เผยภาพ'โค้ชเช'ที่สนามบินเกาหลีกลับไทย

'โค้ชเช'เช ยอง ซอก ยันเดินทางถึงไทยวันที่ 20 ก.ค. เวลา 22.20 น. เผยภาพเตรียมตัวขึ้นครื่องที่เกาหลี

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โค้ชเช ยอง ซอก ได้โทรศัพท์ติดต่อหานายปรีชา ว่า จะเดินทางกลับวันที่ 20 กรกฎาคมนี้ เที่ยวบิน โอแซด 741 เวลา 22.20 น. พร้อมจะเปิดใจให้สัมภาษณ์ ล่าสุดเฟซบุ๊กนาม"Boom Siwaporn"ได้โพสต์ภาพ โค้ชเช ณ สนามบินอินชอน อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศเกาหลีขณะเตรียมตัวเดินทางกลับประเทศไทยพร้อมครอบครัว

 

ฮือฮาDRZOโชว์เพลง'เทวดา'ล้อปมน้องก้อย

               อย่างไรก็ตาม DRZO กลุ่มคนทำเพลงในโซเชียล มีเดีย โพสต์คลิปเพลงใหม่ผ่านทางเว็บไซต์ยูทูบชื่อ "เทวดา " มีเนื้อหาเสียดสีและประชดประชันต่อปรากฎการณ์ที่น้องก๋อย "รุ่งระวี ขุระสะ"นักเทควันโดสาวไทย ที่ออกมากล่าวหาโค้ชเช "เช ยอง ซอก " หัวหน้าผู้ฝึกสอนนักกีฬาเทควันโดทีมชาติไทย ว่าลงโทษรุนแรงเกินกว่าเหตุ จนเกิดเป็นกระแสข่าวฮือฮาในสังคมไทยปัจจุบัน

               สำหรับเพลง "เทวดา" การเผยแพร่ผ่านทางยูทูบ เมื่อ 17 ก.ค. 2014 ล่าสุด เมื่อวันที่ 20 ก.ค. มียอดกดไลท์ 23,000 ครั้ง โดยเพลงเทวดานั้น ดัดแปลงมาจากเพลงซินเดอเรล่า ของกลุ่มศิลปิน"แทททูคัลเลอร์"

               ทั้งนี้ DRZO มีผลงานเพลงล้อเลียนสังคมซึ่งได้รับความนิยมในโลกออนไลน์มาแล้วหลายเพลง เช่น รัฐคงยังไม่พอ,ชาวนากับปูเรา ,ภูมิแพ้สุเทพ ,ทะเลสีดำ ฯลฯ อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าใครคือผู้แต่งเพลงดัดแปลงดังกล่าว

 

'เสธ.โต'ฉุนจัด'น้องก้อย'ไม่ยอมมาแจง

               อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ที่ที่ทำการสมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทย ภายในการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) หัวหมาก "เสธ.โต" พล.ร.อ.สุรวุฒิ มหารมณ์ อดีตประธานเตรียมทัพนักกีฬาทีมชาติไทย ในฐานะประธานสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีปัญหาอื้อฉาวระหว่าง "โค้ชเช" เช ยอง ซอก หัวหน้าผู้ฝึกสอนเทควันโดทีมชาติไทยชาวเกาหลีใต้ ที่ถูก "น้องก้อย" รุ่งระวี ขุระสะ นักเทควันโดสาว ออกมาแฉว่า ถูกโค้ชจอมเฮี้ยบรายนี้ลงโทษเกินกว่าเหตุ ด้วยการทำร้ายร่างกายชกเข้าไปที่ใบหน้าและท้องจนได้บาดเจ็บ ระหว่างการแข่งขันเทควันโด "โคเรีย โอเพ่น 2014" เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ที่เมืองกองจู ประเทศเกาหลีใต้ หลังเจ้าตัวลงสนามแข่งขันช้า เนื่องจากอุปกรณ์ป้องกันตัวไม่พร้อม จนเกือบจะถูกกรรมการผู้ตัดสินจับแพ้ฟาวล์ให้แก่คู่ต่อสู้ชาวเกาหลีใต้ จนเป็นข่าวโด่งดังในกระแสสังคมขณะนี้

               ปรากฏว่า เมื่อถึงเวลานัดหมาย "น้องก้อย" ไม่ได้เดินทางมาชี้แจงรายละเอียดให้ผู้บริหารสมาคมรับทราบเป็นครั้งที่ 3 จากก่อนหน้านี้ รุ่งระวี หลบหน้าสื่อมาตั้งแต่ครั้งแรกที่สนามบินสุวรรณภูมิ และครั้งที่ 2 ที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งย่านคลอง 7 อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ก่อนที่ "เสธ.โต" จะเข้าประชุม พร้อมด้วย ดร.สมคิด ปิ่นทอง อดีตรองผู้ว่าการ กกท. นายเลิศ นิตย์ธีรานนท์ เลขาธิการสมาคม และนายปรีชา ต่อตระกูล อุปนายกสมาคม

               พล.ร.อ.สุรวุฒิ แถลงรายละเอียดว่า เสียดาย รุ่งระวี ไม่เดินทางมาในวันนี้ ทั้งที่จริงกระแสสังคมต้องการได้ยินจากปากของเจ้าตัวว่าเกิดเรื่องอะไร แต่เมื่อ รุ่งระวี ไม่มาก็ไม่มีการตัดสิน และอยากให้เรื่องนี้ยุติลงด้วยดี เพราะดูไปมีแต่เสียหายสำหรับตัวนักกีฬา หากเป็นสมัยก่อนที่ตนรับราชการทหารเรือ และมีตำแหน่งประธานคัดเลือกนักกีฬาทีมชาติ หากเรียกนักกีฬาคนใดมาสอบสวนแล้วไม่ยอมมา ถือว่ามีความผิดและเอาตายแน่ เพราะไม่เคยมีนักกีฬาคนไหนทำแบบนี้กับตนมาก่อน เนื่องจากเรื่องดังกล่าวมีความอันตรายต่อรุ่งระวีและครอบครัวเป็นอย่างยิ่ง ที่สำคัญสังคมไทยทุกวันนี้มีแต่ความแตกแยก ปัญหาเล็กๆ แบบนี้ หากไม่มีใครยอมซึ่งกันและกันก็จะบานปลายเป็นปัญหาใหญ่ระดับชาติได้ ดังนั้นทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จึงมีนโยบาย “คืนความสุขให้คนในชาติ” เช่นเดียวกับเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ อยากให้ทุกอย่างยุติลงด้วยดี พร้อมกับคืนความสุขให้วงการเทควันโดไทยโดยเร็วที่สุด

               "กีฬาชนิดนี้ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง ทุกคนมีส่วนร่วมช่วยเหลือกัน ที่สำคัญหาก รุ่งระวี เดินทางมาใช่ว่าผมจะตัดสินว่าใครถูกใครผิด แต่จะหาทางออกให้ตัวเด็กว่าจะทำอย่างไรดี เพื่อจะได้มีที่ยืนในสังคมต่อไป เพราะนักกีฬาคนนี้อายุเพิ่ง 23 ปีเท่านั้น ยังมีโอกาสพัฒนาตัวเองไปได้อีกยาวไกล แต่เมื่อมามีปัญหาแบบนี้ก็อยู่ลำบาก เพราะไม่คิดไตร่ตรองให้ดีเสียก่อน ใช้อารมณ์จากการโดนโค้ชเชทำโทษมาปล่อยให้สังคมออนไลน์ ซึ่งถือว่าเป็นดาบสองคม ทั้งนี้จากข้อมูลที่ได้รับทราบทั้งหมด เด็กคนนี้เล่นเทควันโดมานานเป็น 10 ปีแล้ว แถมยังเคยเดินทางไปแข่งขันนานาชาติ ระดับชิงแชมป์เอเชีย และกีฬามหาวิทยาลัยโลกมาแล้ว น่าจะรู้ดีว่าต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง จะมาโทษสตาฟฟ์โค้ชไทยอย่างเดียวไม่ได้ เพราะในเวลาดังกล่าวมีนักเทควันโดไทยลงสนามถึง 4 คนพร้อมกัน ตัวนักกีฬาเองจะต้องช่วยแบ่งเบาภาระหน้าที่ให้โค้ชด้วย เพราะโค้ชได้ทุ่มเทและฟิตซ้อมมามากแล้ว ส่วนที่เหลือในสนามแข่งขันนักกีฬาต้องช่วยเหลือตัวเองด้วย" พล.ร.อ.สุรวุฒิ กล่าว

               พล.ร.อ.สุรวุฒิ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามการที่ "น้องก้อย" ต้องการให้ โค้ชเช ออกมาขอโทษสื่อในเมืองไทยนั้น ส่วนตัวมองว่า ป็นเงื่อนไขที่ไม่ถูกต้อง เปรียบเทียบครูบาอาจารย์ตีนักเรียนแล้วต้องมาขอโทษอย่างนั้นหรือ แบบนี้สังคมไทยจะอยู่กันได้อย่างไร ที่สำคัญไปกว่านั้น การทะเลาะเบาะแว้งที่เกิดขึ้นจะส่งผลให้ โค้ชเช กลับไปอยู่บ้านเกิดของตัวเองเร็วขึ้น เพราะรัฐบาลเกาหลีใต้ก็อยากได้โค้ชคนนี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เนื่องจากสามารถปลุกปั้นสร้างนักเทควันโดไทยจนสำเร็จในเวทีระดับโลก และโอลิมปิกเกมส์ จึงทำให้มีเยาวชนไทยเล่นกีฬาชนิดนี้ถึง 8 แสนคน ยังไม่รวมถึงประชาชนทั่วไป น่าจะมีเป็นล้านคนแน่ ส่งผลให้เจ้าของสโมสรยิมต่างๆ ได้รับผลประโยชน์ในเรื่องนี้ สมัยก่อนนิยมเอานักกีฬาของตัวเองมาติดทีมชาติ เพื่อจะได้สร้างชื่อเสียงและผลประโยชน์ให้แก่ยิมของตัวเอง แต่ทุกวันนี้นักกีฬาทุกคนมาจากผลงานความสามารถเป็นหลัก

               เสธ.โต ยังกล่าวอีกว่า ขณะที่อดีตโค้ชของรุ่งระวีออกมาให้สัมภาษณ์ว่า เขาถูกพาดพิง จึงมาแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่ได้อยู่เบื้องหลังในเรื่องนี้ ส่วนตัวอยากจะถามโค้ชว่า ออกมาเพื่ออะไร ต้องการล้มล้างสมาคมและโค้ชเชหรือไม่ เพราะเรื่องนี้มีแค่ รุ่งระวี, โค้ชเช และ คณะกรรมการสอบสอนเท่านั้นเอง คนอื่นไม่มีสิทธิ์เกี่ยวข้อง เพราะไม่เช่นนั้นปัญหามันจะไม่จบ ยิ่งพูดไปก็ยิ่งเสียกันหมด อีกทั้งการสื่อสารออกไปคนละมุมมันจะเสียหายทั้งสองฝ่าย อยากขอร้องสื่อมวลชนว่า เลิกนำเสนอข่าวได้แล้ว เพราะมีคนเคยพูดถึงขนาดให้ คสช.เข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้กันไปเลย ซึ่งจะดูเป็นเรื่องราวใหญ่โตไปใหญ่ อย่างไรก็ตาม หลัง โค้ชเช เดินทางกลับมาจะมีการพูดคุยเรื่องนี้ เพื่อฟังข้อมูลเพิ่มเติม แต่จะไม่มีการตัดสิน เพราะทุกอย่างสิ้นสุดลงแล้ว

               ขณะที่ นายปรีชา กล่าวว่า อยากให้เรื่องนี้จบลงได้แล้ว เพื่อจะได้มุ่งมั่นตั้งใจทำงานคว้าเหรียญทองในกีฬายูธโอลิมปิก ที่จีน และเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 17 ที่อินชอน กลับมา เพราะเวลานี้นักกีฬาทุกคนเสียขวัญและกำลังใจเป็นอย่างมาก ไม่คาดคิดว่า กระแสจะรุนแรงขนาดนี้ แน่นอนหลังโค้ชเชเดินทางกลับมาจะมีการเปิดใจให้ทุกคนได้รับรู้อีกครั้งหนึ่ง จากนั้นจะขออนุญาตไม่ให้สัมภาษณ์เพื่อตั้งใจฟิตซ้อมนักกีฬาให้เต็มที่ โดยเฉพาะเหรียญทองกีฬาโอลิมปิกเกมส์ คือ เป้าหมายสำคัญที่สุดที่โค้ชเชอยากจะพานักกีฬาประสบความสำเร็จ มิเช่นนั้นโค้ชเชคงไม่เดินทางกลับมาแน่ ที่สำคัญสัญญาทางใจระหว่างตนกับโค้ชเชมีมาตั้งแต่ปี 2008 โอลิมปิกที่จีน ทุกวันนี้มีหลายชาติจ้องให้โค้ชเชไปอยู่ด้วย และให้เงินเดือนสูงกว่าที่ไทยมาก แต่ที่โค้ชเชไม่ไปเพราะมีความผูกพันกับนักกีฬาและสมาคมเหมือนครอบครัวเดียวกันจนทุกวันนี้

               ส่วน "บิ๊กเอ" ผศ.พิมล ศรวีกรม์ นายกสมาคมเทควันโดไทย เปิดเผยจากประเทศสหรัฐอเมริกา ว่า ดีใจที่โค้ชเชกลับมา เพราะยังมีภารกิจสำคัญอีกหลายอย่างต้องทำร่วมกัน ที่ผ่านมาทุกคนบอบช้ำมามากแล้ว จึงอยากให้เรื่องนี้จบลงด้วยดี ควรหาเวลามาปรับความเข้าใจกัน เนื่องจากโค้ชกับนักกีฬาไม่ว่าอย่างไรก็แยกกันไม่ขาด ที่สำคัญไปกว่านั้น อยากให้โค้ชเชผ่านวิกฤติเรื่องนี้ไปให้ได้ จะได้มีกำลังใจในการทำงานต่อ เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่สมาคมและประเทศไทยต่อไป

........

(หมายเหตุ  : http://www.youtube.com/watch?v=j0YUcWf3lb0&feature=youtu.be)


เปิดอ่าน