royal coronation
วันที่ 19 สิงหาคม 2562
เจาะประเด็นร้อน

ติวเถื่อนเข้าทหาร... ขบวนการ "จับเสือมือเปล่า 

วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 - 10:35 น.
น้องชายแดน,บ้านครูณัฐ,ติวเถื่อนเข้าทหาร
Shares :
เปิดอ่าน 2,597 ครั้ง

โดย...  วิลาสินี แววคุ้ม

 

 

          ข่าวครึกโครมเกี่ยวกับ “น้องชายแดน” ที่ไปเรียนพิเศษกับสถาบันกวดวิชาที่ จ.นครสวรรค์ เพื่อสานฝันเข้าเตรียมทหาร ชื่อสถาบันคือ “บ้านครูณัฐ” แล้วถูกทำร้ายด้วยไม้เบสบอลจนเสียชีวิต กระตุกให้สังคมหันมามองสถาบันกวดวิชาลักษณะเดียวกันนี้ที่เปิดขึ้นมากมายเป็นดอกเห็ด ว่าแต่ละแห่งขออนุญาตถูกต้องหรือไม่ สอนอะไรกัน และทำไมต้องมีการลงโทษ หรือลงไม้ลงมือกันจนถึงตาย

 

 

          สถาบันกวดวิชาเหล่านี้เปิดขึ้นมากมายเป็นดอกเห็ด จากการสืบค้นของ “ล่าความจริง” พบว่า มีกระจายอยู่แทบทุกจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดใหญ่ๆ หัวเมืองต่างๆ ทุกภาค เฉพาะในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล พบโรงเรียนกวดวิชาเข้าเตรียมทหารมากกว่า 50 แห่ง

 

 

 

 


          สาเหตุที่ทำให้โรงเรียนกวดวิชาประเภทนี้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย มีอยู่หลายปัจจัย หลักๆ ก็เช่น ค่านิยมของสังคมไทย โดยเฉพาะพ่อแม่ผู้ปกครองที่คิดว่าอาชีพทหารเป็นอาชีพที่มั่นคง โรงเรียนเตรียมทหารและโรงเรียนนายร้อยเป็นโรงเรียนที่มีเกียรติ เรียนจบออกมามีงานทำแน่นอน เด็กที่สอบเข้าได้ ไม่จำเป็นต้องเรียนเก่งมาก มีผลการเรียนระดับปานกลาง และมีสมรรถภาพร่างกายสมบูรณ์ ก็มีโอกาสสอบติดแล้ว


          แถมยังเป็นการลงทุนเพียงครั้งเดียว จ่ายหลักแสนหรือหลายแสนก็คุ้ม ถือเป็นการลงทุนระยะยาว เข้าเรียน ม.4 จนถึงจบปริญญา รวม 7 ปี เมื่อเข้าไปได้แล้วก็เรียนฟรี มีเบี้ยเลี้ยง แถมเงินเบี้ยเลี้ยงยังสูงขึ้นตามปีที่เรียน ยิ่งปีโตๆ ยิ่งเบี้ยเลี้ยงมาก เพราะนักเรียนทหารทุกคนมีสถานะเป็นข้าราชการ เรียนจบก็มีสวัสดิการตลอดชีวิต

 


          ที่สำคัญนักเรียนทหาร โดยเฉพาะนายร้อย ไม่ว่าเหล่าไหน เมื่อเข้าไปแล้วจะถูกควบคุมความประพฤติอย่างเข้มงวด ปิดโอกาสเกเร หรือติดยา ซึ่งเป็นปัญหาที่ครอบครัวคนไทยที่มีลูกวัยรุ่นวัยคะนอง หวาดกลัวอย่างมาก ฉะนั้นการสอบเข้าทหาร จึงตอบโจทย์ครอบครัวที่มีลูกชายอย่างที่สุด

 



          เมื่ออาชีพทหารกลายเป็นอาชีพยอดปรารถนา โรงเรียนกวดวิชาเพื่อให้สอบได้สมหวังก็เกิดขึ้นมากเป็นเงาตามตัว โดยหลักสูตรการเรียนการสอนมักคล้ายๆ กัน คือติวเข้มวิชาที่ใช้สอบ ได้แก่ ฟิสิกส์ เคมี คณิตศาสตร์ ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ รวมไปถึงการเตรียมความพร้อมด้านร่างกาย คือวิชาพลศึกษา ทั้งวิ่ง ว่ายน้ำ ดันพื้น ลุกนั่ง ดึงข้อ


          รูปแบบหลักสูตรมีทั้งระยะยาวตลอดปี, ระยะสั้น 3-4 เดือน, ติวเข้มโค้งสุดท้าย และกินนอน หลังๆ โรงเรียนกินนอนได้รับความนิยมมาก โดยเฉพาะโรงเรียนกินนอนชื่อดังที่จังหวัดสงขลา เปิดแบบครบวงจร ทั้งเรียน ทั้งฝึก ทั้งทัศนศึกษา และพบปะพูดคุยกับศิษย์เก่าของโรงเรียนที่วันนี้เป็นนักเรียนนายร้อยไปแล้วด้วย

 

 

 

 


          ส่วนรูปแบบการโฆษณาก็ไม่ค่อยต่างกันมากนัก เช่น การันตีสอบติด “คอร์สนี้ รับรองผล 100% ถ้าสอบไม่ติด คืนเงินในส่วนของค่าเรียน” หรือ “รับรองผล สอบผ่านข้อเขียน 100%” และสิ่งที่จะขาดไม่ได้เลยก็คือ การโชว์ภาพและรายชื่อนักเรียนในสังกัดที่สอบติดโรงเรียนเตรียมทหาร และ “โรงเรียนเหล่า” ทุกเหล่าทัพ ยิ่งมากยิ่งดี และทุกโรงเรียนจะต้องมีผู้บริหาร ผู้จัดการ หรือที่ปรึกษาเป็นนายทหาร ส่วนใหญ่เป็นระดับนายพล เพื่อความน่าเชื่อถือ


          ความต่างอย่างสำคัญของโรงเรียนเหล่านี้ และพ่อแม่ผู้ปกครองต้องดูให้ดี คือเป็นโรงเรียนกวดวิชาเถื่อน หรือได้รับอนุญาตจากกระทรวงศึกษาฯ เพราะหากได้รับอนุญาต จะมีการตรวจสอบทั้งอาคารสถานที่ หลักสูตร ครูผู้สอน รวมไปถึงผลสัมฤทธิ์ในการเรียน เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะโรงเรียนที่ทำให้น้องชายแดนเสียชีวิต เป็นสถาบันเถื่อน


          ด้วยความนิยมของพ่อแม่ผู้ปกครองที่อยากให้ลูกหลานสอบเข้าเตรียมทหาร ราคาสูงเท่าไรก็ยอมทุ่ม ทำให้เกิดกลุ่มคนที่ใช้วิธี “จับเสือมือเปล่า” คือเปิดสอนแบบไม่ลงทุนขึ้นมา และพวกนี้ส่วนมากเป็นโรงเรียนเถื่อน (เสี่ยงผิดหวังสำหรับพ่อแม่ผู้ปกครอง)


          วิธีการก็เริ่มจาก จับกลุ่มกันเปิดโรงเรียนขึ้นมา โดยหานายทหารยศสูงๆ มาบังหน้า ซึ่งทหารที่หามา โดยมากไม่ได้เป็นอาจารย์โรงเรียนเตรียมทหาร หรือโรงเรียนนายร้อย จปร.ด้วยซ้ำ แถมส่วนใหญ่ยังเป็นทหารเกษียณแล้ว หรืออดีตทหาร

 

 

 


          จากนั้นก็ไปเช่าสถานที่เพื่อเปิดเป็นโรงเรียน โดยเลือกอาคารพาณิชย์ราคาถูก หรือโรงเรียนอนุบาลใกล้เจ๊ง เพื่อขอใช้สถานที่ บางแห่งก็ใช้บ้านตัวเองเพื่อลดต้นทุนให้มากที่สุด โดยดัดแปลงพื้นที่บ้านเป็นห้องเรียน ส่วนการฝึกสมรรถภาพร่างกาย ก็พาไปฝึกตามสวนสาธารณะ


          เมื่อสถานที่พร้อม ก็เปิดโฆษณาแบบโอเวอร์ ฉูดฉาด สร้างความหวังเพื่อดึงดูดความสนใจของเด็ก และพ่อแม่ผู้ปกครอง บางสถาบันก็ไปจ้างนักเรียนเตรียมทหารให้มาช่วยโปรโมทแบบงงๆ ทั้งๆ ที่ไม่ใช่ศิษย์เก่าสถาบันของตน


          ส่วนการเดินงานด้านธุรการและการบริหารต่างๆ ก็ใช้เงินค่าสมัครเรียนของนักเรียนมาหมุนจ่ายค่าเช่าและค่าจ้างครู โดยครูที่มาสอน บางทีก็เป็นครูจากโรงเรียนทั่วไป แต่ให้มีทหารมาแซมบ้าง, ทหารที่มาสอน หลายๆ แห่งที่พบแม้เป็นศิษย์เก่าโรงเรียนนายร้อยจริง แต่ไม่ได้เป็นอาจารย์


          หนักกว่านั้นก็ไปหาทหารที่ไม่ใช่นักเรียนนายร้อยมาสอนก็มี เป็นทหารหน่วยปกติทั่วไป ไม่มีดีกรีอาจารย์ (เหมือนโรงเรียนที่เปิดอิงลิช โปรแกรม ไปเอาฝรั่งที่ได้เมียไทยมาสอน ไม่ใช่ครูหรือมีวุฒิครูจริงๆ) เหล่านี้ทำให้หลักสูตรไม่ได้มาตรฐาน


          สำหรับการฝึกสมรรถภาพร่างกาย ก็ไปจ้างครูพละมาฝึก ทำให้ราคาถูก และฝึกไม่ถูกหลัก บางแห่งก็ไปจ้างนักเรียนทหารมาคุม มาเป็นพี่เลี้ยง นักเรียนเหล่านี้ บางคนไฟแรง เพราะยังวัยรุ่น ขาดการยับยั้งชั่งใจ บางทีก็ใช้ความรุนแรง ลงไม้ลงมือ คล้ายๆ กับที่เกิดกับน้องชายแดน

 

 

 

 


          หลักสูตรของโรงเรียนพวกนี้ ราคาอยู่ที่หลักหมื่น แต่โรงเรียนจะมีวิธีดูดเงินเพิ่มจากผู้ปกครอง ด้วยการเปิดช่วงติวเข้มใกล้สอบ เพื่ออัพราคาค่าเรียนขึ้นไปอีก ช่วงเดือนสุดท้ายก่อนสอบก็มีกิจกรรมเข้าค่าย กินนอนที่โรงเรียน นัยว่าเพื่อติวเข้มตลอดเวลา ค่าเรียนในส่วนนี้บางแห่งพุ่งขึ้นไปถึงหลักแสน บางแห่งประกาศรับประกันสอบติดแน่นอน ก็อัพราคาเป็นหลายแสนบาท แม้จะมีเงื่อนไขคืนเงินให้ถ้าสอบไม่ติด แต่ก็คืนไม่เต็มจำนวน มีหักค่าใช้จ่ายไว้จำนวนมาก


          เมื่อเด็กสอบติด (ซึ่งมี 2 กรณี คือ สอบติดเพราะการติว กับเด็กเก่งอยู่แล้ว สอบติดเอง) ทางโรงเรียนก็จะใช้ข้อมูลของเด็กเหล่านั้นมาโฆษณาหาลูกค้าปีต่อไป


          ฉะนั้นถ้าเราคิดง่ายๆ “จับเสือมือเปล่า” เปิดสอนปีแรกๆ มีเด็กฟลุกสอบติดสัก 2-3 คน แน่นอนว่าในปีต่อๆ ไปย่อมต้องมีนักเรียนมาสมัครเรียนเพิ่ม เนื่องจากสามารถนำชื่อของเด็กที่สอบติดมาหากินต่อได้อีก


          นี่คือวงจรของโรงเรียนเถื่อนกวดวิชาเข้าเตรียมทหาร ซึ่งจะว่าไปโรงเรียนที่มีชื่อเสียงบางแห่งในปัจจุบัน สมัยก่อนก็เคยเป็นโรงเรียนเถื่อน เพียงแต่ไม่มีเรื่องฉาวเหมือนกรณีบ้านครูณัฐเท่านั้นเอง

Shares :
เปิดอ่าน 2,597 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ