10เรื่อง(ไม่)ลับลูกยางสาวไทย

ทีมวอลเลย์บอลสาวไทย แม้ว่าจะพลาดตั๋ว “ลอนดอนเกมส์” อย่างน่าเศร้า แต่ก็กลับมาโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการเป็น 6 ทีมสุดท้ายของโลก ในการแข่งขันศึก “เวิลด์กรังด์ปรีซ์ 2012” ที่ประเทศจีนได้สำเร็จ

          เหนือสิ่งอื่นใดสาวนักตบลูกยางสาวไทยยังคงครองความเป็นหนึ่งในหัวใจของแฟนกีฬาไทยอย่างไม่เสื่อมคลาย การแข่งขันที่จัดขึ้นในประเทศไทยได้รับการตอบรับจากแฟนลูกยางจนล้นสนาม รายการในต่างประเทศแม้จะไม่มีการถ่ายทอดสดกลับมาในเมืองไทย ก็มีการติดตามข่าวสารและรายงานผลในสนามและชีวิตนอกสนามอย่างใกล้ชิด แฟนคลับที่เหนียวแน่น และขยายตัวมากขึ้นทุกวัน เป็นการยืนยันว่านี่คือกีฬาทีมอันดับ 1 ของประเทศไทยในยุคนี้ ทุกก้าวย่างของพวกเธออยู่ในสายตาของแฟนคลับและแฟนกีฬาไทย และเรียกเสียงกรี๊ดได้อย่างไม่ขาดสาย

          “สปอร์ต วาไรตี้” ร่วมกับ ปรีชาชาญ วิริยานุภาพพงศ์ ผู้สื่อข่าวเนชั่น ที่เกาะติดทำข่าวทีมวอลเลย์บอลสาวไทยมาตลอดนับสิบปี สัมผัสคลุกคลีกันเสมือนเป็นญาติผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือกันก็ไม่ปาน วันนี้จะมานำเสนอเรื่องราว 10 เรื่องเกี่ยวกับทีมลูกยางสาวไทยที่คุณๆ อาจจะไม่เคยรู้มาก่อน

 

ซุปตาร์หน่อง

 

          เริ่มที่ “หน่อง” ปลื้มจิตร์ ถินขาว ซูเปอร์สตาร์ประจำทีมที่ใครก็คิดว่าเป็นสาวห้าว แต่จริงๆ เธอไม่ได้ห้าวเลย “หน่อง” เป็นคนมีเสน่ห์ สุภาพและอัธยาศัยดีมาก ทำให้จำนวนแฟนคลับของเธอเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนได้ชื่อว่าเป็นนักกีฬาไทยที่มีแฟนคลับมากที่สุด ด้วยความเป็นคนมีเสน่ห์ ทั้งการพูดจาไพเราะ ยิ้มง่าย เข้ากับคนได้ทุกระดับ     

          แต่เรื่องโก๊ะ เธอก็มีเหมือนกัน เมื่อตอนที่นั่งเครื่องคาเธ่ย์แปซิฟิค กลับจากนาโงยา ประเทศญี่ปุ่น หลังจบการแข่งขันเวิลด์กรังปรีซ์ สนาม 2 “หน่อง” นั่งติดกับ “โค้ชยะ” นาวาอากาศตรีณัฐพนธ์ ศรีสมุทรนาค ผู้ช่วยหัวหน้าผู้ฝึกสอน “หน่อง” ขอน้ำเย็นจากแอร์โฮสเตส กะว่าจะวางลงบนโต๊ะด้านหน้า แต่ด้วยความลุกลี้ลุกลน กลับทำน้ำเย็นทั้งแก้วหกราด “โค้ชยะ” เปียกหน้าขาไปทั่ว โชคดีที่โค้ชเอาหมอนวางไว้บนตัก ไม่งั้นคงเปียกโชคร่างกายช่วงล่าง หน่องรีบยกมือไหว้ขอโทษ (ยิ้มไปด้วย) โค้ชไม่โกรธ กลับเห็นเป็นเรื่องขำๆ และก่อนเครื่องร่อนลงที่สนามบินสุวรรณภูมิ สภาพลมแรงทำให้เครื่องส่ายไปมาหลายครั้ง ช่วงแตะรันเวย์ เครื่องก็เอียงซ้ายขวาจนน่าหวาดเสียว หน่องพูดว่า “นี่มันสายการบินคาเธ่ย์หรือคาที่กันแน่อ่ะ”  ตอนนั้นมีแอร์โฮสเตสที่เป็นคนไทยนั่งอยู่ด้วยหันมามอง พอพูดจบคำนี้ก็ตามมาด้วย “หน่องพูดเล่นอ่ะ” เธอแก้ตัวไปอย่างไร้เดียงสา ขี้เล่นหาตัวจับยากจริงๆ ซุปตาร์หน่อง

 

ซาราขี้เมา

 

          สาวงามเมืองโอ่ง “นุส” หรือ “ซารา” นุศรา ต้อมคำ ขึ้นเครื่องเมื่อไหร่เธอหลับปุ๋ยได้ตลอดทาง เวลามีพนักงานบนเครื่องมาเสิร์ฟอาหาร เธอจะถามดูก่อนว่าเป็นอะไร หากไม่มีอะไรที่ถูกปาก เธอจะไม่ค่อยแตะอาหารเลย และหลับต่อ นอกเสียจากมีอาหารที่บางทีมากับเมนูหลักที่เธอพอกินได้บ้าง เช่น โยเกิร์ต น้ำผลไม้ หรือไอศกรีมถ้วย เธอก็จะขอเก็บไว้กิน นอกจากนี้ นุศรายังเป็นคนที่มีอาการเมารถ เมาเรือ เมาเครื่องมากที่สุด เมื่อตอนที่ทีมนักตบลูกยางสาวไทยเสร็จภารกิจการแข่งขันเวิลด์กรังด์ปรีซ์สนามแรก ที่มาเก๊า ทีมจะต้องนั่งเรือเฟอร์รีข้ามฟาก เพื่อไปขึ้นเครื่องที่ฮ่องกง เมื่อถึงฝั่งนุศราเดินปรี่เข้าห้องน้ำ เพื่อนบางคนได้ยินเสียงโอ้กอ้ากในห้องน้ำก็ทราบทันทีว่านุศราเมาเรือ อาเจียนออกไปมาก  

          และพอถึงเวลาขึ้นเครื่องเพื่อเดินทางต่อไปเมืองนาโงยา ประเทศญี่ปุ่น หลายคนเห็น “น้องเพียว” อัจฉราพร คงยศ รุ่นน้องที่ได้ที่นั่งติดกัน คอยเอากระดาษพัดโบกลมให้นุสอยู่ไปมา เมื่อถึงสนามบินนาโงยา นักกีฬาถึงได้รู้กันว่านุสอาเจียนอีกรอบ “โค้ชยะ หนูขอพักสักสามวันค่อยซ้อมนะ”  แต่วันรุ่งขึ้นก็เห็นนุสออกมาเซตบอลให้เพื่อนๆ ร่วมทีมตบกันได้แล้ว ความแข็งแกร่งในใจของสาวน้อยคนนี้ มีมากมายพอๆ กับความสวยของเธอเลยทีเดียว

 

น้องอรคนสวย

 

          สาวใต้ตาคม “น้องอร” อรอุมา สิทธิรักษ์ จากสุราษฎร์ธานี เป็นคนที่กลัวการเป็นสิวมากที่สุด จะต้องเอาใจใส่ดูแลใบหน้าให้สะอาดสะอ้าน เมื่อถึงวันเกิด 13 มิถุนายน ในช่วงการแข่งขันเวิลด์กรังด์ปรีซ์ สนาม 2 ที่ญี่ปุ่น เพื่อนร่วมทีมซื้อเค้กวนิลา มาให้เป่าเทียนวันเกิดครบ 26 ปี “โค้ชยะ” นาวาอากาศตรีณัฐพนธ์ ศรีสมุทรนาค แอบเดินอ้อมมาทางข้างหลัง ใช้นิ้วจิ้มครีมแต่งหน้าเค้กเอามาแต้มแก้มน้องอร และนักกีฬาอีกหลายคน จากนั้นก็วิ่งหนีให้นักกีฬาจับกันพัลวัน น้องอรทำงอแง บ่นเสียงดัง “อาจารย์ยะอ่ะ เดี๋ยวหนูเป็นสิวแล้วแย่เลยนะ ยิ่งเป็นสิวง่ายอยู่ด้วย” นักตบลูกยางสาวไทย แม้ว่าดูภายนอกเธอแข็งแกร่ง โชว์พลังตบไร้เทียมทานขนาดไหน แต่ภายในเธอก็ยังเป็นผู้หญิงสวยรวยเสน่ห์ที่ยังมีความรักสวยรักงาม โดยเฉพาะหน้าตา เหมือนอย่างน้องอรคนนี้ 

 

“กิ๊ฟ” เชิญยิ้ม

 

          “กิ๊ฟ” วิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์ เป็นกัปตันทีมมานานมาก ช่วงเวลาเดินทางไปแข่งขันร่วมกับทีมชาติไทย เธอมักจะได้ห้องพักห้องเดียวกับ “ซุปตาร์หน่อง” ปลื้มจิตร์ ถินขาว ต่างก็รับพฤติกรรมลอกเลียนวิชาตลกศาสตร์มาด้วยกัน ตอนไปแข่งขันคัดโอลิมปิกที่ประเทศญี่ปุ่น  มีวันหยุดพักการแข่งขัน ทั้งสองคนออกไปเดินช็อปปิ้งและของกินย่านใจกลางเมืองหลวง “หมอต้น” นรฤทธิ์ ล้วนจำเริญ แพทย์หนุ่มประจำทีมชาติไทย แวบไปซื้อของในร้าน “เซ็กส์ช็อป” พร้อมกับบอกว่า เพื่อนฝากซื้อ “กิ๊ฟ-หน่อง” สองคู่หู ก็ขอติดตามไปด้วย จากนั้นกิ๊ฟได้ยกเรื่องนี้มาเม้าท์ให้เพื่อนๆ ฟัง “มองไปทางไหนในร้านสีชมพูไปหมดเลย มีเป็นลูกไข่ก็มี ก็แปลกใจเอาไปทำอะไร เห็นโน่นเห็นนี่ อยากจะเปิดดู อยากจะจับดู แต่เจ้าของร้านก็ห้ามไปหมด มีอะไรแปลกๆ เยอะ เดี๋ยวว่างๆ จะแวะไปอีกรอบ”  

          อีกครั้งหนึ่งช่วงประชุมที่สตาฟฟ์โค้ชเรียกนักกีฬาทุกคนเข้าไปฟังแผน ดูเทปคู่แข่ง เตรียมรับมือกับการแข่งขันนัดต่อไป หลังจากที่ไทยเอาชนะญี่ปุ่นถึงบ้าน ในรายการเวิลด์กรังด์ปรีซ์ สนาม 2 “โค้ชอ๊อด” เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร หัวหน้าผู้ฝึกสอน บอกกับนักกีฬาทุกคน “เราชนะญี่ปุ่นได้ ก็เท่ากับว่าเราได้ยื่นขาข้างหนึ่งลงไปอยู่เมืองหนิงโบ ประเทศจีน สังเวียนการแข่งขันรอบสุดท้ายได้แล้ว” กิ๊ฟพอได้ฟัง ยิ้มรับก่อนสวนติดตลก “ก่อนที่จะมีมือยื่นมาตะปบผม ดึงออกมา” 

          และในช่วงเดินทางกลับจากญี่ปุ่น ขณะกำลังกินอาหารเช้ากันอยู่ กิ๊ฟหันไปถามเพื่อน “กี่โมงแล้วเนี่ย” ใครบางคนตอบ “เจ็ดโมงกว่าเกือบแปดโมงแล้วอ่ะ เวลาที่เมืองไทย” กิ๊ฟ รีบตอบในบัดดล “ได้เวลาน้ำแข็งลง” ทุกคนหันไปมองหน้ากันด้วยความสงสัย “อะไรเหรอ พี่กิ๊ฟ น้ำแข็งลง”  กิ๊ฟ รีบตอบด้วยใบหน้าเรียบเฉย แต่อมยิ้ม “อ้าว ก็แถวที่บ้านพี่นะ เวลาที่เขาเอาน้ำแข็งมาส่งน่ะ จะเป็นเวลาแปดโมงตรงไง” เอากะเธอสิ จะฮาดีมั้ยเนี่ย

 

 ยาย “วรรณา”

 

          ใครเหรอยาย ก็ วรรณา บัวแก้ว ไง ด้วยอายุอานามก็ขึ้นต้นด้วยเลข 3 แล้ว นาเพื่อนร่วมทีมเลยเรียกสมญาเธอว่า “ยาย” เพียงแต่ว่าอายุเป็นแค่ตัวเลขจริงๆ สำหรับเธอด้วยการร่วมทัพสาวไทยคว้าแชมป์เอเชียได้อย่างเต็มภาคภูมิ เมื่อปี 2009 รับประกันยี่ห้อความเป็นวรรณาได้ดีที่สุด นอกเหนือจากเรื่องอายุที่มากกว่าใครอื่นแล้ว วรรณาชอบม้วนผมมวยเวลาลงแข่งขัน ก็เลยดูลักษณะคล้ายหญิงชรา แม้ว่าความจริงหาใช่ไม่ มีอยู่ครั้งหนึ่งนั่งโต๊ะรับประทานอาหารกัน วรรณา นั่งคุยกับเพื่อนร่วมทีมจนออกรส “โค้ชยะ” นาวาอากาศตรีณัฐพนธ์ ศรีสมุทรนาค เดินผ่าน รีบแซว “เอ้ย ระวังน้ำหมากกระเด็น”…โธ่ ไม่ได้แก่ขนาดน้าน

 

"ฐาปไพพรรณ" คน 5 ชื่อ

 

          ในบรรดานักตบลูกยางสาวไทยปัจจุบัน คนที่มีชื่อเล่น ชื่อเรียกในหมู่เพื่อนๆ ร่วมทีมมากที่สุดก็คือ ฐาปไพพรรณ ไชยศรี เพราะเธอมีชื่อเรียกมากถึง 5 ชื่อ ด้วยกัน บางคนเรียกเธอ “หมี่” บางคนเรียกเธอ “บะหมี่” และ “เกี๊ยว” หลายคนเรียก “ฉี” และสมญาล่าสุด “ข้าวโพด” รู้มาว่าชื่อเล่นเธอแต่แรกคือ หมี่ หรือบะหมี่ แต่เพื่อนหลายคนในทีมก็เคยเรียกเธอว่า “เกี๊ยว” โดยเฉพาะนุศรา อาจจะเห็นว่าเธอชอบกินบะหมี่เกี๊ยวก็เป็นได้ ส่วนชื่อเล่น..ฉี มีคนเรียกเพราะเธอมีหน้าตาคล้าย..ฉีเส้าเฉียน ดาราภาพยนตร์ชื่อดังจากฮ่องกง

          ล่าสุดที่มีคนเรียกเธอว่า “ข้าวโพด” โดย “โค้ชยะ” นาวาอากาศตรีณัฐพนธ์ ศรีสมุทรนาค เพราะเมื่อช่วงปีที่แล้ว ทีมนักตบลูกยางสาวไทยไปแข่งขันละตินคัพ ที่ไทยได้รับคำเชิญจากประเทศเปรู ที่โรงแรมที่พักนักกีฬา มีข้าวโพดให้กินมากมาย ฐาปไพพรรณ ชอบกินข้าวโพดมาก กินได้ครั้งละเยอะๆ ด้วย เลยได้ชื่อ..ข้าวโพด ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

 

บังอรเอาแต่นอน

 

          นักตบลูกยางสาวไทยชอบทำอะไรมากที่สุดยามว่าง หลังจากซ้อมเสร็จ...เล่นไพ่..ไม่ใช่ เล่นเน็ต...ไม่หรอก นั่งเม้าท์เรื่องชาวบ้าน...ไม่จริง เท่าที่สังเกตดู สาวๆ ชอบนอนกันครับ “โค้ชอ๊อด” เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร มักจะบอกสาว ๆ หลังจากซ้อมเสร็จว่า “พักผ่อน นอนให้เต็มที่นะ” และนักกีฬาก็ทำกันจริงๆ ช่วงนัดแนะกินอาหารในแต่ละมื้อ จะเห็นนักกีฬายังงัวเงียอยู่เลย กินไปหลับไปก็ยังไหว รีบกินแล้วรีบกลับไปนอนต่อบนเครื่องบิน ถ้ายังอยากนอนอยู่ หลายคนก็ปฏิเสธรับอาหารบนเครื่อง บังอรเอาแต่นอน ด้วยการเอาผ้าห่มคลุมโปงด้วยซ้ำ

 

สวย เผ็ด ดุ

 

          อาหารที่นักตบลูกยางสาวไทยชอบกินมากที่สุดหนีไม่พ้น “ส้มตำ” ไม่ว่าจะไปแข่งขันประเทศใด หากได้กินส้มตำรสแซบๆ ทีมก็อยู่ได้แล้ว เรียกพลังตบมาได้อีกโข อย่างเมื่อตอนเดินทางไปแข่งขันเวิลด์กรังด์ปรีซ์ ที่มาเก๊า อาหารก็ออกจะรสเลิศ ทั้งปลาแซลมอน หอยเป่าฮื้อ เป็ดอบน้ำผึ้ง ไข่ตุ๋น ลาซานยา หรือ ปูยักษ์ และ กั้งอบ ในงานเลี้ยงกาลาดินเนอร์ นักกีฬาก็ไม่วายขอให้แม่ครัวที่เป็นคนไทยช่วยปรุงส้มตำรสเด็ดมาให้ อร่อยปาก แซบไปอีกหลายมื้อ นี่กระมังทีมนักตบลูกยางสาวไทยเลยได้รับสมญาจากแฟนคลับกองเชียร์ชาวไทยว่า..สวย เผ็ด ดุ

 

“โค้ชยะ” จ๊ะเอ๋

 

          คนที่อัธยาศัยดี รวยอารมณ์ขัน และสร้างบรรยากาศขำขันรื่นเริงในทีมได้มากที่สุดก็คือ “โค้ชยะ” นาวาอากาศตรีณัฐพนธ์ ศรีสมุทรนาค นั่นเอง อย่างในช่วงซ้อม “โค้ชอ๊อด” แนะนำเรื่องการเสิร์ฟให้นักกีฬา บอกว่าก่อนเสิร์ฟให้สร้างภาพในความคิดว่าเราจะเสิร์ฟผ่าน แต่ อำพร หญ้าผา ได้ยินคำแนะนำแล้วเริ่มปฏิบัติ แต่กลับเสิร์ฟติดตาข่ายทันทีทันใด “โค้ชยะ” รีบแซวทันที “แจ็ค สร้างภาพหรือยัง” หรือไม่ก็เวลาหลังซ้อมเสร็จ นักกีฬาดูเหนื่อยหรือเครียด “โค้ชยะ” จะแอบคอยดักจ๊ะเอ๋ข้างซอกหลืบที่ใดที่หนึ่ง แบบไม่เกรงใจวัยตัวเอง ก็เพื่อให้นักกีฬาตกใจเล่น เป็นการผ่อนคลาย 

 

“โค้ชอ๊อด” เจเจ

 

          ปิดท้ายด้วย “โค้ชอ๊อด” เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร หัวหน้าผู้ฝึกสอน ที่มีรูปร่างสูงใหญ่ น้ำหนักตัวน่าจะร่วมร้อย แต่แกเป็นคนกินเจ เหล้าไม่ดี่ม บุหรี่ไม่สูบ เพราะมาจากความมุ่งมั่นตั้งใจว่าที่ได้บนบานเอาไว้ตั้งแต่สมัยนักตบลูกยางสาวไทยสยบหมวยใหญ่ จีนคว้าแชมป์เอเชียได้ในปี 2009 ที่เวียดนาม โดย “โค้ชอ๊อด” ตั้งใจไว้ว่าหากได้แชมป์จะกินเจ 3 เดือนและพอสาวไทยทำได้จริงๆ “โค้ชอ๊อด” ก็ต้องทำตามที่บนเอาไว้ และไหนๆ ก็จะต้องกินเจ 3 เดือนแล้ว ก็เลยเลิกบุหรี่ เลิกเหล้าไปด้วย จากวันนั้นถึงวันนี้ 3 ปีแล้ว เดี๋ยวนี้ “โค้ชอ๊อด” เดินทางไปต่างประเทศ ก็จะพกอาหารเจ ทั้งน้ำพริกเจ เนื้อเจ อาหารเจอื่นๆ ไปด้วย และก็อาศัยสลัดผัก ผลไม้กับซุปผักกินแทนอาหารที่มีเนื้อสัตว์ปน ความมุ่งมั่นของโค้ชคนนี้มีมากมาย จนนำทีมนักตบลูกยางสาวไทยไปสู่ความสำเร็จ

 

 


เปิดอ่าน