royal coronation
วันที่ 21 สิงหาคม 2562
เจาะประเด็นร้อน

"แพรวา" จำเลยชั่วชีวิต?

วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 - 09:51 น.
แพรวา,แพรวา เทพหัสดิน ณ อยุธยา,คดีแพรวา,9 ศพ,ซีวิคขาว,สาวซีวิค
Shares :
เปิดอ่าน 12,868 ครั้ง

ข่าวเนชั่นสุดสัปดาห์ 20-21 ก.ค.62 หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก

 

*********************

 

9 ปี 9 ชีวิตในคดีแพรวา เหมือนจบแต่ไม่จบ โดยเฉพาะ “ความเจ็บปวดและกดดัน” ที่ทุกฝ่ายต้องเจอมาถึงขีดสุด

 

หันมาข้างคนที่เป็นจำเลย ทั้งจำเลยที่ 1-3 คือตัวของ “แพรวา” เอง ที่ในวันนี้ใช้ชื่อ รวินภิรมย์ อรุณวงศ์” (นามสกุลแม่) ส่วนอีกสองคือพ่อและแม่ของเธอ ถ้าเปรียบเป็นละคร แม้ยังไม่ถึงบทอวสาน แต่ไฮไลท์ของเรื่องก็มาถึงตอนที่ว่า ไม่มีใครหนีชะตากรรมและความรับผิดชอบไปได้พ้นแม้แต่คนเดียว

 

รวมไปถึง “จำเลยของสังคม” อีก 200 ครอบครัว ที่ต้องพลอยฟ้าพลอยฝนไปด้วย เพียงเพราะพวกเขานามสกุลเดียวกัน เทพหัสดิน ณ อยุธยา”

 

 

 

ไม่ผิด แต่ร่วมรับ

 

คดี 9 ศพ หลังผ่านมาเกือบทศวรรษ มาถึงวันนี้ที่เรื่องกลับมาร้อนแรง มันสะท้อนว่าถึงจุดหนึ่งพลังของคนไทยก็มากพอที่จะขยับเคลื่อนอะไรได้บ้าง 

 

 

 

 

18 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ราชสกุล “เทพหัสดิน” ออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าว แม้ว่างานนี้กระจอกข่าวจะแอบได้ยินว่าผู้ที่มาในวันนั้นรับโทรศัพท์แล้วพูดกับปลายสายประมาณว่า ถูกบังคับให้มา !

 

แต่ในเมื่อมาแล้ว ก็แปลว่าต้องทำต่อไปให้จบ ทั้งการเยียวยาผู้เสียหาย และเคลียร์ใจกับข้อพาดพิงต่อราชสกุลเทพหัสดิน ที่ถูกโยงว่าใช้สกุลใหญ่มาข่ม

 

ตัวแทนราชสกุลที่มาคือ สุชัย เทพหัสดิน ณ อยุธยา และ ณัฐพล ทองคำ ทนายความประจำราชสกุล ได้ระบุว่า ไม่เคยนิ่งนอนใจ ทั้งในทางกฎหมาย ที่ผลักดันครอบครัวจำเลยให้ทำตามกระบวนการยุติธรรมมาตลอด

 

ขณะที่ในด้านจิตใจและการเยียวยา ทางราชสกุลเพิ่งทราบว่าทางครอบครัวจำเลยมิได้เคลื่อนไหวใดๆ กับทางญาติผู้เสียหายและผู้เสียชีวิต วันนี้จึงต้องออกโรงเพื่อชี้แจงและร่วมรับผิดชอบเท่าที่จะสามารถทำได้

 

คือนอกจากได้มอบกองทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบเหตุไว้สำรองใช้จ่ายในการติดตามบังคับคดีสืบทรัพย์ตามกฎหมายหลังจากนี้ต่อไปแล้ว ยังมีเงิินอีก 5 แสนบาท ที่รวมรวมมาเพื่อมอบให้แก่ครอบครัวผู้เสียหาย

 

 

 

 

ทั้งหมดนี้ เป็นความตั้งใจของคนในราชสกุล เพื่อให้นำไปใช้เป็นกองทุนเรียกร้องการดำเนินคดีตามคำพิพากษา

 

จากข้างต้น มุมหนึ่งที่ต้องเห็นใจคนนามสกุลนี้ ไม่เพียงว่าพวกเขาจะไม่เกี่ยวข้องด้วยแล้ว แต่คนนามสกุลนี้อีกราว 900 ชีวิต หลายคนก็มิได้ร่ำรวยดังที่คนไทยเข้าใจ

 

แต่ในเมื่อเร่ื่องราวดำเนินมาจนขนาดนี้ ต่อให้ “จำใจ” ก็ยังถือว่ามาแล้ว

 

 

 

ช้าไป ไม่ทัน?

 

ทำไมไม่พูดก่อนหน้านี้ สำหรับ "ลัดดาวัลย์ อรุณวงศ์" มารดาของแพรวา ที่ออกมาเคลื่อนไหวต่อสังคมเป็นครั้งแรก

 

เธอให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ผ่านรายการโหนกระแส ช่อง 3 ระบุถึงประเด็นที่คนไทยรอฟัง โดยยอมรับว่าที่ทุกอย่างล่วงเลยมาถึงป่านนี้ เพราะหาเงินไม่ทันจริงๆ ครอบครัวไม่ได้มีเงินมากพอที่จะชดใช้ได้ทันที

 

 

 

 

ดังนั้นวันนี้ จึงออกมาแสดงความบริสุทธิ์ใจ นำโฉนดที่ดินประมาณ 30 ฉบับ เนื้อที่ราว 21 ไร่ ที่ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ มูลค่าประมาณ 50 ล้านบาท

 

และยังมีบ้านหรูที่โลกโซเชียลพากันแชร์อยู่ตอนนี้ ซึ่งอยู่ในหมู่บ้านเมืองทองธานี เนื้อที่ 300 ตารางวา มูลค่า 55 ล้านบาท มีชื่อ พ.อ.รัฐชัย เทพหัสดิน ณ อยุธยา บิดาของแพรวาเป็นเจ้าของ

 

สินทรัพย์นี้ แม่ของแพรวาได้ประกาศขายทั้งหมดกลางรายการ แต่ก็ขอให้กระทรวงยุติธรรม ช่วยอนุมัติเงินกองทุนยุติธรรมเยียวยาผู้เสียหายไปก่อน ตนขอเป็นลูกหนี้กองทุนยุติธรรมแทน ขายได้จะใช้คืน

 

พร้อมยืนยันว่า ที่ผ่านมาไม่มีเจตนาดึงเรื่องให้ยืดเยื้อ แต่เพราะไม่มีเงินสดมากพอ จนเมื่อเรื่องเข้าสู่ศาล ครอบครัวก็ไปตามขั้นตอนโดยไม่เคยคิดหนีหรือยักย้ายถ่ายเทสมบัติ จนมาถึงฎีกา ก็ต้องฎีกาแย้งตามขั้นตอน

 

ส่วนเหตุที่ไม่ไปศาล เพราะฝ่ายบิดาเกิดล้มป่วยต้องรักษาตัว แต่ไม่ทราบมาก่อนว่าทนายซึ่งเป็นญาติมิได้ไปตามนัด จึงได้กราบขอโทษผู้เสียหายในเรื่องนี้ และทางครอบครัวทุกคนก็ทุกข์มาตลอด

 

“9 ปีไม่มีใครมีความสุข เรามีความทุกข์ เราเสียใจ ลูกเราอยู่ก็เหมือนตายทั้งเป็น ทุกคนอยู่ได้ด้วยยานอนหลับ ไม่เคยมีวันไหนที่มีความสุข ใจเราร้องไห้และทุกข์ตลอด คิดอยู่ตลอดว่าจะช่วยเหลือทุกคนอย่างไร”

 

 

 

ขีดเส้นใต้ “จำเลยที่ 1”

 

ประโยคหนึ่งจากปากของคนเป็นแม่ คือ “แพรวาอยู่เหมือนตายทั้งเป็น ทุกคนอยู่ด้วยความหวาดระแวงว่าเธอจะฆ่าตัวตายเข้าสักวัน"

 

ถ้ามองย้อนกลับไป 9 ปีก่อน 27 ธันวาคม 2553 วันเกิดเหตุ วันนั้น “แพรวา” เพิ่งมีอายุเพียงแค่ 16-17 ปีเท่านั้น เธอเพิ่งผ่านวัยเด็กหญิงมาเพียงไม่นาน

 

 

 

 

หลังเกิดเหตุ เราเห็นแล้วว่าแพรวาถูกประณามตั้งแต่นาทีแรกที่เป็นข่าว แต่คิดแทนผู้ปกครอง อาจเพราะต้องการปกป้องบุตรสาว จากกระแสสังคมภายนอกที่กำลังเกรี้ยวกราด และเรื่องราวยังต้องไต่สวนสืบรอยอีกมาก

 

แต่เรื่องนี้กลายเป็นความผิดพลาด จนชาวเน็ตพากันสืบคุ้ยเรื่องราวของเธอ และนำออกสู่สังคมในท่วงทำนอง “ยังอยู่ดีมีสุข"

 

โดยหลังแพรวาปรากฏตัวครั้งสุดท้ายหน้าสื่อ ช่วงมกราคม 2554 ที่เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาพร้อมครอบครัวและทนายความ คนไทยก็ไม่ได้ยินข่าวคราวของเธออีก

 

มารู้อีกทีว่าเธอเปลี่ยนชื่อเป็น บัวบูชา” และได้เห็นภาพเต็มตาอีกครั้งช่วงปี 2555 ในวันรับน้องที่วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ซึ่งชาวเน็ตขุดมาปล่อย

 

แต่เรื่องของเธอเงียบไปอีกครั้ง จนมาล่าสุดนี้เอง หลังศาลแพ่งมีคำตัดสินให้ชดใช้ครอบครัวผู้เสียหายแล้วช่วงพฤษภาคมที่ผ่านมา ผ่านมาหลายเดือนคนบ้านนี้กลับเงียบกริบ

 

คนไทยจึงขุดเรื่องของเธอออกมากดดันอีกรอบ และพบว่าที่ผ่านมา แพรวาก็ต้องพบเจอกับการเปลี่ยนแปลงในชีวิตหลายอย่าง ถึงขั้นพลิกคว่ำคะมำหงายเหมือนกัน

 

 

สุข-ทุกข์ของแพรวา

 

แพรวา เหมือนจะดำเนินชีวิตมาตามปกติ โดยแต่งงานกับ สรวีย์ รัฐพิทักษ์ถิรดา” นักธุรกิจใหญ่ ช่วงปี 2557 แต่ก็จบลงแค่ข้ามปีด้วยการหย่า

 

 

 

 

รายนี้มีข้อมูลว่าเขาเคยลงเลือกตั้ง ส.ส.กรุงเทพฯ เขต 16 เมื่อปลายปี 2556 โดยสังกัดพรรคคนขอปลดหนี้ ปัจจุบันทำงานด้านการเมืองกับพรรคพลังประชารัฐ

 

แต่ถ้าเราไม่มัวแต่โฟกัสว่าด้านหนึ่งเขาเคยเป็นอดีตกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่น สภานิติบัญญัติแห่งชาติ และอาจมีการใช้ตำแหน่งช่วยให้อดีตภรรยาเข้าทำงานที่แผนกจัดทำข้อมูลการสนทนากองสารนิเทศ สำนักงานวิเทศสัมพันธ์ กระทรวงกลาโหม เมื่อเดือนมิถุนายน 2560 ตามที่ชาวเน็ตขุดเจอว่าเธอเคยใช้ชื่อ รวินภิรมย์” ไปสมัครสอบที่นี่

 

 

 

 

ซึ่งภายหลังทางกลาโหมแจงว่า แพรวาสอบไม่ผ่านและไม่ได้ทำงานที่นี่ ก็สอดคล้องกับที่สรวีย์ปฏิเสธว่าพวกเขาจบความสัมพันธ์กันไปก่อนนั้นแล้ว พร้อมขอให้คนไทยอย่าโยงตนเข้าไปเกี่ยวข้องกับทางคดี

 

ทั้งหมดหากเป็นความจริง ก็จะพบว่าที่ผ่านมา แพรวาก็ไม่ได้แฮปปีี้ดี๊ด๊าอะไรเลย เพราะนอกจากเรื่องคดีแล้ว ยังมีการถูกติดตามขุดคุ้ย ถล่มด่า พอจะมีคู่ ก็ล่มภายในปีเดียว

 

แถมอดีตสามี ยังกล่าวกับสื่อว่า เลิกกันเพราะทัศนคติและวัยที่เข้ากันไม่ได้ หรืออาจหมายถึงปัญหาชีวิตคู่จากอาการซึมเศร้าของอีกฝ่ายก็ยังน่าคิด

 

แพรวาหอบเสื้อผ้ากลับมาบ้านพ่อแม่ เปลี่ยนชื่อมา 3 ครั้ง แม้ไม่เคยใช้สกุลสามี แต่ก็เหมือนเปลี่ยนมา 3 รอบ วันนี้ในวัยเบญจเพส ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าทำงานการอะไรเป็นหลักแหล่ง มองดีๆ ก็คงไม่ใช่คนที่มีความสุขเท่าไร

 

หลายคนอาจคิดว่า นี่น่าจะเป็นสิ่งที่คนบ้านนี้ได้รับแล้ว แต่ทั้งหมดนี้ก็ยังไม่สำคัญเท่ากับสิ่งที่ครอบครัวฝ่ายผู้เสียหายรอคอย แล้วก็ไม่ใช่แค่การยอมดำเนินการตามที่ศาลตัดสินเท่านั้น !

 

****************///***************

 

 

Shares :
เปิดอ่าน 12,868 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ