ยกย่องโค้ชไทย ”พัทยา” “เทพเจ้าฟุตซอลญวน” ฉีด 350 ล.แชมป์อาเซียน

โค้ชไทยเกริกก้อง “เวียดนาม” ยกย่อง “โค้ชเอ๋” พัทยา เปี่ยมคุ้ม เป็นเทพเจ้าฟุตซอลแดนเหงียน หลังพาทีมทะลุชิงชนะเลิศเกมนานาชาติหนแรกในประวัติศาสตร์ ลั่นอัดฉีด 350 ล้านด่อง หรือ 7 แสนบาท ล้มแชมป์จากไทย แถมตามจีบให้ทำทีมต่อตลอดชีพ ขณะเดียวกันเตรียมมาตรการรับคล

 คมกฤช นภาลัย ผู้สื่อข่าว “คม ชัด ลึก” รายงานความเคลื่อนไหวการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์อาเซียน ครั้งที่ 7 จากกรุงโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน ที่ผ่านมา ก่อนที่เกมชิงเจ้าโต๊ะเล็กของภูมิภาคจะมีขึ้นในวันที่ 14 มิถุนายน โดยควันหลังจากการผ่านเข้าชิงชนะเลิศของทีมชาติเวียดนาม ปรากฏว่าสื่อมวลชนที่ไม่ค่อยให้ความสำคัญต่อข่าวการแข่งขันพากันประโคมข่าวกันยกใหญ่ โดยยกย่อง “โค้ชเอ๋” พัทยา เปี่ยมคุ้ม กุนซือใหญ่ชาวไทย ที่เข้ามาทำงานเพียงแค่ 1 ปี 4 เดือน สามารถสร้างทีมได้อย่างน่าทึ่ง พร้อมยกย่องเป็นเทพเจ้าของวงการฟุตซอลเวียดนามไปเรียบร้อยแล้ว ทำให้คาดว่าในเกมนัดชิงชนะเลิศ ยิมเนเซียมฟูเถาที่รองรับได้ 8,000 คน จะไม่อาจต้านคลื่นมหาชนได้อย่างแน่นอน เนื่องจากรายการนี้ไม่มีการเก็บค่าผ่านประตูแต่อย่างใด โดยเจ้าภาพเตรียมมาตรการรองรับเอาไว้แล้ว หากเต็มความจุเมื่อไหร่ปิดสนามทันที


 ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า หลังจาก เวียดนาม สามารถเอาชนะ อินโดนีเซีย ในรอบตัดเชือกด้วยการดวลจุดโทษ 8-7 หลังเสมอในช่วงเวลาปกติ และต่อเวลา 3-3 สมาคมฟุตบอลเวียดนามได้อัดฉีดนักเตะเป็นเงินถึง 250 ล้านด่อง หรือ 5 แสนบาท และถ้าเอาชนะ ไทย ในรอบชิงชนะเลิศได้ จะให้อีก 350 ล้านด่อง หรือ 7 แสนบาท รวมแล้วถ้าเข้าเป้านักเตะสกุลเหงียนจะคว้าเงินถึง 1.2 ล้านบาท ไปแบ่งกัน
 ด้าน “โค้ชเอ๋” พัทยา เปี่ยมคุ้ม กล่าวว่า ตอนนี้ได้รับการติดต่อจากสมาคมฟุตบอลเวียดนามขอให้อยู่ทำทีมตลอดไป จากที่เดิมทีตั้งใจเอาไว้ว่าหลังจากเสร็จสิ้นเอเชี่ยนอินดอร์เกมส์ปลายปีนี้แล้ว จะกลับเมืองไทย ถึงตรงนี้ยังไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ คงต้องขอรอดูสถานการณ์อีกทีหนึ่งก่อน


 นอกจากนี้กุนซือชาวไทย ยังกล่าวถึงการต้องพบทีมชาติไทยบ้านเกิดของตนเองในรอบชิงชนะเลิศว่า ยอมรับหนักใจพอสมควร แต่เรามาทำงานในฐานะโค้ชอาชีพต้องเต็มที่ เพราะนี่คือวิถีของกีฬา แต่ยอมรับว่านักเตะเวียดนามเป็นรองไทยทุกด้าน ทั้งความสามารถและความเข้าใจเกม การที่เวียดนามเข้ามาถึงรอบชิงชนะเลิศได้ถือว่าเกินเป้า คงหวังแค่ให้เด็กสนุกกับเกม และทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด
 ด้านทีมฟุตซอลชาติไทย ช่วงเช้าวันพักการแข่งขัน ได้ออกไปเดินจับจ่ายซื้อของในตลาดเบิ่นถัน ก่อนที่จะกลับเข้าแคมป์เพื่อฟิตซ้อม โดยเน้นไปที่การคุมโซนเกมรับและการตามคู่ เช่นเดียวกับเซตจังหวะเข้าทำต่างๆ ทั้งเซตเพลย์และการขึ้นเกมรุก
 “โค้ชเอก” วิศาล ไหมวิจิตร กุนซือใหญ่ กล่าวว่า การชิงชนะเลิศกับเจ้าภาพเป็นเกมที่กดดันแน่นอน โดยเฉพาะเรื่องเสียงเชียร์ที่อาจทำให้เด็กไทยตื่นสนาม แต่ถ้าว่ากันตามเกมแล้ว ยังเชื่อในศักยภาพของลูกทีม หากเล่นไปตามมาตรฐานเราน่าจะคว้าแชมป์สมัยที่ 7 ได้ แต่ทั้งนี้ย้ำลูกทีมทุกคนแล้วว่าห้ามประมาท และต้องเคลื่อนที่ช่วยกัน เพราะเวียดนามพัฒนาทีมขึ้นได้อย่างดีนับตั้งแต่ได้พัทยา เปี่ยมคุ้ม เข้ามาทำทีม


 ด้าน “บังมาด 2” สามารถ ทรัพย์พจน์ ผู้จัดการทีม กล่าวว่า น่าจะเป็นเกมที่สนุก เวียดนามพัฒนามาได้น่ากลัว แต่ยังมั่นใจว่าแม้เราจะใช้ทีมเด็กอายุไม่เกิน 21 ปีมาเล่น ความชำนาญเกมยังเหนือกว่า น่าจะสามารถคว้าแชมป์กลับบ้านได้อีกครั้งหนึ่ง และจะคุยกับนายอดิศักดิ์ เบ็ญจศิริวรรณ อีกครั้งว่าจะอัดฉีดเท่าไหร่ แต่ยืนยันว่ามีแน่นอน
 สำหรับสถิติที่ผ่านมาของคู่นี้ พบกันมาเพียง 2 ครั้ง ในศึกชิงแชมป์อาเซียนทั้งหมด โดยครั้งที่ 3 ปี 2548 ไทย ชนะ 13-2 และครั้งที่ 5 ปี 2550 ไทย ชนะ 13-3
 ทั้งนี้เกมนัดปิดสนามฟุตซอลชิงแชมป์อาเซียนจะมีขึ้นในวันที่ 14 มิถุนายนที่จะถึงนี้ คู่ชิงอันดับ 3 ฟิลิปปินส์ พบ อินโดนีเซีย เวลา 15.00 น. และ ไทย พบ เวียดนาม เวลา 17.00 น.


เปิดอ่าน