนาดาล ซึ่งเล่นแบบนี้ได้เฉพาะคอร์ทดินเท่านั้น เพราะต้องอาศัยความแข็งแกร่งกล้ามเนื้อ ความฟิต ที่ดีเอามากๆ ซึ่งจากที่แสดงออกมาให้เห็นในแกรนด์สแลม เฟรนช์ โอเพ่น หนนี้ ทำให้เชื่อได้ว่าอาการเจ็บออดๆแอดๆที่ผ่านมานั้นได้หายเป็นปลิดทิ้งแล้ว

 

สภาพร่างกาย

ฤดูกาลคอร์ตดินในปีนี้ เจ้าพ่อเคลย์คอร์ต กลับมาสู่ฟอร์มที่ยอดเยี่ยมสมราคาโดยก่อนแข่งเฟรนช์ โอเพ่น เจ้าตัวสามารถกวาดแชมป์ 3 รายการที่ มอนติ คาร์โล, บาร์เซโลนา และ มาดริด โดยปัจจัยสำคัญคืออยู่ในสภาพฟิตเต็ม 100% ไม่บาดเจ็บเหมือนระยะหลัง ขณะเดียวกันการผนึกกำลังกับ คาร์ลอส โมยา อดีตนักหวดเพื่อนร่วมชาติ ก็ดูจะเป็นผลดีต่อเจ้าตัว เมื่อสามารถเข้าชิง 6 รายการ ได้กลับมา 3 แชมป์

นาดาล กล่าวว่า “การมีสุขภาพดีทำให้เขาสามารถลงซ้อมได้อย่างเต็มที่ ตลอด 1 เดือนครึ่งที่ผ่านมา เขาลงซ้อมมากกว่าทุกครั้ง ซึ่งก็รับรู้ได้ว่ามันยอดเยี่ยมเพียงใดที่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้ตามใจปรารถนา นั่นคือสิ่งที่ช่วยให้มีผลงานที่ดียิ่ง"

ปัจจุบันบนวัย 31 ปี ทำให้ นาดาล จำเป็นต้องวางแผนร่วมกับทีมงานในการลงสนามอย่างรอบคอบ นับตั้งแต่ เฟรนช์ โอเพน เมื่อปีก่อนที่เจ้าตัวถอนตัวระหว่างทัวร์นาเมนต์ ด้วยเหตุผลว่าเจ็บข้อมือ และมาในปีนี้ก็ขอถอนตัวจากทีมชาติสเปนใน เดวิส คัพ เมื่อต้นปี เพื่อรักษาสภาพร่างกายให้พร้อมที่สุดสำหรับศึกหนักที่รออยู่ข้างหน้า มาตอนนี้เรียกได้ว่าทุกอย่างเห็นผลแล้ว สภาพร่างกายของเขาสดมากไม่แพ้กับสมัยหนุ่มๆ เลยเดียว

 

ความสัมพันธ์กับลุงโทนี

นาดาล เผยว่าความสำเร็จครั้งนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้หากขาด โทนี นาดาล คุณลุงและโค้ชประจำตัวของเขา ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นครั้งสุดท้ายในทัวร์นาเมนต์นี้ ก่อนจะส่งไม้ต่อให้คาร์ลอส โมย่า ตำนานสักหลาดชาวสเปนต่อไป

“ผมอยากขอบคุณลุงของเขามากๆ เขาอยู่กับผมมาตั้งแต่ตอนอายุ 3 ขวบ เราทำงานกันหนัก หากไม่มีเขาผมคงไม่มีวันประสบความสำเร็จเป็นแชมป์สมัยที 10 แบบนี้” นาดาลพูดถึงลุงโทนี ซึ่งรับหน้าที่โค้ชนับตั้งแต่เทิร์นโปรเมื่ออายุ 17 ปี ก่อนประกาศยุติบทบาทการเป็นโค้ชเนื่องจากต้องการผันตัวไปทำงานเป็นโค้ชสอนในอคาเดมีที่ทั้งคู่สร้างร่วมกัน

นอกจากร่างกายที่ยอดเยี่ยมและใจสู้แล้ว ทัศนคติ สมาธิ และการโฟกัสในการจับจุดการเล่นแต่ละเกมส์ คือ สิ่งที่โทนีถ่ายทอดให้ตั้งแต่ยังเล็ก นอกจากนี้ยังเป็นลุงของเขาเองที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจครั้งสำคัญในวัยเยาว์ โดยช่วงอายุ 10 ขวบ นาดาล มีแนวโน้มจะไปฝึกที่เรอัล มาดริด เพื่อเตรียมตัวเป็นนักเตะเยาวชน แต่ โทนี เห็นว่า นาดาล น่าจะเป็นนักเทนนิสที่ดีได้เลยจับมาฝึกเทนนิสอย่างหนัก ก่อนที่สุดท้ายจะให้เจ้าตัวเลือกว่าจะเล่นกีฬาชนิดไหน

จากปากคำของโทนี บอกว่าแท้จริงแล้วตอนเด็ก“ราฟา”ตีสองมือทั้งแบ็คแฮนด์และโฟร์แฮนด์ จนตอนเริ่มโตและเลือกจะเล่นเทนนิสแทนที่จะเป็นฟุตบอลจึงให้เลือกมือใดมือหนึ่ง โดยให้เหตุผลว่า ไม่มีใครที่ตีสองมือแล้วประสบความสำเร็จ วิธีการเลือกมือนั้นน่าสนใจที่ โทนี ไม่ได้บังคับว่าจะเป็นมือขวาหรือซ้าย แต่ให้ลองตีดูว่ามือไหนตีแรงกว่า ผลคือ ราฟา ตีมือเดียวด้วยมือซ้ายได้ดีและแรงกว่ามือขวา กระทั่งตีมือซ้ายมาจนถึงปัจจุบัน

อันดับโลกล่าสุด นาฟาเอล นาดาล ขยับขึ้นมาอยู่มือ 2 ของโลก สูงสุดนับตั้งแต่ตุลาคมปี 2014 ซึ่งจากนี้จะลงแข่งขันต่อทันทีในฤดูกาลคอร์ตหญ้า โดยเฉพาะ วิมเบิลดัน ซึ่งอดีตที่ผ่านมาเคยประสบความสำเร็จหยิบแชมป์ที่ ออล อิงแลนด์ ต่อจาก เฟรนช์ โอเพน ได้ถึง 2 ครั้ง เมื่อปี 2008 และ 2010

แม้จะไม่ใช่พื้นผิวที่ถนัดนัก แต่ระยะเวลาประมาณ 3 สัปดาห์ก่อนทัวร์นาเมนต์เปิดฉากในวันที่ 3 กรกฎาคม แฟนนักหวดลูกสักหลาดคงต้องติดตามกันต่อว่า นาดาล จะสามารถสานต่อผลงานอันยอดเยี่ยมนี้ต่อไปได้หรือไม่


เปิดอ่าน