
"เนวิน"หนุน ไทยจัด"โมโตจีพี"
เนวิน ชิดชอบ หนุนไทยจัดซิ่ง "โมโตจีพี" ชี้รัฐบาลลงทุนเบื้องต้น 100 ล้าน แต่ประโยชน์มหาศาล ทั้งกีฬา ท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมยานยนต์
ความคืบหน้าการเสนอตัวขอเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก “โมโตจีพี” หลังจากที่ คณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย (บอร์ด กกท.) ที่มี นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธาน เห็นชอบในหลักการและ นายสกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท) กำลังหาแหล่งงบประมาณ 100 ล้านบาท เพื่อเป็นทุนเบื้องต้น โดยเฉพาะการเซ็นสัญญาลิขสิทธิ์ ซึ่งจะต้องขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี ก่อนไปดำเนินการภายในเดือนเมษายนนี้
ล่าสุด "บิ๊กเน" นายเนวิน ชิดชอบ ประธานบริษัท ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ได้เปิดเผยว่า ตนขอเป็นกำลังใจให้ นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูรรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ "บิ๊กเสือ" นายสกลวรรณพงษ์ ผู้ว่าการ กกท. ที่ผลักดันนโยบายการท่องเที่ยวเชิงกีฬา หรือ"สปอร์ตทัวริซึม" ให้เกิดขึ้น โดยการนำอีเวนท์ต่าง ๆ ทั่วโลกมาจัดในประเทศไทย ซึ่งการแข่งขันโมโตจีพี ถือว่าเป็นที่สุดของการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบ อันจะนำมาสู่การท่องเที่ยวที่คึกคักและรายได้มหาศาล
ทั้งนี้ "บิ๊กเน" กล่าวอย่างมั่นใจว่า การจัดการแข่งขันโมโตจีพี จะการันตีรายได้การจากท่องเที่ยวได้ถึง 1 หมื่นล้านบาท แต่รัฐบาลลงทุนไม่ถึง 40เปอร์เซนต์ ของค่าใช้จ่ายทั้งหมดของการแข่งขัน เพราะมีภาคเอกชนร่วมลงทุน ในการแข่งขันทั่วโลกรัฐบาลต้องสร้างสนามเอง แต่ประเทศไทยมีสนามแข่งขันอยู่แล้ว เพียงแค่รัฐบาลเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ และออกเงินเบื้องต้น แต่รายได้ที่กลับมาบวกกับแบรนด์คำว่า "ไทยแลนด์" ที่จะเกิดในการท่องเที่ยวเชิงมอเตอร์สปอร์ตจะได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าอย่างมากมาย
สำหรับกรณีที่ ประเทศไทยเคยจัดการแข่งขันเอเชี่ยนบีชเกมส์ ครั้งที่ 4 ที่จ.ภูเก็ต เมื่อปี 2557 ซึ่งเป็นมหกรรมกีฬาที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวไปพร้อมกันนั้น นายเนวิน กล่าวว่า รัฐบาลอนุมัติงบประมาณให้ "ภูเก็ตเกมส์" จำนวน1,200 ล้านบาท มีนักกีฬาทั่วเอเชียมาแข่งขัน 3,000 คน ตนไม่แน่ใจว่ามีนักท่องเที่ยวมาเมืองไทยในช่วงนั้นกี่คน รายได้และคนดูเท่าไหร่ แต่สำหรับโมโตจีพี จ่ายเพียงแค่ 100 ล้านบาท จะมีผู้ชมที่สนามและการถ่ายทอดสดทั่วโลกระดับพันล้านคน มีนักท่องเที่ยวเข้ามาไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นคน รายได้สะพัดเกินหมื่นล้านบาท เป็นตัวเลขที่เทียบกันไม่ได้เลย
"บุรีรัมย์มีสนามแข่งขันที่พร้อมอยู่แล้ว เรื่องที่พักอาจจะรองรับไม่ได้ทั้งหมด แต่จังหวัดรอบๆ บุรีรัมย์ นั้นมีที่พักรวมกันมากกว่าสนามโมโตจีพี ที่บาห์เรนด้วยซ้ำไป นี่จึงไม่ใช่ผลประโยชน์บุรีรัมย์อย่างเดียว แต่หมายถึงทั้งประเทศ และต่อยอดไปถึงอุตสาหกรรมยานยนต์อีกด้วย"
นายเนวิน กล่าวในตอนท้ายว่า คนที่คัดค้านนั้น ต้องเข้าใจว่าคือคนที่ไม่เคยไปดูโมโตจีพี ถ้าเงิน 100 ล้านบาท ไม่ได้รับการอนุมัติ ก็คงเป็นเวรเป็นกรรมของประเทศนี้ ผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นนั้นมหาศาล แลกกับเงินลงทุนร้อยล้าน แต่ไม่ทำเพราะขาดสติปัญญา ขณะนี้ โมโตจีพี กำลังรอประเทศไทย โดยเส้นตายการเซ็นสัญญาจนต้องยุติในเดือนเมษายน เพื่อกำหนดปฏิทินการแข่งขันปี 2018 ตนหวังว่า ผู้มีสติปัญญาจะพิจารณาไตร่ตรองอีกครั้ง



