โค้งสุดท้ายการลุ้นท็อปโฟร์ศึกพรีเมียร์ลีก

กีฬา > บทความ  :  16 พ.ค. 2560

เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายจริงๆแล้ว สำหรับลีกฟุตบอลที่มีผู้ติดตามมากที่สุดในโลก นั่นก็คือ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่หลายอย่างค่อนข้างชัดเจนแล้ว

     เริ่มจากตำแหน่งแชมป์ในปีนี้ก็ตกเป็นของ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ที่คว้าแชมป์เป็นสมัยที่ 6 ในประวัติศาสตร์ของสโมสร รวมถึงเป็นการได้แชมป์ตั้งแต่ปีแรกที่ อันโตนิโอ คอนเต้ กุนซือชาวอิตาเลียนเข้ามาคุมทัพ

     ส่วนการตกชั้นก็ได้ 3 ทีมที่ลงไปเล่นในศึกเดอะ แชมเปียนชิพ ในซีซั่นหน้าเป็นที่เรียบร้อย นั่นก็คือ ฮัลล์ ซิตี ที่เพิ่งบุกไปพ่าย คริสตัล พาเลซ 0-4 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ตกชั้นเป็นทีมสุดท้าย ตาม ซันเดอร์แลนด์ และ มิดเดิลสโบรช์ ที่ร่วงจากลีกสูงสุดไปก่อนหน้านี้แล้ว
อย่างไรก็ตามยังมีอีก 1 การชิงชัยในลีกดังกล่าวที่กำลังต้องสู้กันอย่างสูสี และต้องลุ้นถึงเกมสุดท้ายอย่างแน่นอน นั่นก็คือ การคว้าอันดับ 3 และ 4 เพื่อการได้สิทธิ์ไปเล่นในฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ในซีซั่นหน้า โดยมี 3 ทีมใหญ่ร่วมชิงชัยประกอบไปด้วย แมนเชสเตอร์ ซิตี, ลิเวอร์พูล และ อาร์เซนอล ซึ่งเพราะเหตุใดทีมเหล่านี้จึงต้องสู้กันจนหยดสุดท้ายเพื่อไปเล่นในฟุตบอลยุโรปถ้วยใหญ่ รวมถึงทีมใดจะมีโอกาสติดท็อปโฟร์ในฤดูกาลนี้มากที่สุด

เงินรางวัลอันหอมหวาน

     แน่นอนว่าปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการไปเล่นในฟุตบอลยูซีแอลคือ “เงินรางวัล” ซึ่งจากฤดูกาลล่าสุดได้มีการเปิดเผยตัวเลขออกมาว่าทีมที่ไปเล่นในรายการดังกล่าวหากผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่มจะได้เงิน 12.7 ล้านยูโร (ราว 471 ล้านบาท) เป็นอย่างน้อย ถ้าผ่านถึงรอบ 16 ทีมสุดท้าย จะได้เพิ่มอีก 6 ล้านยูโร (ราว 222 ล้านบาท), 8 ทีมสุดท้าย ได้อีก 6.5 ล้านยูโร (ราว 241 ล้านยูโร), รอบรองชนะเลิศ ได้อีก 7.5 ล้านยูโร (ราว 278 ล้านบาท) และถ้าผ่านถึงรอบชิงชนะเลิศจะได้อีก 11 ล้านยูโร (408 ล้านบาท) ซึ่งถ้ารวมวงเงินทั้งหมดตั้งแต่รอบแรก ทีมที่คว้าแชมป์ยูซีแอลได้ จะรับเงินไปครองถึง 54 ล้านยูโร (2 พันล้านบาท) เป็นอย่างต่ำเลยทีเดียว โดยทั้งหมดยังไม่รวมโบนัส และค่าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดแต่อย่างใด
     รวมไปถึง สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ผู้จัดแข่งขันรายการดังกล่าว ยังเปิดเผยเงินรางวัลทั้งหมดที่นำมาใช้ในการแข่งขันโดยมีจำนวนรวมทั้งสิ้นกว่า 761.9 ล้านยูโร (ราว 2.9 หมื่นล้านบาท)
     ในขณะที่แชมป์พรีเมียร์ลีกนั้น ได้มีการเปิดเผยว่าพวกเขาจะได้รับเงินจากการเป็นแชมป์ทั้งหมด 45 ล้านยูโร (ราว 1.6 พันล้านบาท) เท่านั้น ซึ่งการได้รับเม็ดเงินมากขึ้น นั่นหมายความว่า สโมสรสามารถจะทุ่มงบในด้านต่างๆเพื่อให้ทีมพัฒนาได้มากขึ้น เช่น การต่อเติมสนาม หรือการคว้านักเตะใหม่เข้าสู่ทีม เป็นต้น

ทีมใดคือท็อปโฟร์ตัวจริง

แมนเชสเตอร์ ซิตี
     หลังจากที่เฉือนเอาชนะ เลสเตอร์ ซิตี ได้ 2-1 ทำให้ขณะนี้พวกเขามี 72 คะแนน จาก 36 นัด และอยู่ในอันดับ 4 ของตาราง โดยพวกเขาเหลือโปรแกรมอีก 2 นัด ในการเปิดบ้านรับมือ เวสต์บรอมวิช อัลเบียน ในวันนี้ (16 พ.ค.) และออกไปเยือน วัตฟอร์ด วันที่ 21 พ.ค. ซึ่งลูกทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ต้องการอีกเพียง 3 คะแนน ก็จะการันตีการไปเล่นฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาลหน้าทันที โดย 5 นัดหลังสุดที่ แมนฯซิตี พบกับทั้ง 2 ทีม ดังกล่าวก็เรียกได้ว่าสถิติกินขาด เพราะสามารถเอาชนะทีม “มวยโลก” และ “แตนอาละวาด” ได้ทั้งหมด ดังนั้นถ้าดูจากสถิติ รวมถึงสภาพทีมแล้ว ทำให้หลายคนคาดว่าทีมดังจากถิ่นเอติฮัด สเตเดียม จะเข้าป้ายติดท็อปโฟร์ในซีซั่นนี้อย่างแน่นอน
นอกจากนั้น “ฮอตชอต” อลัน เชียร์เรอร์ อดีตกองหน้าระดับตำนานของทีมชาติอังกฤษ วิเคราะห์ว่า “เรือใบสีฟ้า” น่าจะเข้าป้ายอันดับ 3 และให้ทีมอื่นแย่งอันดับ 4 กัน โดยกล่าวว่า “ลิเวอร์พูล จะต้องเปิดศึกสู้กับ อาร์เซนอล และ แมนฯยูไนเต็ด สำหรับการเป็นท็อปโฟร์"

ลิเวอร์พูล
     สำหรับทีม “หงส์แดง” คืออีกหนึ่งทีมที่ต้องการไปเล่นในศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ให้ได้ในซีซั่นหน้า เพื่อบรรลุตามเป้าหมายของสโมสร รวมถึงโอกาสในการคว้าตัวผู้เล่นในระดับซูเปอร์สตาร์มาเสริมทัพในซีซั่นหน้า โดยล่าสุดพวกเขาเพิ่งบุกไปชนะ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 12 ของตาราง ได้ถึงถิ่น ลอนดอน สเตเดียม 4-0 หลังจากก่อนหน้านี้ พวกเขาไม่เคยบุกมาเอาชนะทีม “ขุนค้อน” ได้เลยเป็นจำนวน 3 เกมติดต่อกัน ส่งผลให้พวกเขาคว้า 3 คะแนนสำคัญ โดยมีเพิ่มเป็น 73 แต้ม จาก 37 นัด และต้องการชัยชนะในเกมสุดท้าย เพื่อการันตีการติดท็อฟโฟร์ในซีซั่นนี้
    ในนัดสุดท้าย ลิเวอร์พูล จะพบกับ มิดเดิลสโบรช์ ในถิ่นแอนฟิลด์ วันที่ 21 พ.ค. ที่ตกชั้นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้หลายคนมองว่าจะคว้า 3 คะแนนได้ และเข้าป้ายติด 1 ใน 4 แบบไม่ยาก อย่างไรก็ตาม “หงส์แดง” มักจะไม่ถูกโฉลกกับทีมที่เล็กกว่า และมักจะเสียแต้มให้ทีมเหล่านี้มาอย่างมากมายแม้จะเล่นในรังของตัวเองก็ตาม เช่น การแพ้ สวอนซี ซิตี 3-4 และ คริสตัล พาเลซ 1-2 จึงต้องมาลุ้นกันว่าพวกเขาจะเก็บ 3 คะแนนสำคัญมาครองได้หรือไม่

อาร์เซนอล
     ทีม “ปืนใหญ่” ซึ่งขณะนี้อยู่ในอันดับ 5 ของตาราง เพิ่งขึ้นมามีลุ้นติดท็อปโฟร์ในช่วงสุดท้าย หลังทีมอย่าง แมนฯซิตี และ ลิเวอร์พูล พลาดโกยคะแนนในช่วงหลัง ขณะที่พวกเขามีสถิติชนะ 4 จาก 5 นัดหลังสุดในลีก อย่างไรก็ตามพวกเขาต้องลุ้นให้อีก 2 ทีมข้างต้นพลาดการเก็บคะแนนในเกมที่เหลือ และพวกเขาต้องเก็บชัยชนะให้ได้ทั้งหมด ถึงสามารถติดท็อปโฟร์ได้ด้วยคะแนน 75 แต้ม ซึ่ง อาร์แซน เวนเกอร์ ผู้จัดการทีม อาร์เซนอล ออกมาให้ สัมภาษณ์ว่า เป้าหมายหลักของพวกเขาคือการไปเล่นในศึกยูซีแอล ซีซั่นหน้า ให้จงได้ ไม่เช่นนั้นจะถือว่าเป็นความล้มเหลว
     นอกจากนั้น อาร์เซนอล ยังมีสถิติที่ดีมากในการจับเป็นหนึ่งในสี่ของตาราง โดย 6 ฤดูกาลหลังสุด พวกเขาจบด้วยอันดับ 4 ถึง 4 ครั้ง และไม่เคยจบต่ำกว่าอันดับ 4 นับตั้งแต่ปี 1996
     อย่างไรก็ตามในช่วงปลายเดือนนี้ อาร์เซนอล มีแมตช์สำคัญในการลงเล่นรอบชิงชนะเลิศของฟุตบอลถ้วยเอฟเอ คัพ กับ เชลซี ซึ่งด้วยโปรแกรมที่ติดต่อกัน รวมถึงสมาธิที่ไม่มั่นคงของนักเตะ ก็อาจส่งผลให้พวกเขาไม่สามารถเก็บ 3 คะแนนได้ที่เหลือซึ่งพวกเขาจะพบกับ ซันเดอร์แลนด์ ในวันนี้ (16 พ.ค.) และ เอฟเวอร์ตัน ในเกมสุดท้ายวันที่ 21 พ.ค. ได้เช่นเดียวกัน

     สุดท้ายแล้วทีมใดจะได้เข้าป้ายติด 1 ใน 4 ของตารางคะแนนศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษในซีซั่นนี้ ซึ่งนอกจากเรื่องศักดิ์ศรีของทีมแล้ว ยังหมายถึงการคว้าตั๋วไปเล่นในฟุตบอลถ้วยใหญ่ที่สุดของทวีป และเม็ดเงินที่จะตามเข้ามาสู่สโมสรอย่างมหาศาลเลยทีเดียว
 


เปิดอ่าน
คลิปเกี่ยวข้อง
ดูทั้งหมด >>