royal coronation
วันที่ 19 สิงหาคม 2562
เจาะประเด็นร้อน

'ตม.3'ภารกิจคัดคนดี..สกัดคนร้ายเข้าประเทศ

วันที่ 16 สิงหาคม 2562 - 12:10 น.
สายตรวจระวังภัย,ตม
Shares :
เปิดอ่าน 831 ครั้ง

คอลัมน์...  สายตรวจระวังภัย    โดย...  ทีมข่าวอาชญากรรม

 

 

          กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 (บก.ตม.3) หรือที่รู้จักกันในชื่อว่า “ตม.3” เป็นหน่วยงานระดับกองบังคับการในสังกัด สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) มี พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3 เป็นหัวหน้าหน่วยงาน มีอำนาจหน้าที่ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ด้วยการเป็นเจ้าพนักงานตรวจคนเข้าเมือง มีหน้าที่รับผิดชอบควบคุมกระบวนการตรวจคนเข้าเมือง ทั้งระบบให้บริการคนต่างด้าวในด้านพิธีการเข้าเมือง จัดระเบียบควบคุมแรงงานต่างด้าว ป้องกันปราบปรามปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติและคนร้ายข้ามชาติที่เป็นภัยต่อความสงบสุขของประเทศ ซึ่งเป็นบทบาทที่สำคัญเช่นเดียวกับหน่วยงานอื่นๆ ของ สตม.

 


          ทว่าลักษณะพิเศษของ “ตม.3” จะมีเขตพื้นที่รับผิดชอบในพื้นที่ภาคตะวันออก ภาคกลาง (ยกเว้น กทม.) และภาคตะวันตกของประเทศไทย ครอบคลุมพื้นที่ 28 จังหวัด มีพื้นที่ชายแดนที่มีการเข้าออกราชอาณาจักรไทยทั้งทางอากาศ (สนามบินอู่ตะเภา) ทางบกติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้านคือ กัมพูชา กับ เมียนมาร์ และทางน้ำ เช่น ในพื้นที่ ตม.จังหวัดสมุทรปราการ ชลบุรี ช่วยดูแลป้องกันภัยจากความมั่นคงให้ประเทศไทย

 

 

 


          การดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน พล.ต.ต.อาชยน ได้นำเสนอให้เห็นภาพแบบเข้าใจง่ายผ่านภารกิจการควบคุมและตรวจคนเข้าเมืองทั้ง 3 มิติ คือ บทบาทในการควบคุมตรวจตรา คนเข้า คนอยู่ และ คนออก ซึ่งการทำงานทั้ง 3 มิติมีความสอดคล้องพึ่งพากัน เป็นสิ่งสำคัญในการช่วยสนับสนุนภารกิจของการเป็นผู้ทักษ์สันติราษฎร์ที่จะป้องกันปราบปรามอาชญากรรม รักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้แก่ประชาชน


          สำหรับ มิติการควบคุมคัดกรองคนเข้า ได้มุ่งเน้นการอำนวยความสะดวกให้คนดีเข้ามาและสกัดกั้นคนร้ายไม่ให้เข้ามาประเทศ ยับยั้งผู้มีพฤติการณ์เป็นภัยสังคมหรืออาชญากรไม่ให้เข้ามาก่อความเดือดร้อนและก่ออาชญากรรมกับคนไทยได้ ป้องกันไม่ให้คนต่างชาติใช้ประเทศไทยเป็นแหล่งพักอาศัยหรือประกอบกิจการผิดกฎหมายข้ามชาติ (Safe Haven) มีความเข้มข้นในการคัดกรองคนเข้า (รวมถึงยานพาหนะ) และให้บริการเข้า-ออกราชอาณาจักร ซึ่งด้นำใช้เทคโนโลยี Biometrics ที่เชื่อมโยงกับระบบ PIBICS เดิมที่มีอยู่ และฐานข้อมูลสำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมทั้งส่วนราชการภายนอก ทำการบันทึกภาพใบหน้า จัดทำโครงการบริหารจัดการฐานข้อมูลภาพถ่ายใบหน้าและลายพิมพ์นิ้วมือแบบบูรณาการทั่วประเทศ เพื่อสกัดกั้นบุคคลต้องห้ามเข้าราชอาณาจักร บุคคลเฝ้าระวัง บุคคลตามหมายจับในการเดินทางเข้าออกราชอาณาจักร คัดกรองมิให้อาชญากรแสวงหาโอกาสลักลอบเข้ามา โดยเฉพาะกลุ่มบุคคลเฝ้าระวัง กลุ่มบุคคลตามหมายจับ กลุ่มบุคคลสัญชาติเป้าหมายโดยการจัดเก็บและตรวจสอบให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล เพื่อความมั่นคงของประเทศ

 

 

 


          ส่วน มิติการควบคุมดูแลและอำนวยความสะดวกคนต่างด้าวที่อยู่ในราชอาณาจักร ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน จึงจำเป็นที่จะต้องทำควบคู่ไปกับการตรวจตรา ณ ด่านเข้า-ออกประเทศ เพื่อให้คนต่างด้าวอยู่และทำงานแบบเคารพกฎหมายไทย และป้องปรามมิให้ทำสิ่งผิดกฎหมายแล้วอาศัยโอกาสหลบหนีลอยนวลไปต่างประเทศ

 

 

 

 


          ขณะที่ มิติของการควบคุมด่านชายแดนขาออก ด่านตรวจคนเข้าเมือง “ตม.3” ก็มีความพร้อมทั้งด้านการให้บริการคนต่างด้าว และช่วยสกัดกั้นบุคคลที่มีหมายจับตามที่ได้รับการประสานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยใช้ระบบฐานข้อมูลที่มีในตรวจตราผู้เดินทางออกจากราชอาณาจักร ว่าเป็นผู้ที่อยู่เกินที่ได้รับอนุญาตหรือไม่ (Over stay) เป็นบุคคลที่สามารถกลับเข้ามาได้หรือไม่ (Re – entry) เป็นบุคคลมีหมายจับหรือไม่ (Arrest Warrant) และตรวจสอบว่าเป็นบุคคลต้องห้ามหรือไม่ หากพบก็จะดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม หรือขั้นตอนที่เกี่ยวข้องต่อไป

 

 

 


          จากภารกิจตำรวจตรวจคนเข้าเมืองในการควบคุมตรวจตราทั้ง 3 มิติ จะสามารถให้การสนับสนุนตำรวจและหน่วยราชการอื่นๆ ในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้อย่างครบวงจร โดยเฉพาะจากภัยคุกคามข้ามชาติ..!!

Shares :
เปิดอ่าน 831 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ