royal coronation
วันที่ 18 กันยายน 2562
เจาะประเด็นร้อน

จับจังหวะ สี่พรรคหลัก จะส่งใครชิง พ่อเมืองหลวง

วันที่ 11 กันยายน 2562 - 11:00 น.
ผู้ว่าฯกทม,พรรคอนาคตใหม่,ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ,ประชาธิปัตย์,เพื่อไทย,ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
Shares :

โดย...   ทีมข่าวการเมือง เครือเนชั่น

 

 

 

           ชัดแล้วว่าสี่พรรคใหญ่บนเวทีการเมือง คือ “เพื่อไทย, พลังประชารัฐ, อนาคตใหม่ และประชาธิปัตย์” พร้อมแล้วที่จะส่งทีมผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ลงประกวด แยังไม่นับรวมหลากผู้สมัครอิสระที่น่าจะอาสามาเปิดวิสัยทัศน์พัฒนาเมืองกรุงและขอโอกาสในการทำหน้าที่

 

 

           ข้อมูลพื้นฐานผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ส.ส. เมื่อวันที่ 24 มีนาคม ในกรุงเทพมหานคร 4,498,109 คนนั้น คือผู้ชี้ชะตาว่า ใครสมควรที่จะมาบริหารงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 "83,398,006,000 บาท”


           กทม.มีสิ่งดีๆ ที่สร้างชื่อในระดับโลกก็เยอะ แต่เมืองหลวงแห่งนี้ก็สะสมปัญหามากมายที่ยืดเยื้อและยังไม่มีแววว่าจะแก้ไขได้อย่างถาวร และเมื่อมองไปยังวัฒนธรรมการเมืองที่เปลี่ยนไปแบบหลายคนคาดไม่ถึง ทำให้วันนี้หลายพรรคยังไม่กล้าปล่อยอาวุธออกมา เพราะอย่าลืมว่ากระแสคนเมืองกรุงกับการเมืองนั้นพลิกผันไวมาก เมื่อบวกกับโลกออนไลน์ที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตคนกรุงแล้วนั้น หากแกนนำแต่ละพรรควางจังหวะผิด อาจจะรวนไปทั้งกระบวน...

 

 

 

 


           ตำแหน่งพ่อเมืองหลวงนั้น มีความจริงข้อหนึ่งว่า การคว้าชัยนั้นว่ายากแล้ว แต่การป้องกันตำแหน่งนั้นยากกว่า เพราะประวัติศาสตร์การเมืองไทยบ่งชี้ว่า หากผู้ว่าฯ กทม.ลงสมัครเกินสองครั้ง โอกาสที่จะพ่ายนั้นสูงยิ่ง ตัวอย่างมีให้เห็นแล้ว เช่น "มหา 5 ขัน” ที่เคยเป็นผู้ว่าฯ กทม.มาแล้วสองสมัย รวมทั้งร.อ.กฤษฎา อรุณวงษ์ ณ อยุธยา ที่เคยรับหน้าที่มาครั้งหนึ่ง แต่ทั้งสองคนเมื่อลงแข่งขันอีกก็ต้องพ่ายต่อ พิจิตต รัตตกุล เป็นต้น หรือแม้แต่คนดังดีกรี รมต. เช่น ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง, ปวีณา หงสกุล ก็ยังผิดหวังกับสนามนี้มาแล้ว


           ส่วนบรรดาผู้สมัครอิสระที่ลงมาแข่งขันและสร้างสีสันในเวทีนี้ บางคราวคนกรุงก็เทแต้มให้ดื้อๆ อาทิ ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ที่ลงสนามนี้สองครั้งคว้าไปคราวละสามแสนกว่าคะแนน นับว่าไม่ธรรมดาเลย...


           ดังนั้น เมื่อพบว่าสนามนี้ขึ้นอยู่กับความผันผวนของอารมณ์คนกรุงซึ่งคาดการณ์ยากยิ่ง ยามนี้ “สี่พรรคหลัก” จึงยังไม่เผยไต๋ว่า “จะส่งใครลงประชันอย่างเป็นทางการ” โดยใช้ข้ออ้างว่า ตอนนี้ยังไม่แน่ชัดว่าจะมีการเลือกตั้งเมื่อใด และพอมีเวลาที่จะหยั่งกระแสเพื่อเลือกบุคคลที่เหมาะสมที่สุดลงสมัครในนามพรรค

 

 

 



           เมื่อมองตารางเวลาการเลือกตั้งท้องถิ่น แม้จะยังไม่ชัดเจนว่าจะเกิดขึ้นในช่วงใดระหว่างไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ หรือไตรมาสแรกของปีหน้า...แต่เมื่อมองภาวะในวันนี้แล้วความน่าจะเป็นที่สุดนั้นพบว่า "การหย่อนบัตรเลือกพ่อเมืองหลวงน่าจะเกิดไล่เลี่ยกับการเลือกตั้งนายก อบจ. ในช่วงปลายไตรมาสแรกของปีหน้า”


           ในอดีตที่ผ่านมา นับตั้งแต่กรุงเทพมหานครถูกจัดให้เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ มีการแต่งตั้งพ่อเมืองหลวง 9 ครั้ง เลือกตั้ง 10 ครั้ง โดย “4 ใน 5 ครั้งหลังสุด” พรรคสีฟ้าครองเก้าอี้นี้ไว้ได้ และหากย้อนไปมองผลการเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งล่าสุด 30 เขตในเมืองหลวง จะพบว่า พรรคพลังประชารัฐ ได้ ส.ส. 12 ที่นั่ง พรรคอนาคตใหม่ ได้ส.ส. 9 ที่นั่ง พรรคเพื่อไทย ได้ ส.ส. 9 ที่นั่ง พรรคประชาธิปัตย์ไม่มี ส.ส.เมืองหลวงเลยในครั้งนี้ แต่มีคะแนนรวม 4.6 แสนเสียงเศษ


           ตรงนี้คือคะแนนเบื้องต้นที่สี่พรรคหลักกำไว้ในมือเป็นต้นทุน และในสภาพการณ์ความจริงบนเวทีการเมืองยามนี้ “พท.กับอนค.” คือพันธมิตรทางการเมือง(กลายๆ) ที่มีจุดขายร่วมกันคือต้านลุงตู่ ส่วน “พปชร.กับปชป.” นั้นคือสองพรรคร่วมรัฐนาวา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา


           รากฐานคะแนนของพท.กับอนค. รวมทั้ง ปชป.กับพปชร.นั้น ลึกๆ แล้วคือสองขั้วที่มีสองพรรคจับมือหลวมๆ บ่งชี้ได้ขั้นต้นว่า หนึ่งขั้วต้านลุงตู่กับหนึ่งขั้วหนุนลุงตู่นั้น ตั้งอยู่บนฐานคะแนนเดียวกัน ดังนั้นหากทั้งสี่พรรคลงแข่งขัน "แต้มจะตัดกันเองในคู่พันธมิตรทางการเมือง ซึ่งอาจเปิดช่องให้ขั้วตรงข้ามคว้าโอกาสไปครองแบบไม่เหนื่อยนัก”


           แต่เมื่อจับจังหวะของสี่พรรคหลักวันนี้ มีแนวโน้มสูงว่าแต่ละพรรคต้องส่งคนของตัวเองลงแข่งขันในสนามเมืองหลวง เพราะหากไม่ส่งผู้สมัครลงสนามรับรองเลยว่าความเหนื่อยแบบสาหัสจะบังเกิดในยามหน้าแน่แท้


           ลองมาดูความเป็นไปได้ของสี่พรรคหลักในพื้นที่ กทม. ว่ายามนี้ขับเคลื่อนกันเช่นใดบ้าง


           เริ่มตั้งแต่เจ้าของพื้นที่เดิมคือ "ประชาธิปัตย์” ที่ต้องทวงศักดิ์ศรีกลับมาหลังพ่ายยับในสนาม ส.ส. ค่ายสีฟ้าเคยมีการแพลมชื่อ อภิรักษ์ โกษะโยธิน,นวลพรรณ ล่ำซำ,กรณ์ จาติกวณิช หรือแม้แต่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ออกมาหยั่งกระแส โดยอดีตนายกฯ ค่ายปชป.ออกมาโต้แล้วว่าไม่สนใจงานนี้ ล่าสุดพรรคเผยว่ายังมีแนวโน้มที่จะทาบทามคนอื่นๆ ที่มีคุณสมบัติมาสวมเสื้อ ปชป.ด้วย


           คนการเมืองหลากค่ายมองว่า เวทีนี้จะเป็นเวทีกู้หน้าค่ายสีฟ้าหรือไม่ หากนำผลเลือกตั้งผู้แทนฯเมืองหลวงคราวนี้มาเทียบกับ 4 ครั้งที่ ปชป.คว้าชัยในสนามผู้ว่าฯ กทม. เท่ากับว่า หาก ปชป.ได้เก้าอี้พ่อเมืองหลวงก็ถือว่าพอกู้กระแส แต่หากพ่ายอีกก็นับว่าขาดทุนที่สุด ดังนั้น เชื่อว่า ปชป.คงต้องเน้นที่สุดในสนามเมืองหลวงเพื่อกู้ชื่อเสียงกลับมา แม้ยามนี้ยังไม่ชัดนักว่าจะส่งใคร ?


           “อนาคตใหม่” น้องใหม่ที่มาแรงคล้ายพรรคพลังธรรมเมื่อวันวาน ตอนนี้พรรคสีส้มเน้นการส่งผู้สมัครการเมืองท้องถิ่น โดยคีย์แมนพรรคตั้งเป้าว่า “15 อบจ.ทั่วไทยนั้น” มั่นใจว่า “จะปักธงได้” และคนการเมืองหลากพรรคกังวลกับกระแสสีส้มพอสมควร หากว่าวันหน้า อนค.ยังได้สิทธิ์ไปต่อบนเวทีการเมือง....ส่วนเวทีเมืองหลวงนั้น นัยว่า อนค.มีตัวเลือกพอสมควร เพราะท่าทีของเลขาธิการพรรค "ปิยบุตร แสงกนกกุล” ที่บอกว่า อนค.พร้อมกับเวทีนี้เช่นกัน และยังแทงกั๊กว่าหากเสี่ยเอกยังมีหนทางได้ไปต่อในสนามการเมือง อาคารหน้าเสาชิงช้าอาจมีชื่อ "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ปรากฏเป็นผู้บริหาร


           “เพื่อไทย” หวังว่า “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” จะลงแข่งขันและมีแนวโน้มที่จะชนะสูง แต่ตอนนี้มีความแน่ชัดจากเจ้าของฉายา “รมต.แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี” ว่าคงจะไม่สวมเสื้อ พท.... แม้คนวงในระบุว่า พท.ต้องการชัชชาติลงสมัครในนามพรรค แต่ชัชชาติมองว่า หากลงสมัครแบบอิสระแล้วให้พท.หนุนเบื้องหลังจะเวิร์กกว่า เพราะหากสวมเสื้อพท.ในเมืองหลวงนั้น ผลลัพธ์สามารถรู้ล่วงหน้าแล้วว่า "ผลลบหรือผลบวก...อะไรมากกว่ากัน” ดังนั้นจังหวะนี้ของชัชชาติทำให้หลายคนในพรรคไม่ค่อยแฮปปี้นักหากชัชชาติจะลงอิสระแต่พรรคต้องหนุนหลังให้ เพราะอย่าลืมว่าชัชชาติคือหนึ่งในสามแคนดิเดตนายกฯ ของ พท. รวมทั้งยังเคยนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีในรัฐบาลพท.มาแล้วด้วย พท.จึงต้องการให้ชัชชาติสวมเสื้อพรรคลงประชันเพียงทางเลือกเดียว แต่ความหวังลางเลือนแล้ว


           "พลังประชารัฐ” แกนนำรัฐบาลผสมในปัจจุบัน แม้จะมีจำนวน ส.ส.เมืองหลวงมากสุดในยามนี้ แต่กระแสข่าวหลังการหย่อนบัตรครั้งล่าสุดจะพบว่า ผลงานของผู้แทนฯ พปชร.แทบจะไม่ขยับอะไรในสนามเมืองกรุงเลย ก่อนหน้านี้ พปชร.เคยเขี่ยกระแสด้วยการให้ข้อมูลว่ากำลังทาบทาม “ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร” หรือ “ผู้ว่าฯ หมูป่า” และยังปล่อยกระแสว่าสนใจที่จะทาบทาม ศุภชัย พานิชภักดิ์ มาลงสมัคร แต่สองบุคคลที่ถูกอ้างชื่อปฏิเสธกระแสข่าวนี้ไป


           จากนั้น พปชร.ก็ยังไม่ขยับจังหวะในเรื่องนี้ เพราะหลากวาระวุ่นๆ ในพรรค และคนวงในก็รับรู้กันดีว่ายามนี้กระแสพรรคในสายตาชาว กทม.กระเตื้องหรือไม่ ดังนั้นหากไม่มีการขยับจังหวะให้รุกเร็วขึ้นกว่าเดิม แม้ว่าคีย์แมนเมืองหลวงที่ชื่อ พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ได้แพลมๆ มาว่าพรรคมีตัวเลือกแล้วหลายคนและอาจจะให้รมต.บางคนในรัฐบาลชุดนี้ลงสมัครก็ได้ แต่มองแล้วโอกาสนี้แจ้งเกิดต่ำ หากยังเครื่องร้อนช้าแบบนี้รับประกันวันนี้เลยว่า พ่อเมืองหลวงคนใหม่อาจไม่มีชื่อ พปชร.ติดโผเลย


           หมากกระดานนี้คือตัวชี้วัดระดับหนึ่งว่าพรรคใดจะได้เครดิตเพียงใดในสายตาคนกรุงเพราะมันเป็นปัจจัยผันแปรที่สื่อไปเบื้องต้นว่าคะแนนนิยมของพรรคนั้นๆจะเป็นเช่นใดในอนาคต เวลาเดือนนั้นไม่มากไม่น้อยสำหรับการเดินจังหวะ อยู่ที่ว่าหน้าตาผู้สมัครและแคมเปญที่จะใช้ขอแต้มคนกรุงนั้น พรรคใดโชว์กึ๋นได้ดีกว่ากัน...

 

 

Shares :

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ