บอลหญิงไทยได้ไปบอลโลกแล้ว

นักเตะสาวไทยเฉือน เวียดนาม 2-1 คว้าที่ 5 บอลเอเชี่ยนคัพ สร้างประวัติศาสตร์ไปเล่นฟุตบอลหญิงโลก ที่แคนาดา ในเดือน มิ.ย.ปีหน้า พร้อมทุบโบนัส 15 ล้านบาท

              การแข่งขันฟุตบอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย “เอเอฟซี วีเมนส์ เอเชี่ยนคัพ 2014” ที่เมืองโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม เป็นการแข่งขันรอบเพลย์ออฟ เพื่อหาทีมอันดับ 5 เข้าไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ที่ประเทศแคนาดา ซึ่งจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 6 มิถุนายน-5 กรกฎาคม 2558 ที่ประเทศแคนาดา โดยทีมไทยอันดับ 3 สาย บี พบกับ “เจ้าภาพ” เวียดนาม อันดับ 3 สาย เอ ที่สนามธอง หยัด ท่ามกลางแฟนบอลที่เข้ามาชมกันแบบล้นสนามเกือบ 2 หมื่นคน ซึ่งสถิติการเจอกันคู่นี้ 16 ครั้ง ทีมไทย ชนะ 5 แพ้ 7 เสมอ 4 นัด และเกมนี้ "บังยี" นายวรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ได้เดินทางมาให้กำลังใจถึงขอบสนามด้วย  
    
              เกมนี้ทีมไทยมีการปรับแผนใหม่ เปลี่ยนนักเตะ 2 ตำแหน่งจากชุดที่เอาชนะ พม่า 2-1 โดยผู้เล่น 11 คนแรก ผู้รักษาประตู วราภรณ์ บุญสิงห์, กองหลัง ดารัตน์ ช่างปลูก, ดวงนภา ศรีตะลา, ณัฐกานต์ ชินวงษ์, สุนิสา สร้างไธสง กองกลาง พิกุล เขื่อนเพ็ชร, ศิลาวรรณ อินต๊ะมี, วารุณี เพ็ชรวิเศษ, ขวัญฤดี แสงจันทร์, คู่หน้า รัตติกาล ทองสมบัติ ยืนคู่ กาญจนา สังข์เงิน
    
              เปิดเกมขึ้นได้นาที 2 เจ้าถิ่นได้ทักประตูก่อนจากลูกฟรีคิก ด้านขวาประมาณ 35 หลา ทรัน ธิ คิม ฮอง เปิดบอลลึกไปเข้ามือ วราภรณ์ บุญสิงห์ นายทวารทีมไทย จากนั้นทีมไทย เริ่มจะคุมเกมได้ มีโอกาสพาบอลขึ้นไปกดดันได้อย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังหาจังหวะส่องประตูไม่ได้
    
              ผ่าน 20 นาทีแรก ทีมไทยแม้จะครองเกมได้ดีกว่า แต่ก็ยังทำอะไรไม่ถนัดนัก ขณะที่เจ้าถิ่นรอจังหวะโต้กลับ แต่แนวรับของทีมไทยยังช่วยกันได้ดี ไม่เปิดโอกาสให้เวียดนาม เจาะผ่านได้ง่ายๆ ผ่านมาถึงช่วงท้ายเกม นาที 42 ศิลาวรรณ ลองส่องไกลกลางประตูเกือบ 35 หลา แต่ยิงเบาไปบอลเข้ามือ ดัง ธิ คิว ชิน ผู้รักษาประตูเจ้าถิ่น เวลาที่เหลือทำอะไรกันไม่ได้ จบครึ่งแรก เสมอกัน 0-0
    
              กลับมาสู้กันต่อในครึ่งเวลาหลัง ทีมไทยยังไม่มีการเปลี่ยนตัวผู้เล่น เกมเริ่มได้ 2 นาที แฟนบอลเข้าถิ่นต้องเงียบทั้งสนาม เมื่อ ศิลาวรรณ ได้บอลในแดนของเวียดนามด้านขวา แทงบอลตัดแนวรับให้ กาญจนา ก่อนที่จะเลี้ยงตัดเข้าในแม้จะถูกกองหลังเวียดนามเข้ามาสกัด แต่เอาไม่อยู่ทำให้ กาญจนา หลุดเข้าไปยิงโล่งๆ ไม่เหลือ ทีมไทยนำเร็ว 1-0   
    
              หลังเสียประตู เวียดนามพยายามโหมบุกเร็วขึ้น แต่ยังเจาะแนวรับทีมไทยไม่ได้ ต้องหันมาส่องไกล นาที 55 ได้ยิงนอกกรอบจาก เหวียน ธิ มินห์ แต่ยิงไม่เข้ากรอบ ถัดมานาทีเดียว ทีมไทยเปลี่ยนตัวผู้เล่น โดย ขวัญฤดี แสงจันทร์ ออกแล้วส่ง นิสา ร่มเย็น เข้าแทน
    
              เกมมาถึงนาที 64 ทีมไทยมาบวกสกอร์พิ่ม เมื่อ ศิลาวรรณ ได้บอลทางด้านขวาเลยครึ่งสนาม ก่อนจะผ่านบอลให้ กาญจนา พาบอลเลาะริมเส้นก่อนจะผ่านมาหน้าประตู แต่บอลไซด์เข้าไปถึงเส้นประตู แต่ ดัง ธิ คิว ชิน ผู้รักษาประตูเวียดนามรับผิดจังหวะทำให้บอลปลิ้นผ่านเส้นประตู ซึ่งผู้ช่วยผู้ตัดสิน ยกธงยืนยันว่าบอลได้เข้าประตูไปแล้ว ทำให้ทีมไทยขึ้นนำ 2-0
    
              หลังจากนั้นนาที 70 เจ้าถิ่นเกือบจะตีไข่แตกเมื่อ เหวียน ธิ มินห์ ได้ยิงประตูในกรอบโล่งๆ แต่ยิงไม่ผ่านมือ วราภรณ์ บุญสิงห์ เวลาที่เหลือ เวียดนามโหมบุกอย่างหนัก นาที 86 เวียดนามมาตีแตกได้สำเร็จจากลูกยิงไกลด้วยซ้ายของ เหวียน ธิ ดุง ไล่มา 1-2 และในช่วงนี้เองที่มีแฟนบอลเจ้าถิ่นดีใจเกินขนาดขว้างปาขวดน้ำลงมาสนามใส่ที่นั่งนักเตะสำรองของไทย ซึ่งขวดน้ำไปโดนที่ท้องของ ขวัญฤทัย คณูปถัมภ์ แบบเต็มๆ ถึงกับทรุด ก่อนที่เจ้าหน้าที่ของสหพันธ์ฟุตบอลเอเชีย (เอเอฟซี) จะพานักเตะออกมาจากบริเวณดังกล่าวได้ ช่วงเวลาที่เหลือเจ้าถิ่นโหมบุกหนักแต่แนวรับไทยไม่พลาดซ้ำสอง หมดเวลา ไทยเฉือนชนะเวียดนาม หวุดหวิด 2-1 ได้อันดับ 5 พร้อมกับสร้างประวัติศาสตร์ได้ไปฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลกเป็นครั้งแรกสำเร็จ
    
              ทันทีที่สิ้นเสียงนกหวีดหมดเวลา ผู้เล่นไทยทุกคนต่างกรูเข้าหากัน ร่ำไห้ด้วยความสุข หลังจากนั้น ชินาธิป มิ่งขวัญ สตาฟฟ์โค้ชของทีมได้นำพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ลงไปในสนาม ทุกคนพร้อมใจกันทรุดตัวลงก้มกราบถวายบังคม ด้วยบรรยากาศที่ชื่นมื่นยิ่งนัก
    
              หลังการแข่งขัน "บังยี" นายวรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอล ซึ่งตามไปลุ้นสาวไทยถึงขอบสนาม กล่าวว่า สิ่งที่นักเตะสาวไทยทำขึ้น การผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายถือเป็นความสำเร็จที่ยอดเยี่ยม ซึ่งต้องขอขอบคุณผู้เล่นและสตาฟฟ์โค้ชทุกคน ส่วนจากนี้ไปคงจะเป็นการเตรียมทีมระยะยาว โดยจะส่งทีมไปเก็บตัวที่ญี่ปุ่น เพื่อเตรียมแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์เป็นด่านแรก จากนั้นก็ต้องเตรียมทีมต่อเนื่องไปจนถึงฟุตบอลโลกในปีหน้า
    
              ด้าน "มาดามแป้ง" นางนวลพรรณ ล่ำซำ ผู้จัดการทีม กล่าวว่า ชัยชนะของทีมไทยเหนือเวียดนาม ถือเป็นการลบคำสบประมาทที่ว่าทีมไทยไม่เคยบุกมาเอาชนะเวียดนามได้สำเร็จ ซึ่งต้องขอบคุณนักเตะทุกคนสู้ด้วยใจเต็มร้อยจนเกิดสิ่งนี้ขึ้นได้
    
              ส่วน “โค้ชหนึ่ง” หนึ่งฤทัย สระทองเวียน ผู้ฝึกสอน กล่าวว่า ที่ผ่านมาทีมไทยพบกับเวียดนามมาหลายหนจนต่างฝ่ายต่างรู้ทางกัน ซึ่งนัดนี้ได้มีการปรับรูปเกมใหม่ เล่นกันอย่างรัดกุมมาก ซึ่งที่สุดก็ประสบความสำเร็จ ต้องขอบคุณผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ด้าน กาญจนา สังข์เงิน ฮีโร่ที่ซัด 2 ประตูสำคัญในเกมนี้ กล่าวว่า เป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมที่สุด ที่ในที่สุดทีมไทยก็ได้ไปบอลโลก
    
              นอกจากการคว้าสิทธิ์ไปแข่งขันฟุตบอลโลกแล้ว ทีมสาวไทยชุดนี้ยังทุบเงินโบนัสแตกกระจายถึง 15 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นจากสมาคมฟุตบอล 10 ล้านบาท และจาก นางนวลพรรณ ล่ำซำ 5 ล้านบาท
    
              ก่อนหน้านี้ทีมฟุตบอลของไทยเคยไปร่วมมหกรรมฟุตบอลโลกมาแล้ว 6 หน จากฟุตบอลโลก ทีมชายรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี 2 ครั้ง เมื่อปี 1997 และ 1999 ขณะที่ทีมฟุตซอลชายได้สิทธิ์ไปแข่งฟุตซอลชิงแชมป์โลกมาตลอด 4 ครั้ง นับตั้งแต่ปี 2000 คือ ที่กัวเตมาลา, ปี 2004 ที่ไต้หวัน, ปี 2008 ที่บราซิล และปี 2012 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ


เปิดอ่าน